เอมิเลียโน อัลฟาโร: อดีตแข้งลาซิโอผู้เกิดใหม่เป็นสายฟ้า

จากการเป็นลูกศิษย์ ดิเอโก้ ซิเมโอเน ที่อาร์เจนตินา สู่ช่วงเวลาค้าแข้งในลีกสูงสุดอิตาลีกับอินทรีฟ้าขาว...เปิดเบื้องหลังชีวิตค้าแข้งของนักเตะผู้เคยผ่านสังเวียนกัลโช เซเรีย อา คนแรกในไทยลีก "เอมิเลยโน อัลฟาโร" ก่อนจะเป็นดาวยิงความหวังใหม่ "ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

เนวิน ชิดชอบ เคยกล่าวไว้ว่าเป้าหมายของเขากับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไม่ใช่การเป็นที่หนึ่งของวงการฟุตบอลไทย... แต่เขามองไกลกว่านั้นและมั่นใจว่าสักวันหนึ่งทีมจากแดนอีสานทีมนี้จะต้องก้าวขึ้นไปเป็นหมายเลขหนึ่งของลูกหนังเอเชียให้ได้

ย้อนกลับไปช่วงต้นปี 2013 เป้าหมายใหญ่ของอดีตนักการเมืองผู้ผันตัวมาเป็น "คนฟุตบอล” ขยับเข้าใกล้ความจริงเป็นก้าวแรกเมื่อ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทำผลงานยอดเยี่ยมคว้าทุกถ้วยในประเทศและทะลุเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก จนสร้างชื่อติดอันดับ 9 ในโผจัดอันดับท็อปเทนสโมสรทวีปเอเชียในปีนั้น

อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นดูเหมือนว่าเป้าหมายในการเป็นเจ้าลูกหนังเอเชียเริ่มห่างไกลมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อ "ปราสาทสายฟ้า” ที่แม้จะยังคงความยิ่งใหญ่ในลูกหนังแดนสยาม กลับไม่สามารถทำผลงานได้ใกล้เคียงกับที่พวกเขาคาดหวังในศึกฟุตบอลระดับทวีป...จอดป้ายแค่รอบแบ่งกลุ่มมา 3 ฤดูกาลติดต่อกัน ขณะที่ฤดูกาลล่าสุดอันดับในโผสโมสรเอเชียก็รูดลงไปถึงที่ 43 ซึ่งแม้จะยังครองแชมป์สโมสรดีสุดย่านอาเซียนแบบไม่เห็นฝุ่น...แต่สำหรับชายชื่อว่า เนวิน ชิดชอบ มันถือเป็นความล้มเหลว

ในปีนี้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังคงเป็นหนึ่งในยอดทีมแดนสยามไม่เปลี่ยนเมื่อรั้งอันดับ 1 ของตารางคะแนนหลังผ่านศึกไทยพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2015 มาได้ครึ่งทาง แต่ความสำเร็จในประเทศไม่เคยเป็นที่เพียงพออยู่แล้วสำหรับประธานสโมสร "ปราสาทสายฟ้า" ผู้เลื่องชื่อเรื่องความมุ่งมั่น...และล่าสุดดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะมองข้ามไปยังซีซั่นหน้าเรียบร้อย หลังออกมาประกาศเซ็นสัญญาแข้งโปรไฟล์หรูเพื่อเข้ามาเป็นกุญแจสำคัญในแผนการการอันยิ่งใหญ่ที่เขาวางไว้ให้บุรีรัมย์ในปี 2016

“ทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้ว ตอนนี้รอเพียงเอกสารจาก ลาซิโอ ต้นสังกัดเท่านั้น โดยการซื้อตัวครั้งนี้เป็นการเตรียมเพื่อลุ้นแชมป์เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาลหน้า นั่นหมายความว่าบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะต้องเป็นแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลนี้อย่างแน่นอน” เนวิน ชิดชอบ กล่าวในการประกาศคว้าตัว เอมิเลียโน อัลฟาโร กองหน้าดีกรีทีมชาติอุรุกวัยร่วมทีม...และจากคำพูดก็ชัดเจนว่าเขามั่นใจในนักเตะคนนี้มากพอที่จะพาปราสาทสายฟ้าบรรลุเป้าหมายใหญ่ในฤดูกาลหน้า

เอมิเลียโน อัลฟาโร ลงเล่นให้กับทีมชาติอุรุกวัยในเกมอุ่นเครื่องพบทีมชาติอิตาลีเมื่อปี 2011

เขาก็เหมือนกับบรรดานักเตะแดนละตินหลายๆ คนที่พบรักในกีฬาชนิดนี้ครั้งแรกจากฟุตบอลข้างถนน เริ่มต้นจากการเล่นเพื่อความสนุกกับเพื่อนๆ แถวบ้าน แต่ด้วยพรสวรรค์ทางด้านลูกหนังที่ฉายแววตั้งแต่เด็ก เจ้าตัวจึงได้รับการทาบทามจากแมวมองท้องถิ่นให้ย้ายจากบ้านเกิดในชนบทไปทดสอบฝีเท้าที่กรุงมอนเตวิเดโอ เมืองหลวงของอุรุกวัย กับทีมเยาวชนที่มี กุสตาโว เฟอร์ริน อดีตกุนซือขัดตาทัพของทีมชาติชุดใหญ่เป็นผู้ดูแล

