เพราะเหตุใด การขาดแบ็คตัวจริง มีส่วนทำให้ปีศาจแดงตกต่ำ?

Greg Lea คอลัมนิสต์ของเราเชื่อว่า การบาดเจ็บของลุค ชอว์ และฟอร์มออกทะเลของ มัตเตโอ ดาร์เมียน มีส่วนสำคัญที่ให้ผลงานของ แมนฯยูไนเต็ด ไม่ค่อยดีในปีนี้…

 “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ต้องการ ปรัชญา” พอล สโคลส์ กล่าวไว้เมื่อปีที่แล้ว “แฟนๆในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดแค่อยากเห็นการเปิดเกมรุกและเดินหน้าฆ่าคู่แข่งเท่านั้นแหละ”

นี่คือ คำพูดของอดีตนักเตะที่ออกมาแอนตี้ หลุยส์ ฟาน กัล ยังออกนอกหน้า  นอกจากนี้ ยังมีทั้งสื่อและแฟนบอลอีกจำนวนหลายล้านคน ที่ต่างไม่พอใจในแนวทางการทำทีมของ เทรนเนอร์เลือดดัตช์ ทั้งในแง่ของผลการแข่งขันและสไตล์การเล่นของทีม

สื่อบางฉบับบอกว่า ฟาน กัล ขอลาออก เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

และยิ่งคิดว่า อดีตกุนซือบาร์เซโลน่า ใช้เงินกว่า 250 ล้านปอนด์ในการซื้อนักเตะ โดยที่ผลลัพธ์ ไม่ได้ดีขึ้นกว่าครั้ง เดวิด มอยส์ พาทีมได้อันดับ 7 ยิ่งทำให้แฟนบอล “เร้ด เดวิลล์” เกือบทั้งโลก ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างเร่งด่วน

โดยตอนนี้ “ยูไนเต็ด” ตามหลังอันดับ 4 ถึง 10 คะแนนเข้าไปแล้ว ทั้งๆที่สัปดาห์ที่แล้ว ฟาน กัล ยังโม้ว่า ขอกลับมาลุ้นแชมป์อยู่เลย ขณะที่ความหวังในบอลถ้วยอย่าง เอฟเอ คัพ และ ยูโรป้า ลีก ก็ยังอีกยาวไกล จนเกรงว่า ปรัญชาชาวดัตช์ จะโดนไล่ออกก่อนด้วยซ้ำ

ปัญหาสำคัญของ แมนฯยูไนเต็ด ก็คือ แนวรุกที่พึ่งพาไม่ค่อยได้และยิงประตูได้น้อยเหลือเกิน โดยเหลือเชื่อที่พวกเขากลายเป็นทีมที่หาโอกาสยิงได้น้อยที่สุดเป็นอันดับ 17 ในพรีเมียร์ลีก ทั้งๆที่มีเปอร์เซ็นต์ครองบอลเฉลี่ยสูงสุด

Charlie Austin Goal vs Manchester United

ระบบคือปัญหา?

นักวิจารณ์หลายคนบอกว่า เป็นเพราะระบบของ ฟาน กัล ทำให้ แมนฯยูไนเต็ด ยิงประตูได้น้อยลง และเรียกร้องให้ทีมกลับไปใช้ระบบ 4-4-2 อันคุ้นเคย

ทว่า หลายคนอาจจะลืมไปว่า ในยุคสมัยของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เองก็เคยใช้ระบบที่คล้ายๆกับ อดีตเทรนเนอร์บาเยิร์น มิวนิค มาก่อน โดยเฉพาะในบอลยุโรปที่ เฟอร์กี้ มักใช้ 4-3-3 หรือ 4-2-3-1 เพื่อรับมือกับเหล่าบรรดายอดทีม

หลายครั้งที่ ตำนานชาวสก็อตแลนด์ เลือกที่จะใช้ พาร์ค ชี ซอง และ เวยน์ รูนี่ย์ ในตำแหน่งริมเส้นด้านข้าง ทั้งๆที่ตำแน่งถนัดของทั้งสอง คือ การเล่นตรงกลาง ทั้งหมดเป็นเพราะ ท่านเซอร์ ต้องการใช้ความขยันของทั้งคู่ ในการช่วยปิดเกมริมเส้นของคู่แข่ง

