เมมฟิส เดปาย: ทุกเรื่องที่คุณอยากรู้

Jonathan Fadugba กูรูฟุตบอล FFT รวบรวมข้อมูลปีกดาวรุ่งทีมชาติดัตช์ที่โชว์ฟอร์มร้อนแรงในฟุตบอลโลกและล่าสุดกลายเป็นสมาชิกใหม่ปีศาจแดง 

เรื่องสั้น 60 วินาที

ดาวรุ่งผู้เรียกตัวเองว่าคนล่าฝัน แม้จะมั่นใจมากจนหมิ่นเหม่จะเป็นทะนงตัว แต่ความมุ่งมั่นของปีกดัตช์ที่จะก้าวไปสู่จุดสูงสุดในอาชีพค้าแข้งก็น่าชื่นชมไม่แพ้ใคร และผลงาน 2 ประตู และ 1 แอสซิสต์ของเมมฟิส เดปาย ในการลงเล่นฟุตบอลโลกให้กับทีมชาติเนเธอร์แลนด์เป็นครั้งแรกในชีวิตนักฟุตบอล ก็เป็นฟอร์มโดดเด่นที่ส่งให้เดปาย กลายเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดประจำทัวร์นาเมนต์และต่อเนื่องมาถึงลีกเอริดิวีซี่กับต้นสังกัด พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น

เมมฟิส เดปาย กลายเป็นอาวุธใหม่ชิ้นสำคัญในทีมอัศวินสีส้ม "ออรานเย่" ทีมชาติดัตช์ของหลุยส์ ฟาน ฮาน ความสามารถโดดเด่นของเดปายที่ลงไปเปลี่ยนเกม ด้วยความเร็ว พลังล้นเหลือและจังหวะเล่นบอลฉลาด หลอกล่อกองหลัง ทำให้เดปายได้รับคำชมอย่างมากในฟุตบอลโลก ประตูสุดสวยของเมมฟิส เดปาย ในเกมที่อัศวินสีส้มเอาชนะออสเตรเลีย 3-2 ทำให้เขาสร้างสถิติใหม่กลายเป็นนักเตะดัตช์อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ยิงประตูให้กับทีมชาติในฟุตบอลโลก แซงหน้าสถิติเดิมที่เป็นของเบาเดอไวน์ เซ็นเดน ที่ทำเอาไว้ที่ฟุตบอลโลก ฟร้องซ์ 98 ที่ฝรั่งเศส 

หลังจากสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ ปีกวัย 20 ปีก็ยังทำผลงานยิงประตูที่ 2 ของตัวเองต่อเนื่องในเกมที่ฮอลแลนด์เอาชนะชิลี 2-0 และหนทางค้าแข้งก็เริ่มสดใสขึ้นตั้งแต่ตอนนั้น

ฝีเท้าโดดเด่นทำให้เห็นความสามารถของเดปายที่อีกไม่กี่ปีคงจะได้กลายเป็นนักเตะตัวหลักของทีมชาติดัตช์ และหลายๆ สโมสรยักษ์ก็จับตามองเดปายกันอย่างใกล้ชิด แม้จะมีข่าวลือว่าจะย้ายตามหลุยส์ ฟาน ฮาล เข้ารังโอลด์แทร็ฟฟอร์ด แต่พีเอสวียังรั้งตัวเดปายไว้ช่วยเป็นเครื่องจักรสังหาร 27 ประตูในทุกรายการแข่งขัน และช่วยพีเอสวีคว้าแชมป์ลีกดัตช์เป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี ก่อนจะย้ายมาร่วมทีมปีศาจแดงของหลุยส์ ฟาน ฮาล

เขาเป็นใคร ทำไมต้องรู้จัก?

เรื่องราวของเมมฟิส เดปาย มีความน่าสนใจและไม่ธรรมดา จากเด็กมีปัญหาที่เกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ล้นเหลือ ชีวิตวัยเด็กที่ลุ่มๆ ดอนๆ จากครอบครัวของพ่อชาวกาน่าและแม่ชาวดัตช์ที่แยกทางกันตั้งแต่หนูน้อยเดปายมีอายุเพียง 4 ปีเท่านั้น

เช่นเดียวกับเด็กอีกหลายๆ คนที่พ่อแม่แยกทางกัน ผลกระทบทางจิตใจและอารมณ์จะเกิดกับเด็กๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จนมีการศึกษาวิจัยถึงผลกระทบด้านสภาพจิตใจที่จะตามมา และเมมฟิส เดปายก็เป็นหนึ่งในเด็กโชคร้ายอีกหลายๆ คนที่ต้องพบกับเหตุการณ์พ่อแม่แยกทางกันซึ่งสร้างปัญหาให้เขาตั้งแต่เด็กจนโต เมื่อปี 2012 เดปายเลือกถอดนามสกุล "DEPAY" ออกจากเสื้อ เพราะนั่นคือนามสกุลของพ่อที่ทิ้งไปและไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย และปัจจุบันนี้ใช้เพียงชื่อเมมฟิส "MEMPHIS" บนเสื้อเท่านั้น

