Analysis

เนียนกริบ XI : 11 การเซ็นสัญญานักเตะในพรีเมียร์ลีกที่ไม่แพงแต่มีแววคุ้ม

Xherdan Shaqiri

นี่เป็นอีกหนึ่งตลาดซื้อขายที่เต็มไปด้วยดีลราคาแพง แต่บางดีลก็ถือเป็นการซื้อขายที่ชาญฉลาด และมีราคาที่ถูกเหมือนได้ฟรี หากเทียบกับความคุ้มค่า ซึ่งเกร็ก เลีย จะพาไปดูว่า ดีลใดบ้างที่เป็นการเซ็นสัญญาที่คุ้มค่าจริงๆ

We are part of The Trust Project What is it?

สจ๊วร์ต อามสตรอง (เซลติค ไป เซาธ์แฮมป์ตัน, 7 ล้านปอนด์)

Stuart Armstrong

เขาถือเป็นนักเตะคนสำคัญสำหรับเซลติค ในยุคที่ทัพม้าลายเขียวขาวเป็นเต้ยของลีกสก็อตติชแต่เพียงผู้เดียว ในซัมเมอร์นี้ อามสตรองย้ายออกจากทีมดังเมืองกลาสโกว์ มาอยู่กับเซาธ์แฮมป์ตัน ด้วยค่าตัวเพียง 7 ล้านปอนด์เท่านั้น ซึ่งกองกลางรายนี้ได้รับคำชมจากอร์ดอน สตรัคคัน กุนซือผู้ให้โอกาสมิดฟิลด์รายนี้ติดทีมชาติสก็อตแลนด์ครั้งแรก เป็นอย่างมาก กองกลางวัย 26 ปี ทำไป 15 ประตู จาก 31 นัด ในฤดูกาล 2016/17 ก่อนที่อาการบาดเจ็บจะทำให้เจ้าตัวฟอร์มดรอปลงไปในฤดูกาลถัดมา

อามสตรองมีสไตล์การเล่นแบบบ็อกซ์ทูบ็อกซ์ ซึ่งเจ้าตัวสามารถช่วยขับเคลื่อนเกมให้กับทีมได้เป็นอย่างดี รวมถึงสามารถสร้างความแตกต่างในพื้นที่สุดท้ายได้อย่างยอดเยี่ยม ในยามที่บอลอยู่ในการครอบครองของเขา นอกจากนี้กองกลางวัย 26 ปี ยังช่วยเล่นเกมรับได้ดี และด้วยอายุเพียง 26 ปี ทำให้อดีตมิดฟิลด์ของเซลติคยังพัฒนาฝีเท้าได้อีกมาก

เจา มูตินโญ่ (โมนาโก ไป วูล์ฟสฯ, 5 ล้านปอนด์)

Joao Moutinho

มันยากที่จะอธิบายอยู่บ้าง ว่าทำไมฮอร์เก้ เมนเดส ถึงพานักเตะในสังกัดอย่างมูตินโญ่ มาร่วมทีมวูล์ฟแฮมป์ตัน แต่มันก็ไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่า ทัพหมาป่าได้ปิดดีลที่สุดจะคุ้มค่าได้สำเร็จ ดาวเตะวัย 31 ปี รายนี้ จะนำประสบการณ์จากการแข่งขันระดับสูง อย่างเช่น ฟุตบอลโลก, ฟุตบอลยูโร, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รวมไปถึงการคว้าแชมป์ 8 รายการ ในการลงเล่นระดับสโมสร มาช่วยทีมน้องใหม่ของพรีเมียร์ลีกได้อย่างแน่นอน

มูตินโญ่เป็นกองกลางที่ออกบอลได้แม่นยำในทุกระยะ รวมไปถึงมีความเยือกเย็นยามครอบครองบอล และนี่ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับทัพหมาป่า ในการกลับมาเล่นพรีเมียร์ลีกเป็นหนแรก นับตั้งแต่ปี 2012 และการจับคู่ระหว่างเขา กับรูเบน เนเวส ก็ทำให้พวกเขาถูกมองเป็นคู่กองกลางที่ดีที่สุดคู่หนึ่ง หากไม่นับรวมมิดฟิลด์จากทีมท็อปซิกส์ของลีก

ลูคัส เปเรซ (อาร์เซนอล ไป เวสต์แฮม, 4 ล้านปอนด์)