ดังนั้น นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ แมนฯยูไนเต็ด เล่นด้วยระบบนี้

ไม่ใช่ปีกธรรมชาติ แต่ทั้งสองก็ทำได้ดีในการเล่นริมเส้น

และไม่ใช่แค่ “ปีศาจแดง” เท่านั้นที่ใช้ระบบนี้ ลองมองบรรดาทีมดังอย่าง บาเยิร์น มิวนิค, บาร์เซโลน่า หรือ เรอัล มาดริด ก็ได้ ทั้งหมดล้วนใช้แผนดังกล่าวเป็นหลักทั้งสิ้น ซึ่งบอกได้เลยว่า ระบบนี้เหมาะกับฟุตบอลสมัยใหม่ที่สุดแล้ว

เพียงแต่มันต้องขึ้นอยู่กับสภาพนักเตะที่คุณมีด้วย…

อันที่จริง หลายสิ่งหลายอย่างก็ไม่เป็นใจให้กับ ฟาน กัล ในซีซั่นนี้ โดยเฉพาะอาการบาดเจ็บที่พากันเล่นงานผู้เล่นในตำแหน่งฟลูแบ็คทั้งสองข้างอย่างไม่หยุด

ลุค ชอว์, อันโตนิโอ วาเลนเซีย และ มาร์กอส โรโฮ ต่างบาดเจ็บยาวส่วนตัวอื่นๆอย่าง มัตเตโอ ดาร์เมียน, ฟิล โจนส์, แอชลี่ย์ ยัง หรือ แพ็ดดี้ แม็คแนร์ ก็ผลัดกันเจ็บอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ต้องดันเด็กอย่าง กิเยร์โม่ บาเรล่า และ คาเมรอน บอร์ธวิค-แจ็คสัน ขึ้นมา

ซึ่งสำหรับ ฟาน กัล แล้ว ฟลูแบ็ค เป็นหนึ่งในตำแหน่งสำคัญที่มีส่วนกับทีมมากๆ และการเสีย ชอว์ ไป คือ จุดเริ่มต้นผลงานที่ตกต่ำต่อเนื่องของ แมนฯยูไนเต็ด..

แบ็คตัวจริงของฟาน กัล

ตอนแรกนั้น มัตเตโอ ดาร์เมียน ถูกซื้อมาเพื่ออุดรอบรั่วในตำแหน่งแบ็คขวาที่มีปัญหามาหลายปี โดยปีที่แล้ว แบ็คขวาวัย 25 ปี ลงเล่นให้กับ โตริโน่ ในระบบ 3-5-2 ทั้งยังโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในบทบาทเดียวกันในเกมที่ อิตาลี ปราบ อังกฤษ ในฟุตบอลโลก 2014 ที่ผ่านมา

ขณะที่ทางด้านซ้ายนั้น ฟาน กัล วาง ลุค ชอว์ เป็นตัวหลักของทีมในซีซั่นนี้ หลังจากที่ฤดูกาลก่อนหน้านั้น แบ็คซ้ายดาวรุ่งเจ็บออดๆแอดๆทั้งปี โดยแฟนๆคาดหวังให้ ชอว์ เป็นตัวหลักของทีมไปอีกนานนับสิบปีทีเดียว ซึ่งช่วงก่อนที่จะเจ็บ ดาวเตะหมายเลข 23 คือ คนที่โชว์ฟอร์มได้ดีสม่ำเสมอที่สุดคนหนึ่งของทีม

ดูอย่างเกมที่ ยูไนเต็ด ออกไปพ่าย สวอนซี ที่ ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม ในช่วงต้นซีซั่นก็ได้ แม้ว่าผลงานของทีมจะย่ำแย่เพียงใด แต่ ชอว์ ก็ยังเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม โดย อดีตเด็กฝึกเซาแธมป์ตัน เติมเกมรุกได้อย่างดี พร้อมสร้างโอกาสให้กับทีมได้หลายครั้ง

