เมืองทองฯยุคใหม่ : กิเลน "DREAM TEAM"

“แนวทางการทำทีมของผม อย่างที่ทราบกันดี ตั้งแต่สมัยเทโรฯ, สระบุรี, และเพื่อนตำรวจ คือ การเล่นบอลเกมรุก บอลเท้าสู่เท้า ซึ่งเมืองทองฯ ก็เป็นฟุตบอลที่เหมาะกับแนวทางของผมอยู่แล้ว...และผมก็ตั้งเป้าหมายไว้ คือ การนำเมืองทองฯ กลับไปสู่ความยิ่งใหญ่” นี่ คือ คำพูดของเทรนเนอร์คนใหม่ ธชตวัน ศรีปาน… 

“กิเลนผยอง” เมืองทองฯ ยูไนเต็ด รองแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก และ เอฟเอ คัพ 2015… พวกเขาไร้แชมป์ใดติดมือมา 3 ปีติดต่อกันก่อนหน้านี้

ปี 2012 เมืองทองฯ สร้างปรากฏการณ์คว้าแชมป์ลีกแบบไร้พ่าย ภายใต้การคุมทีมของ “ย็อคก้า” สลาวิซ่า โยคาโนวิช กุนซือชาวยูโกสลาเวีย (ซึ่งปัจจุบันประสบความสำเร็จกับการคุมทีมในยุโรปมากมาย และกำลังเป็นกุนซือของฟูแล่มในอังกฤษ) อย่างไรก็ตามหลังจากที่พวกเขาแยกทางกับ “ย็อคก้า” และใช้บริการกุนซืออีกมากหน้าหลายตา ทั้ง “วินนี่” วินฟรีด เชเฟอร์, เรเน่ เดอซาเยียร์, สก็อตต์ คูเปอร์ และ ดราแกน ทาลายิช เฮดโค้ชชาวโครแอตคนล่าสุด กลับไม่ประสบความสำเร็จอะไรเลย…..

ภายใต้การคุมทีมของ ดราแกน ทาลายิช กุนซือชาวโครแอต… เฮดโค้ชคนล่าสุดเมื่อปี 2015 ของเมืองทองฯ ยูไนเต็ด เขาได้พยายามสร้างสมดุลภายในทีม ทั้งตัวผู้เล่นไทยและต่างชาติ เขามักมีคำพูดจาคารมสุดหวานและไพเราะ แต่บางครั้งมันกลายเป็นเอียนสำหรับสื่อมวลชน ที่สำคัญต่อนักเตะภายในทีม เขาเข้มงวดเกินไป จนบางครั้งนักเตะภายในทีมไม่มีอิสระมากนัก แม้พาทีมไล้บี้จี้บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่มีอาวุธครบมือกว่ามาจนถึงช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล แต่สุดท้ายก็ยืนระยะไม่ได้ และตกม้าตายในที่สุด ตลอดจนเอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศ ก็พ่ายแพ้ให้กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีก

แต่จะว่าไป ทาลายิช เองก็โชคร้าย แม้เขามีนักเตะดีๆ ในมือมากมาย ทั้ง ธีรศิลป์ แดงดา, เคลตัน ซิลวา, ชนานันท์ ป้อมบุบผา, สารัช อยู่เย็น, มาริโอ ยูรอฟสกี้, คิม ดอง จิน และ นาโออากิ อาโอยาม่า แต่เลกที่ 2 ของฤดูกาล เกิดปัญหาภายในทีมขึ้นมากมาย ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจในการซื้อตัวผู้เล่นเข้ามาเสริมทีม จนอาวุธของ “กิเลนผยอง” มีแต่หน้าเดิมๆ เท่านั้น ไม่ได้มีมิติใดที่แปลกใหม่ขึ้นมา

อย่างไรก็ตาม การที่จบฤดูกาลแบบมือเปล่ามา 3 ปีติดต่อก็ทำให้บอร์ดบริหารไม่อาจนิ่งเฉย… เมื่อโค้ชต่างชาติ ไม่สามารถนำความสำเร็จใดๆมาได้ พวกเขาจึงเลือกกลับมาใช้บริการของโค้ชไทย… และนาทีนี้ ไม่มีคนไหนที่เหมาะสมไปกว่า “โค้ชแบน” ธชตวัน ศรีปาน อดีตตำนานหมายเลข 10 ทีมชาติไทย