อัลฟาโรใช้เวลาไม่นานนักในการดึงดูดความสนใจของบรรดาบิ๊กทีมจากลีกสูงสุดในประเทศทั้ง ดานูบิโอ, เดเฟนซอร์ สปอร์ติ้ง และ ลิเวอร์พูล มอนเตวิเดโอ ก่อนที่สุดท้ายจะเลือกรายหลังเพราะคำแนะนำจากพ่อแม่ว่าสภาพแวดล้อมของสโมสรแห่งนี้น่าจะเอื้ออำนวยให้เขาสามารถก้าวขึ้นเป็นนักเตะแถวหน้าของประเทศ

ผ่าน 1 ปีในฐานะนักเตะเยาวชน อัลฟาโรได้รับโอกาสประเดิมสนามในลีกสูงสุดครั้งแรกเมื่อปี 2006 แต่ช่วงสองปีแรกของเขากลับไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ เพราะด้วยข้อจำกัดด้านร่างกายและชั่วโมงบินที่น้อยกว่าแข้งคนอื่น ทำให้เขายังต้องปรับตัวกับสไตล์การเล่นอันแสนดุดันและสปีดบอลที่ไปเร็วในลีกฟุตบอลอาชีพ

อย่างไรก็ตามหลังจากเก็บประสบการณ์ในลีกสูงสุดได้ 2 ปี อัลฟาโร ก็ทำผลงานได้ดีขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มพิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพในฝีเท้าที่ไม่ธรรมดาเมื่อทำได้ถึง 25 ประตูจากการลงสนาม 30 นัดในฤดูกาล 2008/09 และ 2009/10 ...หลังจากนั้นเส้นทางนักฟุตบอลของเขาก็เริ่มเข้าสู่ช่วงขาขึ้นและขาลงตามจังหวะชีวิต

“เช้าวันหนึ่งผมตื่นขึ้นเพราะเสียงร้องของโทรศัพท์ข้างหัวเตียง ผมไม่อยากเชื่อตัวเองเลยแม้แต่น้อยเมื่อคนที่อยู่ปลายสายคือ ดิเอโก้ ซิเมโอเน...ใช่แล้วคนเดียวกับตำนานนักเตะทีมชาติอาร์เจนตินา” อัลฟาโรกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสื่อสโมสร ซาน ลอเรนโซ ถึงช่วงก่อนจะย้ายจากอุรุกวัยมาค้าแข้งในลีกสูงสุดอาร์เจนตินา

“ซิเมโอเนบอกผมว่าเขาต้องการให้ผมย้ายไปอยู่กับทีม และสโมสรก็ได้เริ่มต้นการเจรจากับต้นสังกัดเดิมเรียบร้อยแล้ว หลังจากวางสายผมทวนข้อความเดิมซ้ำๆ อยู่สองรอบ เพราะหนึ่ง ผมไม่อยากจะเชื่อเลยผมกำลังจะได้ย้ายไปเล่นในลีกที่ดีที่สุดลีกหนึ่งในทวีปอเมริกาใต้ และสอง ผมกำลังจะได้ร่วมงานกับสุดยอดนักเตะคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอาร์เจนตินา”

เอมิเลียโน อัลฟาโร ถ่ายภาพคู่กับ ดิเอโก้ ซิเมโอเน ในช่วงที่ทั้งสองคนร่วมงานกันที่ ซาน ลอเรนโซ, Credit: clubsanlorenzo.com.ar/)

หลังจากนั้นการเจรจาผ่านไปอย่างราบรื่นและเพียงไม่กี่สัปดาห์ต่อมา อัลฟาโร ก็ได้เปิดตัวเป็นนักเตะคนใหม่ของ ซาน ลอเรนโซ พร้อมกับ ดิเอโก้ ซิเมโอเน ที่เข้ามาคุมทีมเป็นฤดูกาลแรก แต่ท้ายที่สุดแล้วอาชีพค้าแข้งในประเทศอาร์เจนตินาของแข้งชาวอุรุกวัยกลับไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เมื่อทำผลงานน่าผิดหวังยิงได้แค่ 2 ประตูเท่านั้นจากการลงเล่น 18 นัดตลอดสองฤดูกาลในถิ่นยอดทีมอาร์เจนไตน์ จากนั้นเขาถูกปล่อยตัวกลับไปค้าแข้งกับ ลิเวอร์พูล ตามเดิม ขณะที่ ดิเอโก้ ซิเมโอเน เองโดนปลดไปตั้งแต่ช่วงจบฤดูกาลแรก