เมื่อการทุจริตของแซม อัลลาร์ไดซ์ ส่งกลิ่นมาไกลถึงสิงคโปร์

ในช่วงเวลานี้ แซม อัลลาร์ไดซ์ กลายเป็นอดีตผู้จัดการทีมของทีมชาติอังกฤษจากเหตุการณ์ทุจริตของเขา และเรื่องดังกล่าวกำลังสั่นสะเทือนมาถึงวงการฟุตบอลสิงคโปร์เลยทีเดียว และวันนี้ นีล ฮัมฟรี่ย์ จะมาแจกแจงรายละเอียดเรื่องนี้ให้คุณได้เข้าใจ

แซม อัลลาร์ไดซ์ พูดถึง สิงคโปร์ ในเทปลับที่เขาโดยแอบถ่าย ? ... แน่นอนที่สุดเขาทำมันไปเเล้ว

สำหรับปฎิบัติการจับคอร์รัปชั่นครั้งนี้กลายเป็นหมัดเด็ดที่จะน็อคทุกคนที่เกี่ยวข้องได้ง่าย เพราะสัญญาณเสียงจากคลิปนั้นชัดเจนและน่าเชื่อถือเป็นอย่างมาก บรรดาเหล่านักข่าวและกูรูจากเเดนไกลต่างรู้สึกแปลกใจที่ประเทศแผ่นดินไกลอย่าง สิงคโปร์ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยและนี่มันยิ่งกว่าเรื่องเงินๆทองๆมันคือเรื่องของความรู้สึกและศีลธรรมต่างหาก

ก้าวไปมายัง สิงคโปร์ อีกครั้ง นี่คือช่วงเวลาที่สปอร์ตไลท์จากทั่วโลกจะส่องมาที่เรื่องราวที่ไม่ถูกต้องทั้งหลาย

และนั่นทำให้ถึงเวลาเเล้วที่ที่สปอตไลท์จะส่องให้เห็นถึงความไม่ถูกต้องทั้งหลายของ สิงคโปร์ และนั่นอาจรวมถึงวงการฟุตบอลทั่วโลกอีกด้วย

ตอนนี้กุนซือทีมชาติอังกฤษคงต้องนั่งกัดเล็บเพื่อรอรับผลกรรมครั้งนี้ คงเหลือหนทางไม่มากนักสำหรับ บิ๊กแซม ที่จะทำให้เค้ารอดพ้นการลงดาบหลังจากคุมทีม ทรีไลออนส์ ได้เพียง 1 เกมเท่านั้น

การทุกถูกบันทึกภาพลับครั้งนี้ทำให้เขาอาจต้องโดนสอบสวนถึง 10 เดือน มีการเปิดเผยว่ามีหลายเรื่องใหญ่ๆที่เขาพูดถึงรับใต้โต๊ะจากการเดินทางมาบรรยายที่ สิงคโปร์ และ ฮ่องกง โดยรวมๆเเล้วมีมูลค่าต่อครั้งสูงถึง 100,000 ปอนด์

บิ๊กแซมใช้คำว่า "ฑูตฟุตบอล" สำหรับการดำเนินงานครั้งนี้และเอ่ยชื่อบริษัท ฟาร์ อีส-เบส คอมปานี สำหรับการบินมารับเงินแบบสบายๆ ณ ดินเเดนสิงคโปร์

แน่นอนที่สุด บิ๊กแซม คนไม่ใช่คนแรกและคนสุดท้ายที่ทำเรื่องเช่นนี้ ทุกอย่างฟังดูน่าเชื่อถือเลยทีเดียว

ตอนนี้ต้องขอบคุณความตะกละไม่รู้จักพอ เพราะดูเหมือนว่ากุนซือทีมชาติอังกฤษนั้นมีเวลาว่างมากมายเหลือเกิน สิงคโปร์ เองก็มีข่าวเชื่อมโยงกับเรื่องอื้อฉาวในวงฟุตบอลของอังกฤษเสมอในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

