เลือง ซวน ตรวง ต่อสายตรงจากเกาหลี : 'เราต้องการจะเอาชนะทีมชาติไทยให้ได้'

 vff_-_xuan_truong.jpg

วงการฟุตบอลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องจับตาไว้ให้ดี เขาคือหนึงในกองกลางพรสวรรค์สูงของเวียดนามที่จะก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับเดียวกับ ซาฟิค รอฮีม และ ชนาธิป สรงกระสินธ์...

ผู้เล่นตำแหน่งมิดฟิลด์คือสิ่งที่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงป้อนขึ้นมาสู่วงการฟุตบอลไม่ขาดสาย มาเลเซียมี ซาฟิค รอฮีม, สิงคโปร์มี ฮาริสส์ ฮารูน, ไทยมี ชนาธิป สรงกระสินธ์ ส่วนฟิลิปปินส์มี สเตฟาน ชรอค ซึ่งนี่ถือว่าแค่เกริ่นๆ

และเร็วๆนี้ก็จะมีชื่อใหม่ขึ้นมาอยู่ท่ามกลางตัวท็อปนั่นก็คือ เลือง ซวน ตรวง ของเวียดนาม

ดาวเตะวัย 21 ปีคือแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมที่เวียดนามชนะเกาหลีเหนือ 5-2 เมื่อต้นเดือน โดยยิง 1 ประตูสุดสวยที่ขึ้นเป็นข่าวหน้าหนึ่งด้วย

นอกจากนี้กุนซือทัพโสมแดงก็ยังออกมาชื่นชมสตาร์ร่างบางรายนี้ว่ามีการผ่านบอลและเทคนิค รวมถึงวิสัยทัศน์ที่ยอดเยี่ยม และลูกยิงปั่นไซด์โค้งเสียบมุมจากนอกกรอบก็เป็นเครื่องตอกย้ำถึงฟอร์มอันสุดยอดในวันนั้นได้เป็นอย่างดี

ซวน ตรวง นั้นเซ็นสัญญายืมตัวกับอินชอน ยูไนเต็ด ในช่วงต้นปี 2016 แต่ปัญหาก็คือเขาได้ลงเล่นเพียงไม่กี่นัดและทีมก็กำลังดิ้นรนหนีตกชั้น

vff_-_xuan_truong.jpeg

ซวน ตรวง เซ็นสัญญากับอินชอน ยูไนเต็ด แบบยืมตัว

"ฟุตบอลเกาหลีมีอคติกับนักฟุตบอลจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากเกินไป" ซวน ตรวง กล่าวกับโฟร์โฟร์ทู "หลังจาก ปิยะพงษ์ (ผิวอ่อน) ก็ไม่มีใครมาเล่นอีกเป็นเวลา 30 ปีแล้ว เนื่องจากอคตินี่เอง"

ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ถือเป็นหนึ่งเดียวจากอาเซียนที่สร้างชื่อในลีกโสมขาว เมื่อสร้างความครั่นคร้ามให้กับกองหลังฝั่งตรงข้ามในช่วงกลางทศวรรษที่ 1980 โดยซัดประตูเป็นว่าเล่นให้กับลัคกี้ โกลด์สตาร์ (เอฟซี โซล ในปัจจุบัน) พาทีมเป็นแชมป์ลีกปี 1985

โดยตำนานทีมชาติไทยที่เคยบอกกับผู้เขียนว่า ตนเองเคยปัดข้อเสนอจากหลายสโมสรในอังกฤษ เพื่อกลับไปเล่นในลีกอาเซียนหลังจากอำลาเกาหลีนั้น ยังคงได้รับการยกย่องจากคนที่โซลอยู่จนถึงทุกวันนี้

อย่างไรก็ตาม ซวน ตรวง ก็เองไม่กล่าวโทษใคร หนำซ้ำยังเอาข้อกังขาที่ว่านักเตะอาเซียนไม่น่าจะสามารถเล่นในลีกที่เน้นแรงอย่างเค-ลีกได้มาเป็นแรงผลักดันตัวเอง

"ผมจำเป็นต้องต่อสู้ไม่เพียงแค่ในสนาม แต่ยังเป็นทุกเรื่องนอกสนามด้วย เพื่อพิสูจน์ให้คนเห็นว่าพวกเขามองผิดไป ผมพยายามที่จะทำให้ดีที่สุดในทุกวัน และต่อสู้เพื่อเอาชนะอคติเหล่านั้น"

อย่างไรก็ตามซวน ตรวง ปฏิเสธที่จะพูดถึงโค้ชคนเก่าอย่าง คิม โด-ฮุน ที่ออกจากทีมไปเมื่อช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมา และถูกแทนที่โดย อี คี-ฮยอง ผู้ช่วยของเขา

"โค้ชคนใหม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้เพราะเคยเล่นที่นิวซีแลนด์มาก่อน เขาเป็นคนตรงไปตรงมาและพยายามจะให้โอกาสผมมาก ทำให้ตอนนี้สถานการณ์จึงต่างออกไป"