การเข้ามาของ “โค้ชแบน” เข้ามาพร้อมกับความเชื่อของบอร์ดบริหารว่าจะเข้ามาช่วยสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของทีมให้แนบแน่นยิ่งกว่าโค้ชต่างชาติแบบที่ผ่านๆมา… และประสบการณ์ของ “โค้ชแบน” ที่สั่งสมมานานตั้งแต่เริ่มต้นเป็นโค้ชแอนด์เพลเยอร์กับ บีอีซี เทโรศาสน เมื่อ 6 - 7 ปีก่อน ก่อนก้าวมาเป็นเฮดโค้ชให้กับสระบุรี เอฟซี จนพาทีมเลื่อนชั้นสู่ไทยพรีเมียร์ลีก และคุมทัพเพื่อนตำรวจ จนคว้าแชมป์ลีกวัน ทำให้ทุกๆคนต่างมั่นใจในกึ๋นของ “สุภาพบุรุษลูกหนังไทย” คนนี้ ซึ่งนับเป็นโค้ชคนไทยคนแรกในรอบ 6 ปีของสโมสรต่อจาก “โค้ชแต๊ก” อรรถพล ปุษปาคม ผู้ล่วงลับ ที่เคยพาเมืองทองฯ คว้าแชมป์ลีก 2009  

ความฮือฮาไม่ได้หยุดที่การเข้ามาของ “โค้ชแบน” เพราะหลังจากนั้นแค่ประมาณ 1 สัปดาห์ มิสเตอร์ ไบรอัน แอล มาร์คา ประธานสโมสรฟุตบอลบีอีซี เทโรศาสน ประกาศขายทีม ทำให้ ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธนบูรณ์​ เกษารัตน์, และ พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา 3 นักเตะลูกหม้อระดับซูเปอร์สตาร์แห่งรัง “มังกรไฟ” ย้ายออกมาซบอก “กิเลนผยอง” จนสั่นสะเทือนทั้งอาเซียน

เมื่อบวกกับผู้เล่นไทยที่มีทั้ง ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าเบอร์ 1 อาเซียน, ดัสกร ทองเหลา, สารัช อยู่เย็น, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, ชนานันท์ ป้อมบุบผา, ปิยพล ผานิชกุล รวมถึง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ แล้ว ทำให้ “กิเลนผยอง” มีขุมกำลังผู้เล่นท้องถิ่นที่ดีที่สุดก็ว่าได้ แม้ก่อนหน้านี้จะปล่อยตัวนักเตะต่างชาติคนสำคัญที่อยู่กับทีมมาถึง 4 ปีอย่าง มาริโอ ยูรอฟสกี้ มิดฟิลด์ชาวมาซิโดเนียออกไป รวมถึง คิม ดอง จิน นักเตะเกาหลีใต้อดีตดีกรีแชมป์ยูฟ่า คัพ ที่ไม่ได้รับการขยายสัญญา แต่ก็คว้า 2 นักเตะบราซิลเลี่ยนใหม่เข้ามาร่วมทีมทั้ง จูเยียร์ เนเกรา และ ฟาบริซิโอ ซิลวา ดอร์เนลลาส อดีตกองหลังฮอฟเฟ่นไฮม์ในศึกบุนเดสลีก้า เยอรมัน ซึ่งแฟนบอลได้แต่หวังว่าทั้งคู่น่าจะมาเสริมแกร่งให้เมืองทองฯ ได้ไม่น้อย

สไตล์การทำทีมของ ธชตวัน ศรีปาน ไม่ได้เปิดเกมบุกอย่างบุ่มบ่าม เขามีปรัชญาการเล่นบอลที่ค่อนข้างละเอียดถี่ถ้วน เมื่อดูจากขุมกำลังแล้ว “กิเลน” มีโอกาสได้ “ผยอง” ไม่น้อยในฤดูกาลนี้

ก่อนหน้านี้ เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ลงเล่นเกม เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ไปแล้ว 2 นัดอย่างเป็นทางการ กับ ทั้ง ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม จากมาเลเซีย ก่อนชนะไปด้วยการยิงลูกจุดโทษชี้ขาด แต่ก็เล่นไม่ได้โดนใจแฟนบอลนัก เช่นเดียวกับอีกนัดที่บุกไปเยือน เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี ยอดทีมระดับพันล้านจากจีน แม้จะเล่นได้ดีขึ้นท่ามกลางอุณหภูมิ 7 องศา แต่สุดท้ายก็แพไปจนต้องตกรอบเพลย์ออฟ