เชื่อเถอะ! คุณลองเสิร์ชใน Google แล้วค้นคำว่า แซม อัลลาร์ไดซ์ และ สิงคโปร์ จะพบได้ว่ามีการพูดถึงเรื่องนี้ถึง 14,200 ครั้ง นั่นเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

สิงคโปร์ แทบไม่สามารถปฎิเสธเรื่องนี้ได้เลยสำหรับเรื่องราวที่พวกเขาทำลงไป เช่นเดียวกับปิดข่าวไม่ให้รั่วไหลของไปสู่สายตาโลกภายนอก

วงการฟุตบอลสิงคโปร์จ่ายเงินในเรื่องที่ผิดมากมายในอดีต นั่นทำให้เป็นชื่อชนักติดหลังของพวกเขา เช่นเดียวกันในครั้งนี้กับ อัลลาร์ไดซ์ ซึ่งรายงานแจ้งว่า การทุจริตมีจริงเเละพวกเขาเริ่มตั้งแต่การจัดตั้งบริษัทปลอมขึ้นมาจากทั้ง ออสเตรเลีย หรือ ญี่ปุ่น พวกเขาช่วยกันหนุนและปิดบังเรื่องนี้ อุบายของพวกเขาคือการสร้างความน่าเชื่อถือขึ้นมาเพราะเคยบทเรียนมาก่อนเเล้วจากประวัติศาสตร์ครั้งเก่า

แต่ สิงคโปร์ ทำการทุจริตได้อย่างเเนบเนียน หมู่เกาะที่ร่ำรวยที่เป็นศูนย์กลางการค้าขายของโลกและยังเป็นศูนย์กลางเรื่องการธนาคารและการพนันอีกด้วย สิ่งเหล่านี้คือเอกลักษณ์ของความโลภไม่รู้จังพอที่ทำให้คำพูดว่าค่าจ้าง 100,000 ปอนด์จาก อัลลาร์ไดซ์ ลูกค้าของเขากลายเป็นเรื่องที่น่าสงสัยขึ้นมาได้

มีผู้คนไม่กี่คนที่ไม่ใช่ชาวสิงคโปร์จะรู้จัก ฟานดี้ อาห์หมัด และ ว. สุนทรมูรติ  แต่พระราชาแห่งเเคว้นเกลังอย่าง ดอง ตัน และ วิลสัน ราช เปรูมัล กำลังเล่นละครหลอกโลกใบนี้อยู่

ในฟุตบอลโลกที่ผ่านมานักข่าวชาวอังกฤษคนหนึ่งถามผมว่า "คุณอยู่สิงคโปร์เหรอ ? มีอะไรอัพเดทบ้างไหมสำหรับเรื่องแปลกๆในเกมนี้?

ในฟุตบอลโลก 2014 ที่ผ่านมา ใต้สนาม มาราคาน่า สเตเดี้ยม นักข่าวชาวอังกฤษคนหนึ่งคุยกับผม(ฮัมฟรี่ย์)ว่า "คุณอยู่สิงคโปร์เหรอ ? มีอะไรอัพเดทบ้างไหมสำหรับเรื่องแปลกๆในเกมนี้"

ห้าปีที่ผ่านมามีการจัดประชุมกับนักข่าวจาก บีบีซี เพื่อหารือเรื่องการล็อคสกอร์และล้มบอล ดูเหมือนว่ามันจะประสบผลได้อย่างดีและดูน่าเชื่อถือ มันดูใกล้เคียงกับความจริงมาที่สุด

คำพูดและความคิดของเหล่าคนนอกเมื่อพูดถึงวงการฟุตบอล สิงคโปร์ นั้นคือเรื่องของการพนันและทุจริต และนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมคำพูดที่หลุดมาของ อัลลาร์ไดซ์ จึงส่งผลซ้ำเติมต่อฟุตบอลสิงคโปร์มากนัก

มิจฉาชีพผู้สวมหน้ากากนักธุรกิจจะมองหาวิธีเข้ามามีส่วนร่วมเป็นมือที่ 3 เพื่อขอแชร์ส่วนแบ่งจากเม็ดเงินของ สิงคโปร์ และ ฮ่องกง

