เนื้อหอมฟอร์มแรง : สาเหตุที่ “ โธมัส เลอมาร์” ถูกสโมสรผู้ดีหมายหัว

Thomas Lemar, Monaco

‘ยิงดี-จ่ายคม’ นี่คือสาเหตุที่ทำให้ โธมัส เลอมาร์ ปีกฟอร์มแรงของโมนาโกถูกบรรดาสโมสรพรีเมียร์ลีกตามจีบอยู่ในขณะนี้ เขามีดีขนาดไหน และ สโมสรใดที่เหมาะกับเขาที่สุด ติดตามบทวิเคราะห์จาก FFT ได้ที่นี่

ฤดูกาลที่เพิ่งจบไปนี้นับเป็นปีที่ยอดเยี่ยมมากๆ สำหรับสโมสร อาแอส โมนาโก พวกเขาสามารถหยุดไม่ให้ปารีส แซงต์ แชร์กแมง คู่แข่งร่วมลีก คว้าแชมป์สมัยที่ 5 ติดต่อกันได้สำเร็จด้วยการทำ 95 คะแนน พร้อมกับยิงไป 107 ประตูคว้าแชมป์ลีกเอิงได้อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งจากสถิติดังกล่าว ยังทำให้พวกเขากลายเป็นทีมที่ยิงประตูได้เยอะที่สุดในยุโรปเป็นอันดับ 2 อีกด้วย

นอกจากแชมป์ลีกเอิงแล้ว เลโอนาร์โก ยาคิม กุนซือชาวโปรตุกีส พร้อมกับลูกทีมพลังหนุ่มของเขายังทำผลงานชนิดหักปากกาเซียนในเวทียูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกด้วยการเอาชนะทั้งแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศได้อีกด้วย

Thomas Lemar

เลอมาร์ ดวลกับ ดาบิด ซิลบา ในเวทียุโรป

ด้วยเหตุนี้ ทำให้เหล่าสตาร์ของพวกเขาถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในตลาดซื้อขายรอบนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คีเลี่ยน เอ็มบัปเป้ กองหน้าดาวรุ่งฟอร์มแรง, รามาเดล ฟานกัล ที่เรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ และ เบร์นาร์โด ซิลวา ที่ร้อนแรงจนถูกแมนฯ ซิตี้ดึงตัวไปร่วมทีมเรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกัน ทั้ง ฟาบินโญ, ติเอมูเอ้ บากาโยโก้ และ เบนจามิน เมนดี้ เองก็ได้รับคำชมจำนวนมากเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม มันอาจจะผิดคาดไปหน่อยสำหรับ โธมัส เลอมาร์ ปีกชาวฝรั่งเศสของทีมที่แม้จะเป็นส่วนสำคัญกับความสำเร็จนี้ แต่เขากลับต้องตกอยู่ภายใต้เงาของคนอื่นเสียส่วนใหญ่ โดยดาวเตะวัย 21 กะรัตรายนี้ยิงไป 14 ประตูและแอสซิสถึง 17 ครั้งรวมทุกรายการ ซึ่งตัวเลขนี้สามารถบ่งบอกความสำคัญของเขากับทีมได้เป็นอย่างดี

เมื่อฤดูกาลที่แล้ว สื่ออาจจะไม่ได้ให้ความสนใจกับแข้งรายนี้มากนัก ทว่าหลังจากโชว์ฟอร์มหรูกับโมนาโกมาได้ตลอดฤดูกาล มันก็ทำให้สถานการณ์ของเจ้าตัวเริ่มเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เพราะเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีรายงานว่าทั้ง ยูเวนตุส, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และเชลซีต่างก็ให้ความสนใจแข้งรายนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ดูเหมือน่วาในตอนนี้ เลอมาร์จะเนื้อหอมกว่าตอนนั้นเสียอีก

ดาวเตะวัย 21 กะรัตรายนี้ยิงไป 14 ประตูและแอสซิสถึง 17 ครั้งรวมทุกรายการ ซึ่งตัวเลขนี้สามารถบ่งบอกความสำคัญของเขากับทีมได้เป็นอย่างดี

นอกจากทีมที่กล่าวมาแล้ว อาร์เซนอล, สเปอร์ส และ ลิเวอร์พูล เองก็ตกเป็นข่าวกับเลอมาร์ด้วยเช่นกัน ดังนั้นอีกไม่นาน เราคงได้เห็นเจ้าตัวคงได้เก็บข้าวของจากดินแดนน้ำหอมย้ายมาโลดแล่นอยู่ในอังกฤษอย่างแน่นอน

