เมืองทอง ยูไนเต็ด : กิเลนโฉมใหม่กับภารกิจป้องกันแชมป์ไทยลีก

การเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ จะเป็นปีแห่งความท้าทายของขุนพล “กิเลนผยอง” อีกครั้ง เมื่อพวกเขาต้องป้องกันแชมป์ไทยลีก รวมถึงการสู้ศึกถ้วยเอเชียที่พวกเขาต้องผิดหวังในปีที่ผ่านมา 

เมืองทอง ยูไนเต็ด ห่างหายความสำเร็จในเกมลีกมานานกว่า 3 ปี นับตั้งแต่คว้าแชมป์ไทยลีกแบบไร้พ่ายภายใต้การนำของ  “ย็อคก้า” สลาวิซ่า โยคาโนวิช กุนซือชาวยูโกสลาเวีย เมื่อปี 2012

ฤดูกาล 2016 เมืองทอง แต่งตั้ง ธชตวัน ศรีปาน เข้ามารับบทกุนซือคนใหม่แห่งทัพ “กิเลนผยอง” และเพียงปีแรกของอดีตกุนซือเพื่อนตำรวจรายนี้ เขากลับพาเมืองทอง ยูไนเต็ด ทวงบัลลังก์แชมป์กลับคืนมาจากคู่แค้น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้อีกครั้ง ซึ่งองค์ประกอบแห่งความสำเร็จที่สำคัญคือการเสริมทัพผู้เล่นรายใหม่ทั้ง ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ทริสตอง โด, ธีราทร บุญมาทัน ฯลฯ ที่ล้วนแล้วแต่กลายมาเป็นกำลังสำคัญของทีมทั้งสิ้น

มาฤดูกาล 2017 นี้ เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้ประกาศเปิดตัวสโมสรอย่างเป็นทางการภายใต้แนวคิด WAR OF HEROES หวังสานต่อความสำเร็จพร้อมเสริมผู้เล่นรายใหม่อย่าง อีโฮ อดีตนักเตะชุนบุค ฮุนได มอเตอร์ส พร้อมแข้งไทยฝีเท้าดีทั้งมงคล ทศไกร, รัชพล นาวันโน,  พิทักษ์พงษ์ กุลสุวรรณ ฯลฯ เข้ามาผนึกกับขุมกำลังชุดเก่าเพื่อไล่ล่าความสำเร็จรายการในประเทศ และถ้วยเอเชีย

ด้าน "บิ๊กเป้” รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผู้อำนวยการ “กิเลนผยอง” กล่าวในงานเปิดตัวสโมสรไว้ว่า "สำหรับแคมเปญฤดูกาลนี้ที่ใช้ WAR OF HEROES ทางสโมสร ต้องการสื่อความหมายเกี่ยวกับ ผู้เล่นที่มีอยู่ของเราชุดปัจจุบัน ที่มีผู้เล่นติดทีมชาติถึง 10 รายด้วยกัน  เปรียบเหมือนพวกเขาเป็นฮีโร่ของแฟนบอลไทยทุกคน รวมไปถึงปีนี้เราได้มีโอกาสไปเล่น ในฟุตบอลถ้วยใหญ่เอเชีย อย่างเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งแน่นอนว่าทีมของเราจะต้องไปทำผลให้ดีที่สุด เพื่อชื่อเสียงของวงการฟุตบอลไทย"

"ในเรื่องของงบประมาณปีนี้ เราใช้เงินที่ทะลุ 400 ล้านบาท เนื่องจากเราต้องไปเล่นในถ้วยใหญ่ของเอเชียอย่าง เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2017 ที่เราจำเป็นต้องมีการลงทุนอย่างมาก อย่างไรก็เราจะต้องสร้างผลงานในถ้วยของประเทศไทยให้ดีอีกด้วย"

การทุ่มงบมหาศาล และเป้าหมายที่ชัดเจนยิ่งแสดงให้เห็นว่า พวกเขาพร้อมแล้วที่จะต่อยอดความยิ่งใหญ่ แต่การเป็นแชมป์ว่ายากแล้ว ป้องกันแชมป์ย่อมยากกว่า ฤดูกาล 2017 จึงเป็นอีกครั้งที่กุนซือเมืองทอง และพลพรรคแข้ง “กิเลนผยอง” ต้องเจอศึกหนักเพื่อรักษามาตรฐาน และต่อยอดความสำเร็จต่อไป

Pages