เมื่อช้างศึกไม่มีตัง ​:ใครดีพอแทนตำแหน่ง สารัช อยู่เย็น?

 เป็นข่าวร้ายสำหรับทั้งแฟนบอล “กิเลนผยอง” และทีมชาติไทย เมื่อมิดฟิลด์คนสำคัญอย่าง สารัช อยู๋เย็น ได้รับบาดเจ็บหนักและตัองพักรักษาตัวนานกว่า 6 เดือน

แม้ไม่มีตัง (แต่ยังมีตังค์อยู่) ก็ยังมีอีก 6 ตัวแทน ที่ผ่านการคัดเลือกของเราแล้วว่า มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเข้ามาทดแทนตำแหน่งที่ขาดหายไปของ สารัช อยู่เย็น ในทัพช้างศึก...มีใครบ้าง ติดตามได้ที่นี่

นฤพน พุฒซ้อน

ผลงานของเขาเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แสดงให้เห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่ควรจะได้รับโอกาสติดทีมชาติไทยชุดใหญ่เสียที

ในช่วงแรกของอาชีพค้าแข้ง นฤพน พุฒซ้อน ลงเล่นในตำแหน่งกองหน้าตอน ก่อนขยับลงมาเป็นกองกลางตัวรุกตลอดช่วงเวลาในประเทศเวลส์, สหรัฐอเมริกา, ฮอลแลนด์ รวมถึงในประเทศไทยกับ แบงค็อก ยูไนเต็ด และ สงขลา ยูไนเต็ด แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จสักครั้งจนเกือบแขวนสตั๊ด ก่อนกลับมาฮึดสู้อีกครั้งกับ บีบีซียู เอฟซี ในปี 2015

และที่นั่นเอง เขาได้เจอกับ สึโยชิ ทากาโนะ ผู้ที่มองเห็นแววและจับเขาไปเล่นตำแหน่งกองกลางตัวรับ และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ก่อนที่จะช่วยกันพา “บิ๊กแบง” เลื่อนชั้นสู่ไทยลีกได้สำเร็จ แม้ฤดูกาลที่ผ่านมา พวกเขาจะกลายเป็นทีมแรกที่ต้องตกชั้นกลับสู่ลีกพระรองอีกหน แต่ผลงานของ นาสซ่า ก็โดดเด่นสวนทางกับฟอร์มของทีมโดยสิ้นเชิง ทำได้ดีทั้งการตัดบอล, ผ่านบอล และยิงไกล จนไปเตะตายักษ์ใหญ่อย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ดึงตัวไปร่วมทีมในปัจจุบัน

แอนโธนี่ อำไพพิทักษ์วงศ์

นักเตะลูกครึ่งไทย-อเมริกัน รายนี้เป็นหนึ่งอีกคนที่เหมาะสมอย่างมากสำหรับการเป็นตัวแทนของ สารัช อยู่เย็น

แอนโธนี่ อำไพพิทักษ์วงศ์ ไม่ได้รับโอกาสมากนักตอนค้าแข้งอยู่กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แถมเมื่อย้ายข้ามฟากมาเล่นกับยอดทีมแห่งเมืองหลวงอย่าง แบงค็อก ยูไนเต็ด ช่วงแรก ผลงานก็ยังไม่ค่อยจะเข้าที่เข้าทางเท่าไหร่ จนเมื่อ มาโน โพลกิ้ง กุนซือของทีม จับเขาไปเล่นตำแหน่งกองกลางตัวรับในปีต่อมา และเขาก็ทำมันได้ดีเสียด้วย จนสามารถยึดตัวหลักของทีมได้เรื่อยมา

แม้อาจไม่ได้ตัดเกมดุดัน เพราะไม่ใช่สไตล์การเล่นโดยธรรมชาติ แต่คลาสบอลของเขาเรียกได้ว่าเอาอยู่ สามารถเก็บบอลจังหวะ 2 ได้ดี วิ่งประกบมาร์คโซนได้ดีอีกด้วย เขาเปรียบเสมือนผู้ปิดทองหลังพระ ช่วยให้ มาริโอ ยูรอฟสกี้ และ สรรวัชญ์ เดชมิตร ได้มีพื้นที่ออกบอลยาวสวยๆ โดยในฤดูกาลที่ผ่านมาลงสนามช่วยทีมไปถึง 25 นัด และเป็นตัวจริงทุกครั้งอีกด้วย