คุณภาพคับแก้ว

นับตั้งแต่เลอมาร์ย้ายมาจากก็องเมื่อปี 2015 เจ้าตัวก็ถูกส่งลงสนามในตำแหน่งต่างๆ มากมาย โดยเขาผ่านการเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์มาแล้วไม่ว่าจะเป็นในระแบบกองกลาง 2 หรือ 3 คน ก่อนที่จะมาเจอตำแหน่งที่ใช่ของตัวเองในปีที่ผ่านมา ซึ่งก็คือปีกซ้ายในระบบ 4-2-2-2

สำหรับบทบาทของเลอมาร์ในทีมของยาร์คิมนั้น อาจจะผิดไปจากที่ใครหลายๆ คนคิดเล็กน้อย เพราะด้วยความที่เขาเป็นนักเตะซ้ายธรรมชาติ ทำให้หลายๆ คนน่าจะมองว่าเขาเป็นปีกสไตล์ทั่วๆ ไป ที่เลี้ยงเลาะไปตามริมเส้นแล้วเปิดเข้ากลาง ทว่าความจริงแล้ว เขามักจะเลี้ยงจี้เข้าด้านในและปล่อยให้ แบ็คซ้ายอย่าง เมนดี้ โอเวอร์แล็ปขึ้นมามากกว่า หรือ บางครั้งก็เป็นเอ็มบัปเป้ที่จะวิ่งสอดขึ้นไปในตำแหน่งของเขาแทน ซึ่งต้องยอมรับเลยว่า เลอมาร์สามารถประสานงานกับบรรดาแข้งแนวรุกคนอื่นๆ ในทีมได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเคลื่อนที่ที่ทำให้คู่แข่งสับสนแบบนี้

แข้งวัย 21 กะรัตรายนี้เป็นนักเตะที่มีสายตาที่เฉียบคมมากๆ ซึ่งนั่นทำให้เขาสามารถฉีกแนวรับของคู่แข่งได้ไม่ว่าจากส่วนไหนของสนามก็ตาม นอกจากนี้ เท้าซ้ายของเขายังมีทีเด็ดที่ลูกยิงไกลและการเล่นลูกนิ่งด้วย

เลอมาร์ยังเป็นนักเตะที่มีความว่องไวและรวดเร็ว เขาสามารถกระชากหนีคู่แข่งได้แบบสบายๆ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า เขาจะเป็นนักเตะที่ดื้อรั้นเลี้ยงบอลไปข้างหน้าอย่างเดียว เพราะด้วยความเข้าใจในเกมที่ค่อนข้างสูง บวกกับเทคนิคการจับบอลที่นุ่มนวมและความสามารถในการครองบอล ทำให้เจ้าตัวจะรู้ดีว่าจังหวะใดควรจ่ายและจังหวะใดควรไปเอง

หากใครได้ตามดูโมนาโก จะรู้ดีว่า เบร์นาร์โด ซิลวา และ เลอมาร์ คือ 2 แข้งที่ช่วยขับเคลื่อนเกมรุกของทีมซึ่งก็ต้องบอกว่าทั้งคู่ต่างทำหน้าที่ของตัวเองได้น่าประทับใจมากๆ ยิ่งไปกว่านั้น นอกจากการรับผิดชอบในเกมรุกแล้ว เลอมาร์เองก็เป็นนักเตะที่ไม่ลืมที่จะช่วยเกมรับของทีมด้วย เขาพร้อมที่จะวิ่งไล่บีบแบ็คขวาของคู่แข่งและตามติดลงมารับในแดนตัวเองเสมอ

เขาผ่านการเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์มาแล้วไม่ว่าจะเป็นในระแบบกองกลาง 2 หรือ 3 คน ก่อนที่จะมาเจอตำแหน่งที่ใช่ของตัวเองในปีที่ผ่านมา

สำหรับใครก็ตามที่สงสัยว่าทำไมสโมสรจากอังกฤษหลายๆ แห่งถึงให้ความสนใจดาวเตะรายนี้ คำตอบนั้นอยู่ในเกมแชมเปี้ยนส์ลีกที่โมนาโกพบกับสเปอร์สในรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งเลอมาร์สามารถปั่นป่วนและยิงประตูได้ทั้ง 2 นัด ขณะที่ในเกมกับแมนฯ ซิตี้ เจ้าตัวก็แผลงฤทธิ์ได้เช่นกัน โดยเลอมาร์ทำไป 2 แอสซิสด้วยกัน เขาได้แสดงให้ความถึงฝีเท้าที่ร้ายกาจและสามารถเล่นงานนักเตะของสโมสรอังกฤษได้แบบสบายๆ

