Analysis

เงียบเลยทีนี้… : เหตุใดที่คนวิจารณ์ ซาลาห์ และ ลิเวอร์พูล จึงต้องถอนคำพูด?

Mo Salah Bournemouth

การโชว์ฟอร์มอย่างยอดเยี่ยม พร้อมกับทำลายสถิติต่างๆ ก็ทำให้ทุกคนตั้งมาตรฐานสำหรับซาลาห์ไว้สูงมาก และมันก็ทำให้ทุกคนมองว่าเขาฟอร์มตกไปในซีซั่นนี้ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เขาเป็นดาวซัลโวของลีก หลังจากทำแฮตทริคในเกมสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และนี่ก็คงจะเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นการระเบิดฟอร์มของหงส์แดงจริงๆ เสียที

We are part of The Trust Project What is it?

ประตูแรกของเขาในปีนี้ ถูกนำมาพูดถึงในเชิงเสียดสีในโซเชียลมีเดีย แต่นั้นก็เป็นเรื่องปกติจากแฟนบอลในยุคปัจจุบัน

การที่ทีมของเขาประสบความสำเร็จนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ตัวเขาเองรู้สึกมีความสุข หลังจากทีมอยู่ในช่วงฟอร์มขึ้นๆ ลงๆ มานาน แต่มันก็เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะแฟนบอลของทีมคู่แข่งยังคอยโพสต์ข้อความโจมตีเขาบนโลกออนไลน์อยู่เรื่อยๆ ด้วยข้อความที่ว่า “อีกประตูจากโมฮาเหม็ด ซาลาห์ นักเตะที่ยอดเยี่ยมแค่ฤดูกาลเดียว”

ข้อครหาต่อตัวซาลาห์เกิดขึ้นแทบจะทันที หลังเขาโชว์ฟอร์มได้เหลือเชื่อในฤดูกาล 2017/18 เพราะทุกคนยังสงสัยอยู่ว่า เขาเป็นนักเตะที่พิเศษจริงๆ หรือไม่ ทุกคนตั้งคำถามต่อเขาทั้งในมาตรฐานการโชว์ฟอร์มบนศึกพรีเมียร์ลีก รวมถึงมาตรฐานที่ตัวเองเคยทำตลอดการค้าแข้ง ไหนจะเรื่องที่ว่า ซาลาห์จะทำประตูได้มากเท่าเดิมไหม หลังจากบาดเจ็บไป และฟอร์มการเล่นในฟุตบอลโลกก็ไม่ดีนัก อย่างไรก็ตาม การแสดงออกถึงความสงสัยในตัวดาวเตะชาวอียิปต์ก็ได้เปลี่ยนไปจากตอนแรก แต่มันก็ยังมีข้อถกเถียงกันในเรื่องนี้อยู่ดี

ทำผลงานไปเรื่อยๆ

อย่างไรก็ตาม เหล่าสเกาเซอร์ก็สนใจเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นกับทีมตัวเองเท่านั้น แม้แมนฯ ซิตี้ จะฟอร์มแรงเหลือเกิน ชัยชนะเหนือสเปอร์ส ที่เวมบลีย์ เมื่อช่วงสิ้นเดือยตุลาคม ทำให้พวกเขากลายเป็นทีมที่ถูกมองว่าจะมีโอกาสเป็นแชมป์ไร้พ่ายของลีกในฤดูกาลนี้ได้ นอกจากนี้ พวกเขายังทำประตูได้ถึง 23 ลูก จาก 6 เกม ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งฟอร์มเหล่านี้ ก็ยิ่งทำให้สมมติฐานเรื่องแชมป์ไร้พ่ายของเรือใบสีฟ้าดูเป็นไปได้มากขึ้น

แต่ลิเวอร์พูลก็ยังตามหลังพวกเขาอยู่เพียง 2 คะแนนเท่านั้น โดยฤดูกาลล่าสุดที่ทีมรองจ่าฝูงมีคะแนนตามหลังจ่าฝูงในช่วงเวลาเดียวกันน้อยกว่า 2 คะแนน คือช่วงเดือนธันวาคมของฤดูกาล 2008/09  มาตรฐานในการแข่งขันฤดูกาลนี้สูงมากจริงๆ ซึ่งแฟนบอลลิเวอร์พูลเองก็หวังว่าจะเห็นแมนฯ ซิตี้ ผิดพลาดบ้างเหมือนกัน เพียงแต่มันมีคำถามที่ว่า พวกเขาจะพลาดเมื่อไรกัน แต่หากทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ทีมนี้ไม่พลาดเลย พวกเขาก็จะนำโด่งและเข้าป้ายแบบสบายๆ งั้นหรือ