การจูนทีมด้วยเกมหนักๆ ในช่วงก่อนเปิดฤดูกาลของ “กิเลนผยอง” อาจเป็นผลดีทำให้พวกเขา ได้เห็นข้อผิดพลาด อย่างชัดเจน และ “โค้ชแบน” ธชตวัน คงไม่รีรอรีบเข้าแก้ไข เพื่อให้ เมืองทองฯ ภายใต้สโลแกนใหม่ในปีนี้ว่า “DREAM TEAM”

“เป็นทีมแห่งฝัน” สมชื่อจริงๆ….

The Coach : “แบน แคน ดู” ธชตวัน ศรีปาน ปราชญ์ลูกหนังผู้นำทัพ “กิเลนดรีมทีม”

"แนวทางการทำทีมของผม อย่างที่ทราบกันดี ตั้งแต่สมัย เทโรฯ, สระบุรี และเพื่อนตำรวจ คือการเล่นบอลเกมรุก บอลเท้าสู่เท้า ซึ่งเมืองทองก็เป็นฟุตบอลที่เหมาะกับแนวทางของผมอยู่แล้ว ด้วยศักยภาพนักเตะของเมืองทอง น่าจะออกมาสนุก และผมก็ตั้งเป้าหมายไว้คือการนำเมืองทองกลับไปสู่ความยิ่งใหญ่ และประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ให้กับสโมสร” นี่ คือ บทสัมภาษณ์แรกของตำนานหมายเลข 10 ทีมชาติไทย ในวันที่เข้ามาสานงานต่อจาก ดราแกน ทาลายิช กุนซือโครแอต 

- ติดตามเรื่องราวของกุนซือไทยในรอบ 6 ปี ของ "กิเลนผยอง" ได้ที่นี่ -

Key Player - เคลตัน ซิลวา : (ว่าที่) ตำนานต่างชาติ 100 ประตูคนแรกไทยลีก

เคลตัน ซิลวา...นี่ คือ ดาวซัลโวสูงสุดของ “กิเลนผยอง” เมื่อฤดูกาล 2015 ด้วยการกดไปถึง 25 ประตูในลีก… ชีวิตของเขาเริ่มจากอดีตเด็กเลี้ยงวัวที่ เซา กีรัลโด้ ดา ปิเอดาเด้ หมู่บ้านเล็กๆ ของประเทศบราซิล มุ่งหน้ามาสร้างชื่อเป็นยอดดาวยิงแห่งไทยพรีเมียร์ลีก ตั้งแต่ปี 2010 กับ โอสถสภาฯ จนปัจจุบัน เขายิงได้เกือบร้อยประตูในลีกเข้าไปแล้ว…
- ติดตามเรื่องราวของจอมถล่มประตูรายนี้ได้ที่นี่ -

ชัยวัฒน์ บุราณ : ผมรู้ว่าจะได้เป็นนักเตะเมืองทองฯ ตอนตี 1

ปีกซ้ายสไตล์จิ้ม วิ่ง ครอส แบบฉบับฟุตบอล 4 - 4 - 2 คือ ตัวตนของแข้งยังเติร์กวัย 20 ปี จากจังหวัดนครศรีธรรมราชคนนี้… 
- ติดตามเรื่องราวของแข้งหนุ่มจากแดนใต้ได้ที่นี่ -

Supporter :จากใจอดีตแกนนำเชียร์ : ผมกลับมาซื้อตั๋วปีอีกครั้ง เพราะการเสริมทัพปีนี้

คนอื่นๆ เคยมองผมเป็นตัวตลก…บ้า… รึเปล่า เพราะตอนนั้นเราควรเสนอความเห็นว่าการเชียร์ของเราควรจะมีคนนำเชียร์ และร้องเพลงกันแบบพร้อมเพรียงเหมือนกับฟุตบอลญี่ปุ่น” พี่เลี่ยว อดีตแกนนำเชียร์เมืองทองฯ ยุคแชมป์ไร้พ่าย เริ่มกล่าวกับ FFT TH

- ติดตามเรื่องราวของอดีตแกนนำเชียร์ยุคไร้พ่ายได้ที่นี่ -