เพชรน้ำเอกแห่งสเปอร์ส : ทำไม แฮร์รี่ วิงค์ จะกลายเป็นความหวังใหม่ของชาวผู้ดี?

Harry Winks, Harry Kane

Seb Stafford-Bloor คอลัมนิสต์ของเรา จะมาพูดถึง แฮร์รี่ วิงค์ ที่กำลังเริ่มสร้างชื่อกับ สเปอร์ส เรื่อยๆให้แฟนๆชาวไทยได้รู้จักกันมากขึ้น…

แฮร์รี่ วิงค์ เริ่มสร้างชื่อขึ้นเรื่อยๆ หลังจากได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่อง ทว่า เส้นทางข้างหน้าของ กองกลางวัย 21 ปี ยังมีอะไรที่จะต้องพิสูจน์อีกเยอะ และเราต้องติดตามพัฒนาการของเขาอย่างใกล้ชิด

โดยฟอร์มล่าสุดของ วิงค์ ในเกมที่ สเปอร์ส บุกไปถล่ม ฟูแล่ม 3-0 ในศึกเอฟเอ คัพ เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนคือ สัญญาณชั้นดีที่บอกว่า เขาพร้อมจะก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง

จุดเด่นของ ดาวเตะทีมชาติอังกฤษชุดเล็ก ก็คือ การผ่านบอล เหมือนอย่างที่เขามีส่วนในประตูที่ 2 ของทีมในเกมดังกล่าว นอกจากนี้ วิงค์ ยังเล่นได้ดีตั้งแต่นาทีแรกอีกด้วย

Winks scores against West Ham

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดก็ไม่ได้การันตีว่า กองกลางรูปงาม จะประสบความสำเร็จในชีวิตการค้าแข้ง เพราะเราเห็นตัวอย่างดาวรุ่งที่ล้มเหลวกับการปรับตัวสู่สถานะนักเตะอาชีพมาหลายทีแล้ว

ซึ่งหลังจากนี้ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ และ ทีมงานสต๊าฟโค้ช จำเป็นต้องประคบประหงม วิงค์ ให้ดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความคาดหวังจากแฟนๆ หรือสื่อมวลชน เช่นเดียวกับ ทัศนคติที่ห้ามหลงไปกับแสงสีโดยเด็ดขาด และที่สำคัญที่สุดคือ ผลงานในสนาม

ซึ่งนี่คือจุดที่พวกเยาวชนหลายรายหลงผิดมานัดต่อนัดแล้ว…

เติบโตเรื่อยๆ

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2016 เป็นวันที่ วิงค์ จะจดจำจนวันตาย

เพราะนั่นคือเกมแรกที่ แข้งที่ติดทีมชาติระดับเยาวชนทุกชุด ได้ลงสนามเป็นตัวจริงให้ “ไก่เดือยทอง” ในพรีเมียร์ลีกนั้น ตัวเขายิงประตูแรกได้ทันที โดยเกมนั้นคือ เกมกับ เวสต์แฮมฯ ที่ ลูกหม้อรายนี้ ยิงประตูตีเสมอ 1-1 ก่อนที่สุดท้าย สเปอร์ส จะแซงชนะ “ขุนค้อน” อย่างสุดดราม่า 3-2 ชนิดที่ แฮร์รี่ เคน ยิงสองลูกในนาที 89 และ 91 เลยทีเดียว

ซึ่งต้องบอกว่าในช่วง 10 นาทีสุดท้ายของเกมดังกล่าว วิงค์ มีส่วนร่วมกับเกมอย่างมากด้วย โดยเกมนัดนั้น ผู้เล่นซีเนียร์ของ “ไก่เดือยทอง” เล่นได้ต่ำกว่ามาตราฐานโดยเฉพาะพวกบรรดาตัวรุก ซึ่งกลายเป็น วิงค์ ที่มีส่วนขับเคลื่อนทีมอย่างมาก และ 2 ประตูที่ทีมทำได้ในช่วงท้ายเกมก็มีเขาเป็นจุดเริ่มต้น

กองกลางทีมชาติอังกฤษชุดยู 21 เลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งคนแล้วคนเล่า จ่ายบอลให้เพื่อนที่ว่าง และสร้างสรรค์เกม

ซึ่งที่เราบอกมาทั้งหมด ไม่ใช่ว่าเราต้องการจะบอกว่า วิงค์ ดีเด่และเป็น แมน ออฟ เดอะ แมตช์ แต่อย่างใด เราต้องการบอกเพียงแค่ เขาไม่เคยมีความกลัวที่จะเล่นในเกมระดับสูง ที่ตัวเองได้เล่นเป็นตัวจริงครั้งแรกแม้แต่น้อย

สงบเยือกเย็น

สองเดือนต่อมา วิงค์ สร้างชื่ออีกครั้ง หลังจากลงมาเป็นตัวสำรองในเกมที่พบกับ แมนฯ ซิตี้ โดยวันนั้น “เรือใบสีฟ้า” ออกนำทีมเยือน 2-1 พร้อมกับครองเกมเหนือกว่าเยอะ

ทว่า หลังจากที่ถูกปล่อยลงสนามในนาที 64 กองกลางวัย 21 ปีก็ช่วยให้ทีมครองเกมได้ดีขึ้นด้วยการคุมเกมอย่างใจเย็น จนตีเสมอได้อย่างสุดสะใจ