ทว่า ทุกอย่างมันพังทลายลง เมื่อ ชอว์ เกิดขาหักในเกมยูซีแอลกับ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ขณะเดียวกัน ดาร์เมียน ก็เกิดปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนต่อเรื่อง จนมีส่วนให้ฟอร์มหลุดในช่วงหลัง

และนั่นทำให้ ฟาน กัล ต้องคอยสลับคนโน้นคนนี้มาเล่นในตำแหน่งทั้งสองอยู่ตลอด จนบอกได้ว่า ทุกวันนี้ แฟนผียังไม่รู้เลยว่า ใครคือแบ็คตัวจริงของทีมกันแน่..

ฟุตบอลฉบับของยูไนเต็ด

ภาพกราฟริคด้านล่าง เป็นภาพการยืนตำแหน่งของผู้เล่นปีศาจแดงในเกมกับ นิวคาสเซิล เมื่อช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านมา โดยตอนนั้น ทั้ง ดาร์เมียน และ ชอว์ ยังอยู่ในสภาพที่ฟิตสมบูรณ์

จากภาพจะเห็นได้ว่า ทั้งสองพร้อมที่จะบุกตะลุยไปข้างหน้า เพื่อสนับสนุนเกมรุกอย่างสม่ำเสมอ ทั้งยังมีพรสวรรค์ในการเล่นเกมรับติดตัวมาทั้งคู่ ซึ่งนั่นเป็นเหตุให้ทำไม แมนฯยูไนเต็ด ถึงรักษาคลีนชีทในช่วงแรกได้อย่างต่อเนื่อง

ทว่าอย่างที่บอกไป - ทุกอย่างพังทลายลง หลังจาก ชอว์ ขาหัก

และนั่นก็ทำให้ปัญหาอื่นๆที่ถูกซ่อนอยู่ตามมาอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การยิงประตูที่ทำได้น้อยเหลือเกิน การสร้างเกมที่นับครั้งได้ เกมรับที่ไม่ได้เหนียวแน่นอย่างที่คิด หรือแม้กระทั่งการหาโอกาสยิงประตูก็ตาม

ฟลูแบ็ค เป็นเพียงเหตุผลส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะจริงๆแล้ว ทีมดังแห่งเมืองแมนเชสเตอร์มีปัญหาหลักอยู่

ปัญหานั่นก็คือ ตัวของ ฟาน กัล เอง ที่ไม่สามารถทำทีมให้รักษาผลงานได้ เมื่อขาดฟลูแบ็คทั้งสองข้าง พร้อมกับจับนักเตะเล่นในตำแหน่งที่พวกเขาไม่ถนัดกันไปหมด ทั้งยังไม่กล้าเปิดเกมรุกแลกกับคู่แข่ง ซึ่งขัดกับวิถีทางของปีศาจแดงเป็นอย่างมาก

เพราะเอาเข้าจริงแล้ว ต่อให้ ดาร์เมียน และ ชอว์ กลับมาฟิตและเล่นได้ดีเหมือนเดิม ก็คงไม่ช่วยอะไรมากนัก หาก ฟาน กัล ยังสอนให้ทุกคนเล่นช้า ระมัดระวัง และไม่สอนให้ลูกทีมยิงประตูมากกว่าผ่านบอลไปมา ทั้งยังนั่งหน้าย่นจดโน้ตอยู่ข้างสนามในทุกเกม

เพราะฟุตบอลฉบับของยูไนเต็ดนั้น เน้นเกมรุกและเข้าทำอย่างรวดเร็ว

อนิจจาที่บรรทัดข้างต้นนั้น แตกต่างกับ ปรัชญาของผู้จัดการทีมพวกเขา เหลือเกิน

ก็ได้แต่หวังว่า ชายแก่คนนั้น จะไม่หน้าด้านหน้าทนไปมากกว่านี้

เพราะฉะนั้น ออกเถอะครับ ลุงกัล…