และสมมติฐานในเรื่องนี้ก็ดูสมเหตุสมผลเสียด้วย เมื่อแมนฯ ซิตี้ ได้เล่นเกมเยือนกับทีมลุ้นแชมป์ไปแล้วถึง 3 ทีม (ลิเวอร์พูล, สเปอร์ส และอาร์เซนอล) และพวกเขาก็ไม่เสียประตูเลยทั้ง 3 เกมดังกล่าว นอกจากนี้ แม้พวกเขาจะนำลิเวอร์พูลแค่ 2 คะแนน แต่พวกเขามีสถิติลูกได้เสียที่ดีมาก ซึ่งหากเราพูดกันแบบตรงๆ คู่แข่งบางทีมที่เจอกับทัพเรือใบสีฟ้า พยายามจะเล่นเพื่อแพ้พวกเขาให้น้อยที่สุดด้วยซ้ำ

Roberto Firmino, Mo Salah

ลิเวอร์พูลอาจจะมีความคล้ายคลึงกับแมนฯ ซิตี้ แต่มันก็ไม่ใช่ทั้งหมด แม้พวกเขาจะได้ผลการแข่งขันที่ยอดเยี่ยม และยังไม่แพ้ใครในลีก แต่พลพรรคหงส์แดงก็คว้ามันมาได้แบบหืดจับเหลือเกิน  ชัยชนะเหนือไบร์ทตัน, ฮัดเดอร์สฟิลด์ และเอฟเวอร์ตัน นั้นเป็นการเฉือนชนะด้วยสกอร์ 1-0  อย่างไรก็ตาม ชัยชนะดังกล่าวก็มีค่าเท่ากับ 3 คะแนนเหมือนกัน และเราก็เห็นหลักฐานปรากฏบนตารางคะแนนแล้ว ต้องยอมรับว่าพวกเขาทำตามเป้าหมายของตัวเองได้ดี

ฟอร์มตกในฤดูกาลที่ 2

อย่างไรก็ตาม แนวรุกพวกเขายังทำผลงานได้ดี ในเกมนัดล่าสุดกับบอร์นมัธ แฟนบอลของลิเวอร์พูลดูจะมีความสุขกับผลงานของซาลาห์มาก ฟอร์มการเล่นในนัดนี้ของดาวเตะชาวอียิปต์นั้นเหมือนกับที่เขาเคยทำได้ตลอดฤดูกาลที่แล้ว แต่ในตอนนี้ ต้องยอมรับว่า ฟอร์มของ 3 ประสานแนวรุกของลิเวอร์พูลในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนั้นไม่ร้อนแรงเท่าฤดูกาลที่แล้ว

ฟีร์มิโน่ทำผลงานในฐานะฟอล์ซไนน์ได้ไม่ดีเท่าซีซั่นที่แล้ว และนั่นก็ทำให้หลายคนอยากให้เขาไปพักผ่อนที่ข้างสนามบ้าง ใน 15 เกมแรกของฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูลทำประตูได้ 30 ลูก มีโอกาสยิง 223 ครั้ง ยิงตรงกรอบ 90 ครั้ง แต่ในช่วงเวลาเดียวกันของฤดูกาลที่แล้ว พวกเขามีโอกาสยิงประตูมากกว่านี้ 29 ครั้ง

แน่นอนว่าซาลาห์เองก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาเกมรุกของทีม แม้ตอนนี้เขาจะทำประตูในลีกไปแล้ว 7 ลุก จาก 15 เกม รวมถึงเป็นคนทำประตูชัยในเกมกับฮัดเดอร์สฟิลด์ และไบร์ทตัน แต่ฟอร์มการเล่นของเจ้าตัวก็ยังห่างไกลจากที่เคยทำได้ในฤดูกาลที่แล้ว เห็นได้จากเกมที่พวกเขาเปิดบ้านถล่มเรด สตาร์ เบลเกรด ในบ้าน 4-0 แม้เกมนั้น ดาวเตะชาวอียิปต์จะทำประตูได้ 2 ลูก แต่เขาก็พลาดโอกาสไปถึง 4 ครั้ง ซึ่งมาจากการจับบอลที่ไม่ดี ยิงไม่คม และการสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมที่ผิดพลาด