Lucas Perez

ในตลาดซัมเมอร์ปีนี้ มีแค่เพียง 4 ทีมเท่านั้น ที่ใช้จ่ายเงินมากกว่าเวสต์แฮม พวกเขานำเข้าแข้งชื่อดังอย่างอังเดรย์ ยาร์โมเลนโก้ และเฟลิเป้ แอนเดอร์สัน รวมถึงนักเตะคนอื่นๆ อีกมากมายมาจากต่างแดน นอกจากนี้ พวกเขายังเซ็นสัญญากับนักเตะฟรีเอเยนต์อย่าง แจ็ค วิลเชียร์ และไรอัน เฟรเดริกส์ อีกด้วย

ทั้ง 2 นักเตะฟรีเอเยนต์สามารถมีชื่อติดอยู่ในลิสต์นี้ได้อย่างไม่มีปัญหา แต่การที่เวสต์แฮมคว้าตัวเปเรซมาจากอาร์เซนอล ด้วยค่าตัวเพียง 4 ล้านปอนด์ นั้น ถือเป็นดีลที่น่าจะคุ้มค่าที่สุดสำหรับพวกเขา ดาวยิงชาวสแปนิชย้ายมาอยู่ในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ด้วยค่าตัว 17 ล้านปอนด์ หลังจากยิงไป 17 ประตู ในศึกลา ลีก้า กับลา คอรุนญ่า เมื่อฤดูกาล 2015/16 ซึ่งศูนย์หน้ารายนี้ก็ทำผลงานได้ดีเสมอยามลงเล่นให้อาร์เซนอล แม้จะไม่ค่อยได้รับโอกาสก็ตาม ก่อนที่จะย้ายมาอยู่ที่ลอนดอน สเตเดี้ยม ในปีนี้ และถ้าทัพขุนค้อนให้โอกาสอดีตดาวยิงลา คอรุนญ่า ลงสนามอย่างสม่ำเสมอ ก็เชื่อได้เลยว่าเปเรซจะกลับมาสู่ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมได้อีกครั้งแน่นอน

ลูคัส ดีญ (บาร์เซโลน่า ไป เอฟเวอร์ตัน, 18 ล้านปอนด์)

Lucas Digne

ดีญเป็น 1ใน 3 นักเตะของบาร์เซโลน่า ร่วมกับเยอร์รี่ มิน่า และอันเดร โกเมส ที่ย้ายมาอยู่กับเอฟเวอร์ตันในซัมเมอร์นี้ แบ็คซ้ายเฟรนซ์แมนรายนี้ต้องตกเป็นสำรองของจอร์ดี้ อัลบา มาตลอดการลงเล่นที่คัมป์ นู เขาอาจจะได้ลงสนามในลา ลีก้า แค่เพียง 22 เกม เท่านั้น ตลอดเวลาที่ลงเล่นให้ทัพอาซูลกราน่า แต่แฟนบอลท็อฟฟี่สีน้ำเงินก็ควรจะรู้สึกดีใจนะ ที่ได้ตัวฟูลแบ็ครายนี้มาร่วมทีม

เงิน 18 ล้านปอนด์ ถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อนับมาแลกกับฟูลแบ็ควัย 25 ปี รายนี้ ดีญเป็นแบ็คซ้ายที่ครบเครื่อง เขาเข้าปะทะได้อย่างแม่นยำ เปิดบอลได้ดี  เคยทำผลงานได้ดีกับเปแอสเชและโรม่ามาก่อน ที่สำคัญคือ เจ้าตัวเคยติดทีมชาติฝรั่งเศสไปลุยศึกฟุตบอลโลก 2014 และฟุตบอลยูโร 2016 มาแล้ว

เซอร์ดาน ชาคิรี่ (สโต๊ค ไป ลิเวอร์พูล, 13 ล้านปอนด์)

Xherdan Shaqiri

สโต๊คหมดสิทธิ์ที่จะเก็บชาคิรี่ไว้อยู่กับทีม หลังจากที่พวกเขาต้องหล่นไปเล่นในศึกอีเอฟแอล แชมเปี้ยนชิพ ในฤดูกาลนี้ แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือ ไม่มีใครเข้ามาแย่งลิเวอร์พูล ในการเซ็นสัญญากับตัวรุกหุ่นมะขามข้อเดียวรายนี้เลย และหงส์แดงก็คว้าตัวดาวเตะทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์มาได้ด้วยค่าตัวเพียง 13 ล้านปอนด์เท่านั้น อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวคงไม่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงให้กับทีม หากนักเตะตัวหลักของลิเวอร์พูลฟิตพอที่จะลงสนามได้