ปัจจุบัน เลอมาร์ได้โอกาสติดธงทีมชาติฝรั่งเศสไปแล้วทั้งหมด 5 นัดด้วยกัน ขณะที่ในศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย หากเจ้าตัวมีชื่อไปแข่งขันทัวร์นาเมนต์นี้ด้วยก็คงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจเท่าไหร่นัก

เขาควรย้ายไปไหน?

รายชื่อทีมที่สนใจปีกซ้ายรายนี้กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแม้จะมีทีมติดตามดูสถานการณ์มากมาย แต่ อาร์เซนอล, สเปอร์ส และ ลิเวอร์พูลคือ 3 ทีมจากพรีเมียร์ลีกที่มีโอกาสได้ลายเซ็นของเขาไปครองมากที่สุด ทว่าทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับเจ้าตัวด้วยว่าจะตัดสินใจย้ายออกจากทีมหรือไม่

สำหรับอาร์เซนอล ดูเหมือนว่า อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือมาดนิ่งของทีมกำลังมองหาแข้งที่จะเข้ามาเพิ่มจินตนาการให้กับทีมอยู่เนื่องจากอนาคตของทั้ง เมซุต โอซิล และ อเล็กซิส ซานเชส 2 ซูเปอร์สตาร์ของทีมก็ยังไม่แน่นอนนัก ซึ่งถ้าหากทั้งคู่ตัดสินใจอยู่กับทีมต่อ การได้ตัวเลอมาร์มาอีกคนก็คงทำให้พวกเขามี 3 ประสานในเกมรุกที่ดุดดันสุดๆ เรียกได้ว่าไม่เสียหายอะไรเพราะสไตล์การเล่นที่ชาญฉลาดของแข้งชาวฝรั่งเศสนี้ รวมถึงการอ่านเกมและการเคลื่อนที่ที่ยอดเยี่ยมจะต้องช่วยให้เขาประสานงานกับโอซิลและซานเชสได้อย่างลงตัวแน่นอน

เลอมาร์อาจจะทดแทน 1 ใน 2 คนนี้ได้

การเข้ามาของเลอมาร์จะทำให้โอลิวิเยร์ ชิรูด์ กองหน้าเพื่อนร่วมชาติแสดงประสิทธิภาพได้มากขึ้นแน่นอน เพราะนับตั้งแต่หัวหอกสุดหล่อรายนี้ย้ายมาร่วมทัพปืนใหญ่จากมงต์เปลิเยร์ เขาก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้เลยว่าคู่ควรกับทีม(แม้ว่าจะยิงประตูได้เรื่อยๆ ก็ตาม) โดยจุดเด่นของชิรูด์นั้นคือการเล่นลูกกลางอากาศ ซึ่งถ้ามีเลอมาร์อยู่ในทีม ลูกครอสอันแม่นยำของเจ้าตัวจะต้องช่วยให้ชิรูด์แสดงประสิทธิภาพออกมาได้มากกว่าเดิมแน่นอน

ข้ามฝากที่สเปอร์สบ้าง โดยปกติ เมาริซิโอ โปเชตติโน่ จะส่งลูกทีมลงเล่นในระบบ 4-2-3-1 หรือ 3-4-2-1 ซึ่งนั่นทำให้ หากเลอมาร์ย้ายมา เขาจะต้องแย่งตำแหน่งกับ ซอน เฮือง มิน ปีกชาวเกาหลีใต้ที่ฤดูกาลที่ผ่านมายิงไป 21 ประตู และทำได้ 10 แอสซิสรวมทุกรายการ ซึ่งแม้จะเป็นนักเตะคนละสไตล์ แต่ดูเหมือนว่าเลอมาร์จะเหนือกว่าเล็กน้อย โดยสำหรับซอน จุดเด่นของเขาคือการเลี้ยงตัดเข้าในและการวิ่งสอดจากแถวสอง ซึ่งมันส่งผลให่เจ้าตัวสามารถสร้างโอกาสทำประตูให้ตัวเองได้มากมาย