วัฒนา พลายนุ่ม

วัฒนา พลายนุ่ม ต้องเจอกับบรรดานักเตะตัวฉกาจในทีม ที่คอยขัดขวางโอกาสการลงสนามของเขาอยู่เสมอ เริ่มตั้งแต่ปี 2015 ที่มี ดัสกร, ฐิติพันธ์, ศิวกร รวมถึง ปิยพล ที่สามารถขยับไปเล่นกองกลางได้ ทำให้เขาต้องถูกปล่อยยืมตัวให้กับ พัทยา ยูไนเต็ด และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม พาทีมเลื่อนชั้นได้สำเร็จ ก่อนถูกเรียกตัวกลับต้นสังกัดที่แท้จริง

ทว่า “กิเลนผยอง” กลับคว้าตัว ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ที่เล่นตำแหน่งเดียวกับเขาเข้ามา ทำให้ปี 2016 ได้ลงสนามเพียง 9 นัดเท่านั้น แม้แข้งเจ้าของค่าตัวสถิติไทยลีกจะถูกปล่อยตัวไปในช่วงปรี-ซีซั่น แต่ทางสโมสรกลับเซ็น ลี โฮ และ รัชพล นาวันโน มาเสริม ทำให้ต้องมีการระบายนักเตะบางส่วนทิ้ง แต่เขากลับยังได้ไปต่อ

เขาเป็นนักเตะวินัยสูง ทั้งการฝึกซ้อมและทุกครั้งที่ได้รับโอกาส ทำให้ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในศึกไทยแลนด์ แชมเปียนส์คัพ 2017 และสามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม คอยตัดเกมคู่ต่อสู้ และผ่านบอลเปลี่ยนเป็นเกมรุกให้เพื่อนเล่นต่อได้อย่างลื่นไหล จนสามารถยึดตำแหน่งตัวจริงได้ในสองเกมแรกของ โตโยต้า ไทย ลีก 2017

แม้สไตล์การเล่นจะหนักไปทางเกมรับ แต่หากได้ยืนตำแหน่งเดียวกับ สารัช อยู่เย็น ในทีมชาติ คอยซัพพอร์ต ชนาธิป สรงกระสินธ์ และ ปกเกล้า อนันต์ หรือ ชาริล ชัปปุยส์ คงจะดูเข้าท่าไม่น้อยเลยทีเดียว

สรรวัชญ์ เดชมิตร

แม้จะไม่ได้เล่นเกมรับแบบเต็มตัว แต่มิดฟิลด์หัวทองของ แบงค็อก ยูไนเต็ด รายนี้ก็มีแววที่จะสามารถทำหน้าที่แทน สารัช อยู่เย็น ได้

สรรวัชญ์ เดชมิตร เริ่มต้นค้าแข้งด้วยตำแหน่งริมเส้นฝั่งซ้ายกับ แทมปิเนส โรเวอร์ส ก่อนกลับมารับบทบาทเป็นกองกลางตัวรุกให้กับ บางกอกกล๊าส เอฟซี ในยุคของ “โค้ชง้วน” สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ ที่แม้จะโชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจพอสมควร แต่ผลงานก็เริ่มถดถอยลงหลังพลาดจุดโทษสองหนในนามทีมชาติจนสูญเสียความมั่นใจ ต่อเนื่องมาจนถึงช่วงเวลากับ บีอีซี เทโรศาสน จนถูกปล่อยตัวให้ แบงค็อก ยูไนเต็ด