ข้อมูลส่วนตัว

  • ชื่อ: เมมฟิส เดปาย
  • อายุ: 21
  • วันเกิด: 13 กุมภาพันธ์ 1994
  • ตำแหน่ง: ปีก
  • ส่วนสูง: 5ฟุต 9 นิ้ว (175 ซม)
  • สโมสร: พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น (84 เกม, 22 ประตู)
  • ผลงานทีมชาติ: เนเธอร์แลนด์ (8 ครั้ง, 2 ประตู)

เดปาย เกิดในเมืองมัวร์เดร็คท์ ทางตอนใต้ของเนเธอร์แลนด์ ซึ่ง "จีจี้" เพื่อนวัยเด็กของเดปายเคยกล่าวไว้ว่าเป็น "เมืองเล็กๆ ไม่ค่อยมีอะไรให้ทำ" แต่เมืองที่ไม่ค่อยมีอะไรทำแห่งนี้ก็มีอะไรมากขึ้นเมื่อลูกฟุตบอลกลมๆ มาสัมผัสกับสองเท้าของเจ้าหนูเมมฟิส เดปาย เจ้าหนูแลเพื่อนๆ วัยเดียวกันใช้เวลาว่างวิ่งเล่นฟุตบอลกันไปทั่วก่อนที่เดปายจะตัดสินใจไปร่วมทีมท้องถิ่น วีวี มัวร์เดร็คท์และเริ่มจุดประกายความใฝ่ฝันที่จะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ จนเส้นทางฟุตบอลนำพาให้เจ้าหนุ่มน้อยเดปายวัย 12 ปีตัดสินใจเดินทางจากบ้านเกิดไปร่วมทีมพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่นเมื่ออายุเพียง 12 ปี

แม้จะเป็นนักฟุตบอลพรสวรรค์โดดเด่นชัดเจน แต่เดปายก็ยังต้องเจอกับปัญหาใหย๋ในการปรับตัวกับชีวิตใหม่ที่พีเอสวี แถมยังมีปัญหากับผู้ใหญ่จนถูกมองว่าเป็นเด็กอารมณ์บูดเจ้าปัญหา แต่พีเอสวียื่นมือเข้ามาช่วยด้วยการส่งนักจิตวิทยามาให้เป็นที่ปรึกษาปัญหาชีวิตวัยรุ่น ซึ่งที่ปรึกษาได้อธิบายถึงเมมฟิส เดปายว่า "ขี้โมโห" ตั้งแต่การพบกันครั้งแรกที่พบกัน

และเมื่อต้องพบกับเหตุการณ์เศร้าคุณตาต้องเสียชีวิตลงเพียง 1 วันถัดจากวันเกิดครบรอบ 15 ปีของเดปาย ก็ยิ่งสร้างปัญหากับสภาพจิตใจของหนุ่มน้อยจนยำแย่ เดปายจึงเลือกสักลายคำกล่าวอำลาคุณตาที่รักไว้บนแขนข้างขวา ซึ่งนั่นก็เป็นหนึ่งในหลายสิบรอยสักทั่วร่างกายของปีกที่มีความสูงเพียง 5 ฟุต 9 นิ้ว (ประมาณ 175 ซม.) "คุณตาเป็นผู้มอบความเข้มแข็งให้กับผมและดูแลผมเป็นอย่างดี" เดปาย กล่าวถึงคุณตาผู้ล่วงลับ "ตอนนั้นผมคิดกับตัวเองว่าผมต้องสู้ ต้องลุย ผมรู้ว่าผมจะมุ่งไปไหน และเป้าหมายของผมคือเป็นที่หนึ่ง"

ด้วยการเปลี่ยนความเศร้าเสียใจให้เป็นพลังผลักดัน เมมฟิส เดปายจึงหันมามุ่งมั่นกับเกมฟุตบอล และด้วยวัย 16 ปี เดปายได้ถูกคัดเลือกให้ติดทีมชาติดัตช์ชุด U17 เพื่อร่วมทีมเข้าทำการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปชุดอายุไม่เกิน 17 ปี และสามารถพาทีมชาติดัตช์คว้าแชปม์มาครองด้วยการถล่มเอาชนะทีมชาติเยอรมนีในรอบชิงชนะเลิศ 5-2 