และตอนนี้เขาก็ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงมา 2 นัดติดต่อกันแล้วกับต้นสังกัด และยังเป็นการเอาชนะได้ทั้ง 2 นัดด้วย โดยล่าสุดเป็นการเอาชนะโปฮัง สตีลเลอร์ส 3-2

ซึ่งจะว่าไปการย้ายดังกล่าวได้สร้างความประหลาดใจให้กับเจ้าตัวที่มีสังกัดอยู่ในสโมสรชั้นนำของเวียดนามอย่างฮหว่างอัญซาลายอยู่เหมือนกัน

xuan_truong_-_vff.jpg

เขาอาจยังหนุ่มแต่ก็ได้รับความสนใจอย่างมากในบ้านเกิด

แต่เมื่อข้อเสนอมาถึง ซวน ตรง ก็รู้ว่านี่คือพรหมลิขิตที่นำพาให้เขาได้เติมเต็มความฝันในการไปเล่นลีกใหญ่ๆของเอเชีย

ไม่ว่าจะไม่ค่อยได้รับโอกาสพิสูจน์คุณค่าของตัวเองนัก แต่ถ้าไม่ต้องพิจารณาในแง่ที่ว่าเขาจะได้อยู่ในอินชอนต่อหรือไม่แล้ว เด็กปั้นของฮหว่างอัญซาลายก็ถือว่าได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง

"จิตใจของผมแข็งแกร่งขึ้นนับตั้งแต่มาอยู่เกาหลี นักเตะเกาหลีขยันมากและมีจิตใจเป็นนักสู้ อีกทั้งยังดูแลตัวเองดีด้วย” เขากล่าว

"เค-ลีกมีมาตรฐานสูงเมื่อเทียบกับที่อื่นที่ผมเคยเจอมา การซ้อมหนักกว่าทีมชาติเวียดนามเสียอีก"

"พวกเขาไม่ดื่มมากนัก และเตรียมตัวทุกอย่างสำหรับเกมการแข่งขัน พวกเขาสูงและแข็งแรงเมื่อเทียบกับนักเตะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้"

"เค-ลีกมีมาตรฐานสูงเมื่อเทียบกับที่อื่นที่ผมเคยเจอมา การซ้อมหนักกว่าทีมชาติเวียดนามเสียอีก"

อย่างไรก็ตามในตอนนี้ทีมชาติได้เกิดความคาดหวังในรายการเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลังจากที่ชนะเกาหลีเหนือ 5-2 เมื่อต้นเดือน

เพราะมันไม่ได้ยอดเยี่ยมเฉพาะแค่สกอร์ที่ออกมาเท่านั้น หากแต่ยังรวมถึงความไหลลื่นในการเล่นของเจ้าบ้านเช่นกัน

vff_-_xuan_truong.jpg (

กองกลางดาวรุ่งรายนี้ทำประตูสุดสวยในเกมกับเกาหลีเหนือ

"ผมพอใจมากกับฟอร์มของตัวเอง" ซวน ตรง กล่าว "ผมเป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ผมโชคดีมาก แต่สิ่งที่น่าดีใจที่สุดก็คือการที่ทีมชาติเวียดนามเล่นได้ดีกว่าตลอดทั้งเกม เรากำลังเตรียมตัวสำหรับเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ด้วยความมั่นใจ"

โดยเวียดนามนั้นอยู่สายเดียวกับมาเลเซีย, กัมพูชา และเจ้าภาพร่วมเวียดนามในศึกชิงแชมป์อาเซียน กลุ่ม บี

ซึ่งก็ถูกมองว่าอยู่ในกลุ่มที่อ่อนกว่าอีกสาย ทำให้ความหวังของแฟนๆดาวทองที่จะก้าวถึงรอบรองชนะเลิศและคว้าแชมป์ให้ได้เหมือนอย่างปี 2008 จึงพุ่งสูงขึ้น และซวน ตรวง เองก็รู้สึกอย่างนั้นเช่นเดียวกันโดยกล่าวว่า "หวังว่าเราจะมีทัวร์นาเม้นต์ที่ดี เรามีนักเตะระดับตำนานอย่าง เล กง วิญ และมีหนุ่มๆอย่างกง เฟิง, เหงวียน วาน ตวน, ตัวผมเอง รวมถึงคนอื่นๆด้วย"

"เราเล่นเข้าขาและมีความเข้าใจกันเป็นอย่างดี นอกจากนี้เรายังมีสปิริตในทีมและมันก็ดีขึ้นเรื่อยๆตลอดเวลา"

"เรากำลังตั้งตารอที่จะเจอกับมาเลเซียและเราสามารถเอาชนะพวกเขาได้ เราต้องการจะเอาชนะทีมชาติไทยด้วยเช่นกัน เป้าหมายของเราคือการคว้าแชมป์"

Photos: VFF