แต่ด้วยกึ๋นของ มาโน โพลกิ้ง ที่เข้ามาคุมทัพ “แข้งเทพ” ในเลกที่สองของปี 2014 ได้ทำให้ฝีเท้าของ “แคมป์” กลับมาเก่งกาจอีกครั้ง ด้วยการจับไปเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวโฮลด์บอล คอยพักบอล และเปลี่ยนจากรุกเป็นรับได้อย่างแนบเนียน จนสถาปนาตัวเองขึ้นมาเป็นแกนหลักของสโมสรได้สำเร็จ จังหวะการเชื่อมเกม การวางบอลทั้งสั้น และยาว ของเขา บ่งบอกให้เห็นถึงคลาสบอลอันเหนือชั้น จน “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย ต้องเรียกเขาไปติดทีม “ช้างศึก” โดยการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก 5 นัดที่ผ่านมา “เจ้าแคมป์” ลงสนามครบทุกเกม

และในสถานการณ์ของทีมชาติไทยตอนนี้ที่ขาด สารัช อยู่เย็น ไป ไม่แน่ว่า สรรวัชญ์ เดชมิตร อาจเป็นตัวเลือกที่ดี และสามารถทดแทนอย่างไร้รอยต่อก็เป็นได้

ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์

หลังจากหายเจ็บยาว ก็เหมือนว่าเขาได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งกับ “กว่างโซ้งมหาภัย”

ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ มิดฟิลด์ไดนาโมของ เชียงราย ยูไนเต็ด อยู่ในช่วงขาขึ้นแบบสุดๆ หลังโชว์ฟอร์มระเบิดแฮตทริคได้ในเกมเปิดทัวร์นาเมนต์ศึกโตโยต้า ไทยลีก 2017 พาทีมเอาชนะ ซุปเปอร์ พาวเวอร์ ไปได้ถึง 4-0 พร้อมทำสถิติเป็นผู้ทำแฮตทริกเกมเปิดหัวคนแรกในรอบ 8 ปี อีกด้วย

นอกจากความขยัน วิ่งไล่บอลสุดทุกจังหวะ การหาจังหวะสอดแทรกเข้าไปทำประตูในกรอบเขตโทษ รวมถึงลูกยิงไกลที่เปรียบเสมือนลายเซ็นสมัยยังเป็นดาวรุ่งช่วงแรกๆ ได้เผยออกมาให้แฟนบอลชาวไทยได้เห็นอีกครั้ง และในยังสานต่อฟอร์มเก่งได้อีกครั้งในเกมกับ ศรีสะเกษ เอฟซี เมื่อวานนี้ และหากเขายังรักษาผลงานดีได้แบบนี้ คงไม่ต้องไปมองหาตัวแทนของ สารัช อยู่เย็น ที่ไหนนอกจากเขาอีกแล้ว

จักรพันธ์ แก้วพรม

ไม่น่าเชื่อว่า มิดฟิลด์ที่ผ่านการบาดเจ็บที่หัวเข่าอย่างหนักถึง 2 ครั้ง 2 ครา ยังคงรักษามาตรฐานการเป็นกองกลางชั้นนำของประเทศได้มาจนถึงขณะนี้…

จักรพันธ์ แก้วพรม กองกลางคนสำคัญของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เล่นเหมือนคนไม่เคยเจ็บหนัก เขายังเคลื่อนที่ได้ 90 นาทีอย่างชาญฉลาด โดดเด่นทั้งในเรื่องความขยัน, ไล่บอล และการทำประตูจากจังหวะยิงไกล ที่ทั้งหนักหน่วงและแม่นยำ เบิกสกอร์ให้กับ “ปราสาทสายฟ้า” ได้หลายต่อหลายครั้ง อีกทั้งยังสามารถเชื่อมเกม สลับรุก-รับ ได้อย่างเนียนตา

แม้สไตล์การเล่นจะเทไปทางเกมรุกมากกว่า แต่บทบาทการเล่นเกมรับของเขาก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน และถือเป็นตัวเลือกที่น่าลุ้นน่าลอง กับการทดแทนตำแหน่งของ สารัช อยู่เย็น และคัมแบ็คติดทัพ “ช้างศึก” อีกครั้ง