เกมแรกที่เดปายได้ลงสนามให้กับพีเอสวีในการเล่นรายการดัตช์ คัพ หรือเอฟเอ คัพ เนเธอรืแลนด์เมื่อปี 2011 ปีกจรวดรายนี้ยิงประตูแรกของตัวเองได้ภายใน 20 นาทีที่ลงสนาม และเกมนั้นพีเอสวีก็ถล่มเอาชนะ วีวีเอสบี นัวร์วิจเกอร์ฮูต 8-0 โดยเดปายยิง 2 ประตูในการลงสนามเกมแรกในฐานะนักฟุตบอลอาชีพด้วยวัยเพียง 17 ปี และในที่สุดพีเอสวีก็สามารถผ่านเข้าไปคว้าแชมป์รายการนี้ได้ในที่สุด 

เมมฟิส เดปาย ได้ลงสนามลีกดัตช์เกมแรกกับพีเอสวีด้วยวัย 18 ปี โดยถูกเปลี่ยนตัวลงนาทีสุดท้ายในเกมที่พีเอสวีเอาชนะเฟเยนูร์ด 3-2 เมื่อปี 2012 และหลังจากนั้นโค้ชใหญ่พีเอสวี ฟิลิป โคคู ก็เปิดโอกาสให้เดปายได้ลงสนามมากขึ้นด้วยการส่งตัวลงไปเล่น 11 นาทีในเกมที่พีเอสวีเอาชนะเอียร์เรนวีน 5-1 และเมมฟิส เดปายก็สร้างความประทับใจ ยิงประตูได้หลังจากถูกส่งลงสนามเพียง 6 นาที

ด้วยความสามารถของปีกจอมแกร่ง ทักษะดีและหนักแน่น เมมฟิส เดปาย ยิง 22 ประตูในการลงสนาม 84 นัดให้กับพีเอสวี และในระดับทีมชาติก็เก็บสถิติยิง 2 ประตูในฟุตบอลโลก อนาคตของเดปาย สดใสพอๆ กับเสื้อสีส้มของทีมชาติดัตช์เลยทีเดียว

จุดแกร่ง

ด้วยความสามารถในการยิงประตูที่ปีกดัตช์ได้แสดงให้เห็นในเกมกับทีมชาติออสเตรเลียในฟุตบอลโลก ทำให้เมมฟิส เดปายกลายเป็นหนึ่งในดาวยิงเท้าขวาทรงพลังที่น่าจับตามอง หากมีพื้นที่ให้พลิกบอลและตั้งหลักยิงจากแถวสอง เดปายก็สามารถสำเร็จโทษนายประตูได้อย่างไม่ยากเย็น เช่นเดียวกับประตูสุดสวยในการเล่นกับซุลเตอร-วาเรเย็ม และเคอร์โนโมเร็ตส์ โอเดสว่า

เดปายยังมีความสามารถในการพาบอลขึ้นหน้าได้ดี ในพรีเมียร์ดัตช์ฤดูกาลที่ผ่านมา เดปายครองตำแหน่งนักเตะเลี้ยงลุยผ่านคู่แข่งได้มากที่สุด นอกจากนี้ความสามารถในการเล่นได้ดีทั้งสองปีกซ้ายขวาทำให้ถูกส่งลงสนามในตำแหน่งปีกตัวในที่คอยหาจังหวะตัดบอลเข้ากลางด้วยเท้าขวาพลังสูง และนี่คือทักษะที่ยอดเยี่ยมที่จะเป็นประโยชน์ในอนาคตหากถูกส่งลงไปเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุก

ความแข็งแกร่ง ความเร็ว ทักษะและความสามารถในการวิ่งขึ้นไปบุกของเดปาย เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้หลุยส์ ฟาน ฮาลตัดสินใจเรียกมิดฟิลด์ดาวรุ่งรายนี้ติดทีมชาติดัตช์ไปเล่นฟุตบอลโลกที่บราซิลแทนที่นักเตะหลายคนที่เป็นตัวเลือกในตำแหน่งปีก ในเกมกระชับมิตรกับทีมชาติฝรั่งเศสก่อนทำศึกฟุตบอลโลก เดปายถูกเปลี่ยนตัวลงสนามและเปลี่ยนโชว์ลีลาร้อนแรงก ฉีกตัวประกบ มาติเยอ เดอบูชี่ ทะลวงริมเส้นฝั่งซ้ายทะลุเป็นช่องด้วยสุดยอดทักษะและความเร็ว 

ฤดูกาลที่แล้วเดปายได้ติดทีมชุดใหญ่ของพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่นเป็นฤดูกาลแรก และเก็บสถิติยิง 12 ประตูและจ่าย 7 แอสซิสต์ในลีกดัตช์ และครองสถิติจ่ายบอลจังหวะสำคัญ 2.7 ครั้งต่อเกม เป็นสถิติอันดับ 2 ร่วมในลีกดัตช์

