เลือง ซวน ตรวง : แข้งเวียดนามผู้ทะเยอทะยานเหนือแข้งอาเซียนทั่วไป

การค้าแข้งในต่างแดน… ไม่เคยเป็นเรื่องง่ายของใครหลายคน บางคนถูกดองนั่งสำรองจนต้องขอกลับไปพักในบ้านเกิด และบางคน… เลือกที่จะอยู่ในคอมฟอร์ทโซนต่อไป…

แต่ก็มีบางจำพวก… ที่ยอมรับความท้าทายอันไม่คาดฝันอย่างเต็มใจ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ก็ไม่เคยมองกลับหลัง
 
“เขาจะเป็นพาร์ค ชี-ซอง เวอร์ชั่นอาเซียน” จอง อวี ซอก ซีอีโอของสโมสรกล่าวในการเปิดตัวนักเตะ 
 
“ตอนที่ พาร์ค ชี ซอง เล่นในพรีเมียร์ลีก คนเกาหลีได้ติดตามเขาเยอะมาก และเขาคือความหวังของวงการฟุตบอลเกาหลี ผมหวังว่าเขาจะทำอย่างนั้นได้เช่นกัน”
 
หากใครได้รับรู้คำพูดของประธานบริหารของทีมในเค-ลีก ที่กล่าวในวันนั้น คงจะนึกว่า ‘เขา’ ที่ถูกพูดถึงจะต้องเป็นนักเตะระดับดีกรีทีมชาติ... เป็นซูเปอร์สตาร์แห่งภูมิภาคเอเชียอาคเนย์…
 
แต่ตรงกันข้าม ‘เขา’ ที่ จอง อวี ซอก พูดถึง… คือเด็กหนุ่มวัยเพิ่งพ้น 20 และยังไม่ได้ประเดิมทีมชาติชุดใหญ่ด้วยซ้ำ
 
‘เขา’ คนนั้นคือ เลือง ซวน ตรวง ดาวรุ่งจากเวียดนามที่เพิ่งจะเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ของฮหว่างอัญซาลายได้แค่ปีเดียว
 
ณ วันเปิดตัวกับอินชอน ยูไนเต็ด

“ผมไม่เคยคาดคิดเลยว่าตัวเองจะได้มาเล่นในเค-ลีกในตอนแรก แต่เป็นเพราะเอเย่นต์คนหนึ่งจากเกาหลี อี (ดง จุน) ได้ประสานงานมา ผมจึงได้ไปเล่นที่นั่น” ซวน ตรวง ที่ย้ายไปเล่นในแดนโสมด้วยสัญญายืมตัว 2 ปีกล่าวกับ FFT TH

“ตอนไปถึงผมรู้สึกประทับใจมาก เพราะร่างกายของนักเตะเกาหลีสูงใหญ่กว่านักเตะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เยอะ”
 
“ขณะเดียวกันสิ่งอำนวยการสะดวกอะไรต่างๆก็ดีกว่าทีมในอาเซียนทุกอย่าง พวกเขาอยู่ในมาตรฐานสูง เทียบเท่ากับลีกยุโรปเลยก็ว่าได้”
 

“ทุกอย่างถูกโฟกัสไปที่ฟุตบอลล้วนๆ ซึ่งทำให้ผมค่อนข้างประหลาดใจเหมือนกัน”

อย่างไรก็ตามการค้าแข้งยังต่างแดนนั้น เจ้าตัวยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากสไตล์การเล่นที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะในเกาหลีที่ถือเอาความฟิตเป็นสำคัญ
 
“ผมไม่เคยมีประสบการณ์การซ้อมหนักขนาดนี้มาก่อน แม้จะเป็นทีมชาติก็เถอะ มันเทียบกันไม่ติดเลย ที่นี่เล่นกันเร็วและมีการแข่งขันสูงกว่าเวียดนาม”
 
“มันทำให้ผมได้เรียนรู้เกี่ยวกับเกมรับ และการวิ่งพล่านไปทั่วสนามเหมือนเครื่องจักร ในเกาหลีต้องทำงานหนักและวิ่งหนักมากตลอด 90 นาที เพื่อกดดันและแย่งบอลมาให้ได้ ไม่ใช่แค่กองหลังเท่านั้น”
 
“ปกติแล้วพวกเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ, ฟูลแบ็ค, กองกลางตัวรับ จะเน้นไปที่เกมรับ ส่วนกองกลางตัวรุกจะมีบทบาทอิสระมากกว่า แต่ในเกาหลี ต่อให้คุณเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางอย่างผมก็ต้องเล่นเกมรับ และต้องวิ่งๆๆตลอด”

เรื่องการปรับตัวในสนามนับว่าเป็นอุปสรรคที่ยากพอตัวแล้ว แต่เมื่อมาเจอกับอคติที่ฝังหัวคนเกาหลีเกี่ยวกับนักเตะอาเซียนก็เรียกได้ว่าโหดหินยิ่งกว่า

ซวน ตรวง ต้องการจะเล่นในต่างแดนต่อไป

และนั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เขาต้องจับเจ่าอยู่บนม้านั่งสำรอง โดยได้ลงเล่นเพียงแค่นัดเดียวภายใต้การคุมทีมของกุนซือ คิม โด-ฮุน ซึ่งเขาก็รู้สึกอึดอัดไม่น้อย

“การเป็นตัวสำรองน่าเบื่อนะ แต่ผมก็จำเป็นต้องสู้กับสถานการณ์นี้ ผมพยายามทำจิตใจให้เข้มแข็ง ต่อให้บางครั้งจะไม่ได้มีชื่อแม้แต่ตัวสำรองก็ตาม ผมต้องการเอาชนะ”
 
“มันมีอุปสรรคหลายอย่างไม่ใช่แค่ในสนามเท่านั้น หากแต่ยังรวมถึงนอกสนามด้วย เพราะที่เกาหลีใต้มักจะมองคนอาเซียนแบบมีอคติเหมารวมทั้งที่ยังไม่แสดงฝีเท้าให้เห็นเลย”

“พวกเขามักจะมองว่าเราไม่เก่ง เราทำตัวสบายๆกันเกินไป ผมจึงต้องการต่อสู้และพิสูจน์ว่านักเตะอาเซียนก็สามารถแข่งขันกับคนอื่นๆได้เหมือนกัน”

ในที่สุด ฟ้าหลังฝนก็มาถึง เมื่อ คิม โด-ฮุน ลงจากตำแหน่ง และเปิดทางให้ อี คี-ฮยอง ขึ้นมาคุมทีมแทนทำให้เขามีโอกาสมากขึ้น จนได้ลงเล่นเป็นตัวจริงมา 2 นัดติดต่อกันแล้ว

และเมื่อรวมกับผลงานในทีมชาติที่เอาชนะเกาหลีเหนือ 5-2 ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ทีมลีกโสมขาวหันมามองมิดฟิลด์รายนี้ไม่แบบกระพริบตา
 
โดยมีรายงานข่าวว่ามีทีมจากเค-ลีกให้ความสนใจในตัวเขาถึง 5 ทีมด้วยกัน หนึ่งในนั้นคือ ชอนบุก ฮุนได มอเตอร์ส ยอดทีมของที่นั่น
 
ซึ่งซวน ตรวง เผยว่า “ผมรู้สึกปลาบปลื้ม มันเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากๆในอาชีพค้าแข้งของผม”
 
“ผมต้องการจะเล่นในต่างประเทศต่อไป กับทีมไหนก็ได้ เพราะที่นี่มันทำให้ผมมีความกระตือรือร้น มีความท้าทาย มันทำให้ผมโตขึ้น”