ย้ำอีกครั้ง เราไม่ได้ต้องการอวยเขาจนเว่อร์ แต่เราแค่ต้องการให้แฟนๆคนอ่านได้เห็นความสามาถของเขาต่างหาก

วิงค์ ก็เหมือนนักฟุตบอลทุกคนที่มีพรสวรรค์อยู่ในตัวอยู่แล้ว โดยที่จริงแล้ว เขาเป็นพวกแข้งที่มีเซนส์ในการทำประตูดังเช่นกองหน้าด้วย นอกจากยังเรียนรู้เกมได้เร็ว มองเกม หาที่ว่างเสมอ และไม่เคยหยุดพัฒนา

ที่สำคัญที่สุด คือ วิงค์ ไม่ใช่พวกที่เก่งแค่ตอนฝึกซ้อม แล้วลงไปเล่นอย่างห่วย แต่ว่า อนาคตดาวเตะทีมชาติอังกฤษ นั้นกลับนิ่งเกินไว พร้อมกับพร้อมที่จะลงแย่งตำแหน่งตัวจริงกลับคนที่แก่กว่าหรือเก๋ากว่า

ซึ่งนั่นทำให้ โปเช็ตติโน่ ชื่นชอบเขามาก

Winks in action against CSKA Moscow

กุนซือที่ใช่

ช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา วิงค์ ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ In Guardian ถึงวันแรกที่เขาได้เข้าพูดคุยกับ โปเช็ตติโน่ เมื่อปี 2014

“ผมเซ็นสัญญาอาชีพฉบับแรกในช่วงซัมเมอร์ปี 2014 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ผู้จัดการทีมย้ายเข้ามา” กองกลางดาวรุ่ง กล่าว “ตอนที่ผมกำลังจะลงลายมือนั้น ผมอยู่ข้างๆห้องเขา แล้วเขาก็เดินเข้ามา จับมือผม แล้วพูดบางอย่าง ซึ่งผมไม่รู้หรอกนะว่าเขาพูดจริงหรือเปล่า เขาบอกว่า ‘ฉันได้ดูวิดีโอของนาย แล้วฉันจึงบอกให้พวกเขาเซ็นสัญญากับนายเลย’ ”

ไม่มีใครรู้ว่า สิ่งที่ โปเช็ตติโน่ พูดในตอนนั้นเป็นสิ่งที่ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ คิดจริงๆหรือไม่ ทว่านั่นคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้ว ซึ่งทั้งหมดเพิ่มความมั่นใจให้แก่ วิงค์ ได้มาก

และนี่คือจิตวิทยาที่สุดยอดของ อดีตนายใหญ่เซาแธมป์ตัน ซึ่งเขาแสดงให้เห็นมาหลายครั้งแล้ว

หลังจากนั้น วิงค์ เชื่อมั่นว่า ผู้จัดการทีมกำลังจับตาเขาอยู่ ดังนั้นหากเขาฝึกซ้อมได้ดี แสดงผลงานออกมาได้ โอกาสของเขาก็จะมาถึงแน่นอน

ส่วน โปเช็ตติโน่ ก็ขึ้นชื่ออยู่แล้วในเรื่องการปั้นดาวรุ่งขึ้นมา ซึ่งนโยบายของ อดีตกุนซือเอสปันญ่อล คือ การไม่ปล่อยให้เด็กๆที่มีแววออกไปยืมตัวมากนัก แต่เขาจะหาโอกาสให้เหล่าเยาวชนลงเล่นตามแต่สมควรเหมือนกับที่ วิงค์ ได้รับนั่นเอง

 

Winks and Mauricio Pochettino

และกุนซือรุ่นใหม่พร้อมเหล่าแข้งรุ่นใหม่ก็พร้อมที่จะพา สเปอร์ส ไปสู่ ยุคใหม่ แล้วเหมือนกัน

ซึ่งทั้งหมดน่าจับตาจริงๆ

สักวันฝันจะเป็นจริง

สิ่งที่เราอยากบอกก็คือ เหล่าดาวรุ่งทั้งหลายควรเอาอย่าง วิงค์ ที่ถีบตัวเองขึ้นมาได้เมื่อมีโอกาส และต้องพยายามอย่างหนักต่อไป เพื่อที่จะยกระดับการเล่นจากระดับเยาวชนสู่ระดับอาชีพ

แน่นอนว่า ทุกอย่างไม่ได้ง่ายๆเหมือนที่ฝัน และเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพของ ดาวเตะทีมชาติอังกฤษชุดเล็ก ยังมีอีกยาวไกล

แต่หาก วิงค์ ได้เรียนรู้และได้ลงเล่นเกมต่อเนื่อง ได้ผ่านบอลในเกมการแข่งขันจริงๆ เขาก็จะเก่งขึ้นเรื่อยๆ และพร้อมจะเป็นกองกลางที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น

และ สักวันแฟนๆสเปอร์ส และ โปเช็ตติโน่ จะได้ภูมิใจในตัวมิสเตอร์ ‘แฮร์รี่ วิงค์’ ในฐานะ ความหวังใหม่ของประเทศ เคียงข้างเพื่อนร่วมรุ่นอย่าง เดเล่ อัลลี่ และ แฮร์รี่ เคน ได้

หวังว่า สักวันจะมาถึงจริงๆ…

New features you’d love on FourFourTwo.com