ดาวเตะวัย 26 ปี อาจจะไม่ได้มีฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอนัก ตลอดเวลา 3 ฤดูกาล ที่เล่นให้กับสโต๊ค แต่ในฤดูกาลล่าสุด เจ้าตัวก็ทำประตูกับแอสซิสต์รวมกันถึง 15 ลูก ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ทัพช่างปั้นหม้อต้องหวังพึ่งเขาเป็นอย่างมาก ในการเล่นพื้นที่สุดท้าย นอกจากนี้ ชาคิรี่ยังสามารถลงเล่นได้ทุกตำแหน่งในแผงเกมรุก ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในแนวรุกของหงส์แดงได้เป็นอย่างดี

มักซ์ เมเยอร์ (ชาลเก้ 04 ไป คริสตัล พาเลซ, ฟรี)

Max Meyer

ในฤดูกาล 2017/18 ชาลเก้มีผลงานที่ยอดเยี่ยมทีเดียว ภายใต้การคุมทีมของโดมินิโก เทเดสโก้ ซึ่งเปลี่ยนตำแหน่งของเมเยอร์จาก เพลย์เมคเกอร์หมายเลข 10 ไปเป็นของกลางที่ทำเกมอยู่หน้าแผงหลัง และดาวเตะวัย 22 ปี ก็ทำผลงานในตำแหน่งใหม่ได้ดีทีเดียว อย่างไรก็ตาม ทัพราชันสีน้ำเงินไม่สามารถยื่นค่าเหนื่อยในสัญญาใหม่ ตามที่มิดฟิลด์ชาวเยอรมันต้องการได้ และทำให้เมเยอร์กลายเป็นนักเตะฟรีเอเยนต์ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

เมเยอร์ตกเป็นข่าวกับอาร์เซนอล, บาเยิร์น มิวนิค และแอตเลติโก มาดริด แต่ท้ายที่สุด กองกลางทีมชาติเยอรมนีกับเลือกย้ายไปเล่นกับคริสตัล พาเลซ เนื่องจากสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปไม่ได้ให้ความสนใจอย่างจริงจังนักกับมิดฟิลด์รายนี้ และนั่นก็หมายความว่า กองกลางรายนี้อาจจะไม่สามารถพัฒนาฝีเท้าได้ตามที่ทีมยักษ์ใหญ่หวังไว้ แต่การเซ็นสัญญากับดาวรุ่งพรสวรรค์สูงได้แบบฟรีๆ ก็ทำให้นี่ถือเป็นดีลที่ยอดเยี่ยมมากๆ ของทัพดิ อีเกิลส์ ในซัมเมอร์นี้

มาร์ก นาบาร์โร่ (เอสปันญ่อล ไป วัตฟอร์ด, 3 ล้านปอนด์)

Marc Navarro

การที่วัตฟอร์ดคว้าตัวนาบาร์โร่มาร่วมทีมในซัมเมอร์นี้อาจจะไม่ได้รับความสนใจมากนัก แต่การที่ทัพแตนอาละวาดคว้าตัวฟูลแบ็ครายนี้มาได้ด้วยค่าตัวเพียง 3 ล้านปอนด์ ทั้งที่มีค่าฉีกสัญญาอยู่ที่ 21.3 ล้านปอนด์ ก็ถือว่าคุ้มค่าทีเดียว โดยนาบาร์โร่นั้นเคยเป็นเด็กปั้นจาก ลา มาเซีย อคาเดมี่ของบาร์เซโลน่า ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายออกมาอยู่กับเอสปันญ่อลในปี 2011 ก่อนจะยึดตำแหน่งตัวจริงของทัพนกแก้วได้ใน 2 ฤดูกาลล่าสุด

นาบาร์โร่ในวัย 23 ปี สามารถลงเล่นได้ทั้งในตำแหน่งแบ็คขวา และเซนเตอร์แบ็ค ทั้งยังเคยตกเป็นข่าวกับลิเวอร์พูลมาแล้ว ในหน้าร้อนปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวอาจจะไม่ได้ลงเป็นตัวจริงโดยอัตโนมัติในถิ่นวิคาเรจ โร้ด แต่นั่นก็ถือเป็นข้อดีเหมือนกัน เพราะนั่นจะทำให้ปราการหลังรายนี้ ไม่ต้องกดดันที่จะพิสูจน์ตัวเองมากเกินไป แม้เขาจะมีค่าตัวเพียง 3 ล้านปอนด์ ก็ตาม