เงินตรา,เหล้ายา,นารี : 10 เหตุการณ์ทุจริตที่เหม็นโฉ่ไปทั้งวงการลูกหนัง

ส่วนหนึ่งของซีรี่ส์ใหม่ของ สก็อตต์ แม็คอินไตร์ คอลัมนิสต์ซีเนียร์ของ FFT ที่เขาจะมาพูดถึงเรื่องราวอันเหม็นสาบของวงการฟุตบอลและยังทิ้งรอยแผลเป็นมาจนถึงทุกวันนี้

การล็อคผลการแข่งขันกำลังระบาดหนักในโลกฟุตบอล มีนักเตะและโค้ชหลายคนที่ถูกล่อลวงด้วยเงินสดจำนวนมากให้เข้าไปข้องเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้

และ FFT จะจัดอันดับ 10 เหตุการณ์ล็อคผลการแข่งขันที่ทำให้วงการลูกหนังโลกต้องสะเทือน

เจ้าของไนท์คลับในสิงคโปร์,โสเภณี และ ผู้ตัดสินชาวเลบานอน (2013)

เหตุการณ์ครั้งเดียวแต่ได้ถึงสาม! ในปี 2011 เอริค ดิง เจ้าของไนท์คลับชาวสิงคโปร์พบกับ อาลี ซาบบาจ ผู้ตัดสินชาวเลบานอน ที่เบียรุท คาเฟ่ มีการยืนยันในภายหลัง ดิง สามารถทำเงินได้อย่างมหาศาลจากการสั่งล็อคผลการเเข่งขัน

นอกเหนือจากเงินที่เป็นค่าจ้างแล้วยังมีเรื่องของโสเภณีที่ ซาบาจ ได้รับเป็นค่าตอบแทน โดยทันทีที่เขาเดินทางถึงสิงคโปร์เขาจะได้รับการต้อนรับจากอีหนูชาวโคลอมเบียและอาเซียนตามที่เขาต้องการ ก่อนจะลงตัดสินเกมเอเอฟซี คัพ ระหว่าง แทมปิเนส กับ อีสต์ เบงกอล ในปี 2012  

ก่อนจะแข่งไม่นานกรรมการชาวเลบานอนก็ถูกเข้าจับกุมพร้อมกับผู้ช่วยของเขาทั้งสองคนที่ก็มีส่วนด้วย ซาบบาจ โดนจำคุก 6 เดือนและห้ามตัดสินตลอดชีวิต ขณะที่ ดิง โดนตัดสินจำคุกอีก 3 ปีสำหรับการรวมก๊วนล็อคผลครั้งนี้

การวางยาในขวดน้ำ (2010)

ในเกมฟุตบอลอิตาลีดิวิชั่นสามระหว่าง เครโมเนนเซ่ พบกับ ปากาเนเซ่ ปี 2010 เกมการแข่งขันดำเนินไปอย่างเซื่องซึมตั้งแต่เริ่มการเเข่งขันหลังจากนั้นก็มีเรื่องราวที่ทำให้ช็อคทั้งสนาม

มาร์โก เปาลินี่ ผู้รักษาประตูของทีมเจ้าบ้านตัดสินใจวางยาในขวดน้ำของเพื่อนร่วมทีมของเขา เพื่อนำเงินค่าทุจริตมาใช้หนี้ที่มาจากการพนันที่เขามีอยู่ท่วมตัว

เปาลินี่ โดนแบนจากฟุตบอล 5 ปีสำหรับการกระทำครั้งนี้ ขณะที่มีการตั้งข้อสงสัยว่าการทุจริตครั้งนี้เกิดจากการสั่งการณ์ของ เเดน ตัน "ก็อดฟาเธอร์" มาเฟียของสิงคโปร์

Pages