Mo Salah Red Star

จากเหตุผลที่กล่าวมา ทำให้ความสามารถในการเล่นของทีมตกอยู่ในเครื่องหมายคำถาม อย่างไรก็ตาม มันน่าจะเป็นแค่เพียงความไม่แน่นอนของทีมในตอนนี้เท่านั้น ลิเวอร์พูลยังมีศักยภาพจะก้าวไปเป็นแชมป์ลีกได้  ในตอนนี้ เราสามารถตัดสินการเล่นของทัพหงส์แดงได้เป็น 2 แบบ แบบแรกคือ พวกเขาพร้อมจะหลุดฟอร์ม และจะโดนลงโทษจากการใช้โอกาสอย่างสิ้นเปลืองของกองหน้า มันเกิดขึ้นแล้วในการพ่ายแพ้ถึง 3 เกม ในแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม และเกมกับเอฟเวอร์ตัน มันก็เกือบจะเกิดขึ้นเช่นกัน

เล่นอย่างโหดร้าย

แต่หากเรามองอีกมุมหนึ่ง มันก็ทำให้เราคิดว่า หากผู้เล่นของลิเวอร์พูลกลับมาเล่นได้อย่างเข้าขาอีกครั้งในพื้นที่สุดท้าย พวกเขาก็อาจจะลดช่องว่างที่มีกับแมนฯ ซิตี้ หรืออาจจะแซงไปเป็นจ่าฝูง แบบที่เป็นในตอนนี้ก็ได้

การที่ลิเวอร์พูลเก็บได้ถึง 42  จาก 48 คะแนน ทั้งที่ฟอร์มยังไม่ดีนัก ก็อาจทำให้ทีมอื่นตระหนักได้ว่า หากพวกเขาอยู่ในฟอร์มสุดยอดจะเป็นอย่างไร และฟอร์มในเกมล่าสุดกับบอร์นมัธของซาลาห์ก็พิสูจน์ให้เห็นได้เป็นอย่างดี ว่าทฤษฎีที่สองที่เราคิดนั้นถูกต้อง เพราะแมนฯ ซิตี้ เอง ก็เริ่มเปิดจุดอ่อนให้เห็นแล้ว ในเกมที่พวกเขาปราชัยต่อเชลซี และนั้นก็ทำให้ทัพหงส์แดงก้าวมาเป็นอันดับ 1 ของพรีเมียร์ลีก

ตอนนี้ ลิเวอร์พูลภายใต้การทำทีมของคล็อปป์ ดูจะได้เรียนรู้การเล่นที่ทำให้คู่แข่งรู้สึกว่าทีมของพวกเขานั้นมีความโหดร้ายมากขึ้น เพราะในซีซั่นที่แล้ว ทัพหงส์แดงมักจะมีจุดอ่อน คือการทำแต้มหล่นให้ยามเจอคู่ต่อสู่ที่เป็นรอง ทีมเหล่านี้มักจะรอให้ลิเวอร์พูลบุกเข้ามา ก่อนจะเปิดเกมสวนกลับเร็วเข้าหา

ปัญหานี้ถือเป็นปัญหาใหญ่ของลิเวอร์พูล ในปี 2017 ทีมของคล็อปป์ทำคะแนนหล่นหายยามเจอกับทีมนอกเหนือจากทีมท็อป 6 ในแอนฟิลด์ไปถึง 16 คะแนน ขณะที่ปีนี้ พวกเขาทำแต้มหล่นยามเจอทีมนอกท็อป 6 ในแอนฟิลด์เพียง 2 คะแนนเท่านั้น

เราไม่ได้บอกหรอกนะ ว่าลิเวอร์พูลจะเป็นทีมที่คว้าแชมป์ลีกได้ เพราะตอนแรกเราคิดว่าแมนฯ ซิตี้ จะเก็บคะแนนที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้ แต่เหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมา ก็ทำให้เราเชื่อแล้วว่า ลิเวอร์พูลสมควรจะเป็นจ่าฝูงในตอนนี้ ในแบบที่ยังไม่แพ้ใครในลีกเลย และพวกเขาอาจจะรักษาตำแหน่งนี้ไปจนจบฤดูกาลก็ได้

และหากซาลาห์ และฟีร์มิโน่ เริ่มกลับมาคืนฟอร์มของพวกเขาได้อีกครั้ง คนที่มาวิจารณ์ฟอร์มการเล่นทีมของพวกเขา ก็คงจะค่อยๆ หายไปเอง

ติดตามเนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ FOURFOURTWO.COM