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้เลอมาร์แตกต่างจากซอนนั้น ก็คือการจ่ายบอลและการสร้างสรรค์เกม โดยเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ดาวเตะโมนาโกรายนี้จ่ายคีย์พาสเฉลี่ยแล้ว 2.2 ครั้ง ครอสบอล 1.6 ครั้ง และโยนบอลยาว 2.3 ครั้งต่อเกม ขณะที่ซอนนั้น ทำได้แค่ 1.3 สำหรับคีย์พาส, 0.4 สำหรับการครอส และบอลบาว 0.6 ครั้งเท่านั้นต่อเกม

เลอมาร์ อาจจะเหมาะกับทีมของโปเชตติโน่มากกว่าซอน

นอกจากนั้น สิ่งที่เลอมาร์ดูจะเหนือกว่าซอนอีกอย่างก็คือการเล่นเกมรับ โดยฤดูกาลที่แล้ว ดาวเตะจากลีกเอิงรายนี้ทำสถิติเข้าสกัด 1.4 ครั้ง และ ตัดบอลได้ 0.9 ครั้งต่อเกม ส่วนสำหรับแข้งเกาหลีใต้ ทำได้แค่สกัด 0.6 ครั้งและ 0.2 ตามลำดับ ดังนั้น ด้วยความที่โปเชตติโน่มีทีมรุกที่ลงตัวอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น แฮร์รี่ เคน, เดเล่ อัลลี, คริสเตียน อิริคเซ่น และ ซอน เฮือน มินเอง การได้ตัวเลอมาร์มาเพิ่มอีกคน ก็คงทำให้พวกเขากลายเป็นฝันร้ายของคู่แข่งได้อย่างแน่นอน

สำหรับที่ลิเวอร์พูลนั้น เลอมาร์อาจจะต้องเจอกับการแข่งขันพอสมควร เพราะทัพหงส์แดงมักจะเล่นระบบ 4-3-3 ซึ่งแน่นอนว่าเขาจะต้องลงเล่นในตำแหน่งปีกซ้ายเคียงข้าง โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ และนั่นหมายความว่า เลอมาร์จะไปทับตำแหน่งกับ เพลย์เมคเกอร์คนสำคัญอย่าง ฟิลิปเป้ คูตินโญ ทำให้ดาวเตะชาวบราซิลรายนี้คงต้องถอยไปเล่นตรงกลางสนามแทน

แม้ว่าเลอมาร์จะสามารถเป็นตัวทีเด็ดในระบบการเล่นสไตล์ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้ แต่การที่ทีมไม่ค่อยใช้งานกองหน้าธรรมชาติ ทำให้บางครั้งก็อดตั้งคำถามไม่ได้ว่าความสามารถของเจ้าตัวจะสูญเปล่าหรือไม่ เพราะแม้เจ้าตัวจะยังสามารถปรับบทบาทมาเล่นในแผงมิดฟิลด์ 3 คนได้แต่อย่าลืมว่านั่นก็ไม่ใช่ตำแหน่งที่ทำให้เขาฉายแววดั่งทุกวันนี้

ไม่ว่าแข้งดาวรุ่งไฟแรงรายนี้จะตัดสินใจย้ายทีมในซัมเมอร์นี้หรืออยู่กับโมนาโกต่อไป แต่เขาจะต้องมีอนาคตที่สดใสรอเขาอยู่อย่างแน่นอน

คำทำนาย FFT : สเปอร์สจะต้องพยายามเสริมทัพให้ดีที่สุดเพื่อที่พวกเขาจะลุ้นแชมป์แบบจริงๆ จังๆ ในปีหน้านี้ และด้วยความที่สเปอร์สมีฟูลแบ็คที่มีความเร็ว ความคล่องตัว และเติมเกมได้ดี ทำให้ทัพไก่เดือยทองน่าจะเป็นทีมที่เหมาะกับเลอมาร์มากที่สุดแล้ว  นอกจากนั้นอย่าลืมว่า ซอน ยังอยู่ในช่วงรักษาอาการบาดเจ็บที่แขน ทำให้ทัพไก่เดือยทองจะไม่ได้ใช้งานแข้งรายนี้ในช่วงออกสตาร์ทฤดูกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งสำคัญที่จะทำให้พวกเขาได้เปรียบอาร์เซนอล คือ การได้ไปเล่นฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ทัพปืนใหญ่จะไม่ได้เข้าร่วมด้วย

ติดตามอ่านสารคดีฟุตบอลสดใหม่ได้ทุกวันที่ FourFourTwo Thailand