นั่นคือชื่อเสียงของ สิงคโปร์ ในระดับนานาชาติ วงการฟุตบอลก็เหม็นโฉ่จนสามารถทำให้ถูกเอามาใช้ประโยชน์ได้อย่างง่ายได้ นี่คือสถานที่ที่นักลงทุนที่ไร้ยางอายเรียกว่าสวรรค์จากความไร้ความสามารถในการบริหารจัดการเหล่าผู้มีอำนาจระดับบิ๊กหลายๆคน

ความโกรธหรือความไม่พอใจของคนประชาชนสิงคโปร์ไม่อาจเปลี่ยนแปลงความจริงใดๆได้ มันคงทำได้เพียงแค่การมุดหัวอยู่ในรูและหลับหูหลับตาปฎิเสธเรื่องเหล่านี้

ไม่ว่าจะเป็นการเเข่งขันฤดูกาลที่แล้วหรือแม้แต่การจัดนิทรรศการประชุมเรื่องสื่อการตลาด แม้แต่การพาเหล่าเอกอัครราชทูตไปทัวร์ชมโรงแรมที่มีชื่อเสียงหรือเยี่ยมชมโรงเรียนกีฬาที่เป็นของบุคคลภายนอกผู้ได้ประโยชน์ระยะยาวจากฟุตบอลสิงคโปร์  หากมองที่เม็ดเงินโดยรวมแล้วมันอาจจะมากมายแต่แท้จริงเเล้วกว่าที่เงินเหล่านั้นจะมาถึงการแก้ปัญหาที่แท้จริงก็แทบจะไม่เหลืออะไรเลย

คนอย่าง อัลลาร์ไดซ์ นี่แหละที่เขามากอบโกยเงินสดๆจากสิงคโปร์อย่างสะดวกสบาย มันช่างเป็นประเทศที่สมบูรณ์อย่างยิ่งต่อการเก็บเกี่ยว พวกเขาแค่มานั่งๆนอนๆและเข้าห้องประชุมจากนั้นก็รับเงิน 100,000 ปอนด์ต่อการทำงานเพียงวันเดียว

หากไม่มีการแก้ไขเรื่องนี้แบบกระตือรือร้นนั่นอาจทำให้สมาคมฟุตบอลของสิงคโปร์และผลงานของทีมชาติจะล้มเหลวอีกครั้ง

ไม่ต้องแปลกใจเลยสำหรับเรื่องแบบนี้ที่เกิดขึ้น หากไม่มีการแก้ไขเรื่องนี้แบบกระตือรือร้นนั่นอาจทำให้สมาคมฟุตบอลของสิงคโปร์และผลงานของทีมชาติจะล้มเหลวอีกครั้ง

สมาคมฟุตบอลแห่งสิงคโปร์กำลังจะดำเนินการเลือกตั้งผู้บริหารใหม่ และมันกำลังล่าช้า ... เป็นอีกครั้งที่เหนื่อยใจจะพูดถึงหลังจากการประชุมประจำปีสิ้นสุดลงอย่างกระทันหัน

กระบวนการเลือกตั้งนี้อาจต้องใช้เวลากว่า 2 ปี มันมีความล่าช้าอย่างมากและไม่แน่มันอาจจะยาวนานกว่าที่คิด นั่นทำให้มีโอกาสมากๆที่พวกเขาจะต้องทนรับเสียงเย้ยหยันต่อชื่อเสียงของ สิงคโปร์

อัลลาร์ไดซ์ กำลังคิดว่าจะหลอกต้ม สิงคโปร์ ด้วยเล่ห์เหลี่ยมง่ายๆ เพราะ "ฟาร์ อีสต์ คอมปานี" ไม่คิดจะตั้งคำถามใดสำหรับเขา ... นี่คือปัญหาที่แท้จริง

วงการฟุตบอลสิงคโปร์คงต้องรีบพิจารณาสำหรับปัญหาที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยนี้ ... เพราะเรื่องเน่าเฟะทั้งหลายมันกำลังบั่นทอนและลดค่าของพวกเขาเองนั่นแหละ