นอกจากร่างกายที่แข็งแกร่ง สภาพจิตใจของเดปายก็ยอดเยี่ยม มีความมุ่งมั่นและหนักแน่นรวมถึงพลังผลักดันที่จะก้าวไปสู่จุดสูงสุดในอาชีพค้าแข้ง "ผมต้องการจะชนะตลอดเวลา" เดปาย กล่าว "ถ้าผมแพ้ วันนั้นจะเป็นวันที่แย่มากๆ" 

จุดอ่อน

ด้วยวัยเพียง 20 ปี ปัญหาหลักของเดปายคือความอ่อนประสบการณ์ในจังหวะที่ต้องตัดสินใจ เช่นจังหวะที่ต้องยิง หรือจังหวะที่ต้องเข้าปะทะหรือเมื่อไหร่ที่ควรจะจ่ายบอลออกจากเท้า ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เมมฟิส เดปายยังคงต้องพัฒนาให้ดีขึ้นในอนาคต และบางครั้งจังหวะยิงประตูของเดปายก็หลุดกรอบพลาดเป้าไปไกล หากสามารถพัฒนาเกมให้ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพได้มากขึ้น เราก็น่าจะได้เห็นเมมฟิส เดปายกลายเป็นหนึ่งในสุดยอดดาวรุ่งยุโรป หรือแม้แต่ระดับโลกในอีกไม่นาน

เขาว่ากันว่า...

"เมมฟิสเป็นหนึ่งในสุดยอดนักเตะพรสวรรค์ของเนเธอร์แลนด์ เป็นนักเตะที่มุ่งมันและจริงจังกับเกมมากด้วย ถ้าเขาสามารถพัฒนาเกมต่อไปเรื่อยๆ ในอนาคต สโมสรจะต้องทำผลงานได้ยอดเยี่ยมด้วยการมีเดปายลงสนามแน่นอน" มาร์เซล บรันด์ ประธานเทคนิคของพีเอสวี เคยกล่าวไว้เมื่อปี 2012

"เขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อไปสู่จุดสูงสุด" เพื่อนร่วมทีมพีเอสวี สตีน ชาร์ส ให้สัมภาษณ์กับ Helden Online "เขามีร่างกายแข็งแกร่งของนักกีฬาที่แท้จริง มีพลังและความยอดเยี่ยม ผมไม่กลัวว่าเดปายจะหมดไฟ เขามีพลังผลักดันมหาศาล ผมชอบเขามาก"

รู้หรือไม่?

เมมฟิส เดปาย สักคำว่า "คนล่าฝัน" หรือ DREAM CHASER ไว้บนหน้าอกเพื่อเป็นเสมือนสัญลักษณ์ประจำตัว "ทุกครั้งที่มองกระจกผมจะรู้สึกมีกำลังใจเพราะผมได้รู้ว่าผมยังไปไม่ถึงจุดสูงสุดที่ผมอยากไป"

คะแนนความสามารถ

  • การยิง 7
  • การโหม่ง 5
  • การจ่ายบอล 6
  • การสกัดบอล 5
  • ความเร็ว 8
  • การเลี้ยงบอล 8
  • การสร้างสรรค์เกม 6
  • ความขยัน 8

โปรดติดตามตอนต่อไป...

ฤดูร้อนปีที่แล้ว แฟนบอลพีเอสวีตื่นเต้นอยากให้เมมฟิส เดปายยังคงอยู๋กับไอนด์โฮเฟ่น จนมีการขึ้นป้ายแบนเนอร์ที่สนามซ้อมของพีเอสวีก่อนเกมฟุตบอลโลกรอบที่ 2 ระหว่างฮอลแลนด์กับเม็กซิโก โดยป้ายดังกล่าวเขียนว่า "เมมฟิสไม่ได้มีไว้ขาย"

"เมมฟิสควรจะมุ่งมั่นกับฟุตบอลโลกและทำผลงานเพื่อแสดงให้คนทั้งโลกได้เห็นฝีเท้าและพัฒนาการของเขา" เอเย่นต์ส่วนตัวของเดปาย กีส์ เพลกส์มา จูเนียร์กล่าวก่อนเกมนัดดังกล่าว "แล้วจากนั้นเรามาดูกันอีกที" และเดปายก็ทำตามที่เพลกส์มากล่าวไว้ และพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนได้เห็นความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะก้าวไปสู่จุดสูงสุดในอาชีพค้าแข้ง

และหลังจากยืนยันข่าวเซ็นสัญญามาร่วมทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดแบบราบรื่นไร้ปัญหา ก็น่าจะถึงเวลาแล้วที่เมมฟิส เดปายจะได้เจอกับความท้าทายครั้งใหม่กับหนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก