เมื่อฝอยทองไม่หวาน: 6 เหตุผลที่ทำให้โรนัลโด้หัวร้อน

คุณคงเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับจำนวนประชากรของไอซ์แลนด์, วีดิโอที่แสดงความเห็นถึงบอลยูโรที่กำกับการแสดงโดยผู้รักษาประตูของพวกเขา และเส้นทางกว่าที่จะมาถึงรอบนี้กันไปบ้าง ซึ่งก็คงได้เห็นกันแล้วว่าพวกเขาไม่ได้มาเพื่อเป็นไม้ประดับ ไม่ว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะคิดอย่างไรก็ตาม

ไอซ์แลนด์พยายามจะเล่นเกมรับอย่างเดียว พวกเขามีโอกาส 2 ครั้งและไม่พยายามทำประตูเลย พวกเขาฉลองกันอย่างกับว่าได้แชมป์ยูโรหรืออะไรสักอย่าง มันเป็นความคิดที่แคบมาก นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมพวกเขาจึงไม่ทำอะไรเลย"

เอาล่ะ แน่นอนว่ามันคือความเห็นที่ต่างจากที่เราได้ยินมา เพราะมันมาจากโรนัลโด้ผู้เสียผลประโยชน์นั่นเอง เขาเหวี่ยงใส่ทีมสมันน้อยแห่งทัวร์นาเม้นต์หลังจากที่โดนไอซ์แลนด์ตีเสมอโปรตุเกสไป 1-1

บางทีเขาน่าจะโมโหแนวรับทีมตัวเองมากกว่าที่ปล่อยให้ทีมจากนอร์ดิกตีเสมอได้ในช่วง 5 นาทีแรกของครึ่งหลัง เมื่อ เบียร์เคียร์ บียาร์นาสัน ของบาเซิ่ลจัดการวอลเล่ย์ลูกครอสของ โยฮันน์ กุ๊ดมุนด์ส์สัน จากเสาไกลแบบที่ไม่มีคนประกบ นั่นทำให้ทัพฝอยทองถึงกับช็อตเลยทีเดียว

แล้วทำไมซีอาร์เซเว่นถึงหัวฟัดหัวเหี่ยงนัก? Stats Zone มีคำตอบ...

1. โปรตุเกสฉวยโอกาสไว้ไม่ได้เอง

บ้าจริงๆ ไอซ์แลนด์ ทำไมคุณไม่ปล่อยให้ซีอาร์เซเว่นยิงเข้าบ้าง? แล้วคุณไปตั้งกำแพงตอนเสียฟรีคิกช่วงท้ายเกมทำไม? น่าละอายจริงๆ

ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมาข้างต้นถือเป็นการประชดประชันโปรตุเกสที่มีโอกาสยิง 26 ครั้งตลอด 95 นาที แต่ตรงกรอบแค่ 9 ครั้ง และ ธอร์ ฮอลล์ดอร์ส์สันก็แทบจะไม่ได้ออกแรงเซฟลูกยากๆเลย ขณะเดียวกันไอซ์แลนด์มีโอกาสยิง 4 ครั้งแต่ตรงกรอบทุกลูก แถมยังน่าจะได้มากกว่าหนึ่งลูกอีกด้วยเมื่อ กิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน ยิงไปติดเซฟของ รุย ปาตริซิโอ

2. ไอซ์แลนด์ไม่ได้ต้องการลูกบอล

เอาอีกแล้ว ไอซ์แลนด์ ทำไมคุณถึงปล่อยให้โปรตุเกสครองเกมเหนือกว่าคุณมากมายขนาดนั้นล่ะ? น่าละอายจริงๆ

ซึ่งถ้าเป็นนัดอื่น ป่านนี้โปรตุเกสคงได้ปิดจ็อบตัวเองไปแล้ว เมื่อไอซ์แลนด์ได้จ่ายบอลเพียงแค่ 100 หนในช่วง 67 นาที ขณะที่คู่ต่อสู้ขงพวกเขาทะลุหลักนั้นไปแล้วด้วยการใช้เวลาเพียง 15 นาที 

โปรตุเกสเล่นได้อย่างสะดวกโยธินมากในครึ่งแรก พวกเขาต่อบอลกันแม่นยำในพื้นที่สุดท้าย ซึ่งเฉลี่ยแล้วจ่ายบอลพลาดเพียงแค่หนเดียวจากทุกๆ 4 ครั้ง อีกทั้งยังขึ้นเกมทางปีกได้ดุดันอันตรายและสร้างความปั่นป่วนด้วยลูกโด่งในกรอบเขตโทษได้ตลอด และการที่นานี่ทำประตูได้ก็ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจแต่อย่างใด แต่การปล่อยให้ไอซ์แลนด์กลับเข้าสู่เกมได้ถือเป็นความผิดพลาดของตัวเองแท้ๆ

ขณะเดียวกันไอซ์แลนด์ก็หาทางโต้กลับด้วยการใช้ปีกทั้งสองข้าง แต่ตัวริมเส้นก็อยู่ต่ำกันจนเกินไปเมื่อพวกเขาแทบจะอยู่ไม่ห่างจากกรอบเขตโทษของตัวเองเลย นั่นทำให้ โคลเบนน์ ซิกธอร์สสัน ต้องสู้กับลูกกลางอากาศด้วยความหวังที่ว่าอะไรๆคงจะดีขึ้น ซึ่งหลังจากนั้นกองหน้าตัวเป้ารายนี้ก็ได้สร้างปัญหาได้หลายครั้ง เมื่อเจ้าตัวเอาชนะแทบทุกอย่างในแผงมิดฟิลด์

3. เขาทำประตูไม่ได้เอง

... จากโอกาสทั้งหมด 10 (!) ครั้ง แต่ตรงกรอบแค่หนเดียวคือลูกโหม่งในช่วง 5 นาทีสุดท้าย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้หัวเสีย

(ภาพขวา: โรนัลโด้ลงต่ำเพื่อล้วงบอล)

4. ลูกเปิดของโปรตุเกสดีแล้ว แต่หาคนจบไม่ได้

โดยปกติแล้วถ้าทีมไหนมีโอกาสได้จบสกอร์ในกรอบเขตโทษราว 1 ใน 4 ส่วนของการผ่านบอลเข้าบริเวณนั้นทั้งหมด ทีมนั้นก็มีโอกาสดีที่จะได้สักประตูสองประตู แต่ตลอดทั้งเกมได้ผ่านบอลเข้ากรอบเขตโทษถึง 41 ครั้งแต่ทำได้แค่ลูกเดียวแสดงว่ามันเป็นปัญหาแล้ว 

ปรตุเกสได้จบสกอร์ 5 ครั้งจากการเปิดเข้ามาในกรอบเขตโทษ 11 หน แต่หลังจากนั้นตัวโรนัลโด้เองที่เป็นคนทำเสีย และพลาดโอกาสทองในช่วงท้ายเกมจากลูกเปิดของนานี่ (ดูด้านบน) พวกเขาได้ประตูจากลูกเปิดเรียดตอนที่ อังเดร โกเมส ตบมาให้นานี่เป็นคนจบสกอร์

ดังนั้นก็สมควรที่โรนัลโด้จะหัวร้อนเมื่อไอซ์แลนด์มาได้ประตูด้วยการจบสกอร์จากลูกครอสซึ่งถือว่าเป็นครั้งเดียวที่ขุนพลจากนอร์ดิกได้ลุ้นประตูจากการเข้าทำรูปแบบดังกล่าว จากความพยายามทั้งหมด 9 หน

5. ไอซ์แลนด์มาเน้นรับ แล้วยังไงล่ะ? 

โปรตุเกส... ได้ข่าวว่าพวกคุณมีนักเตะที่ดีที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกไม่ใช่หรอ? คุณน่าจะทำได้ดีกว่านี้นะ

จะว่าไปโรนัลโด้ก็คุ้นเคยกับการตั้งรับลึกอยู่แล้วใน ลา ลีกา เวลาเจอกับทีมเล็กๆที่ต้องพยายามยันเสมอให้ได้เป็นอย่างน้อย ดังนั้นจึงค่อนข้างน่าประหลาดใจที่เขาออกมาโวยวายในเกมที่ทุกคนพอจะคาดเดารูปเกมได้อยู่แล้ว บางทีนั่นเป็นเพราะว่าทีมของเขาเสมอ 1-1 ไงล่ะ

 อย่างไรก็ตามการตั้งรับก็ถือว่าเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง (เพราะคืนก่อนหน้านั้นอิตาลีเพิ่งได้รับคำชื่นชมมาหมาดๆ) และที่จริงแล้วไอซ์แลนด์เองก็ทำฟาวล์หนักๆไป 17 ครั้ง และมีหลายครั้งที่อยู่ใกล้กับกรอบเขตโทษพอที่โปรตุเกสจะสร้างอันตรายได้ พวกเขาใช้ร่างกายในการบล็อคไป 7 ครั้ง (ส่วนโปรตุเกสไม่) พวกเขาเข้าสกัดไป 17 ขณะที่ทีมฝอยทองทำไปแค่ 7 บางครั้งคุณต้องยกเครดิตให้แผงหลังบ้าง แม้ว่าจะมีโชคช่วยอยู่นิดหน่อยก็ตาม

สามเหลี่ยมสีดำ = ทำฟาวล์; วงกลม = การเคลียร์; กากบาท = การเข้าสกัด; รูปเหลี่ยมเพชร = ตัดบอล; บล็อคสีเทา = บล็อค 

6. เขายังฝังใจกับกรีซในปี 2004

เอาน่า ลืมๆไปซะเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว...

STATS ZONE Free on iOS • Free on Android