เพื่อลุ้นแชมป์ : 6 สิ่งที่คล็อปป์ต้องเร่งปรับทัพหงส์แดงในซัมเมอร์นี้

ขนาดทีม, ความคงเส้นคงวาในเกมรับ และ ทัศนคติของนักเตะ สิ่งเหล่านี้คือปัญหาที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องเร่งแก้ไขหากต้องการพาลิเวอร์พูลผงาดกลายเป็น 1 ในตัวเต็งแชมป์พรีเมียร์ลีกแบบเต็มตัวฤดูกาลหน้า  

ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เดินทางมาถึง 5 นัดสุดท้ายแล้ว ทัพ ‘หงส์แดง’ ลิเวอร์พูล ของเจอร์เก้น คล็อปป์ สามารถทำผลงานได้น่าประทับใจจนพวกเขาสามารถเก็บคะแนนได้มากที่สุดจาก 6 จาก 7 ฤดูกาลหลังสุดแล้ว

ต้องยอมรับว่า คล็อปป์คือผู้ที่เข้ามาชุบชีวิตหงส์แดงอย่างแท้จริง เพราะนอกจากจะทำทีมมีโอกาสได้ไปยูฟ่า แชมเปีย้นส์ลีก ในฤดูกาลหน้าสูงแล้ว เขายังปรับทัพให้ลิเวอร์พูลกลายเป็นทีมที่เล่นเกมรุกสนุก และอันตรายมากๆ โดยในตอนนี้ ลูกทีมของเขายิงไปแล้ว 69 ประตูในลีก มากกว่าทีมใดๆ ในลีก รวมทั้งยังแซงหน้าจำนวนประตูที่พวกเขาทำได้ฤดูกาลที่แล้วไป 6 ลูกแล้วด้วย

Jurgen Klopp

แฟนบอลหงส์แดงคงจะชอบกุนซือรายนี้น่าดู

ด้วยความที่ในฤดูกาลนี้ ทัพหงส์แดงไม่ได้มีคิวลงเล่นในเวทียุโรปมากนัก ทำให้ คล็อปป์ เลือกที่จะจัดขุมกำลังที่ไม่ใหญ่จนเกินไปเพื่อที่จะทำงานได้ง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งมันก็ส่งผลให้เห็นด้วยการที่พวกเขากลายเป็นทีมลุ้นแชมป์ในช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล ก่อนที่ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ลิเวอร์พูลจะฟอร์มหลุดไประยะหนึ่งจนกลายเป็นว่าปัจจุบันพวกเขาดูจะเป็นทีมลุ้นท็อปโฟร์มากกว่าลุ้นแชมป์

ดังนั้น สิ่งที่คล็อปป์ควรจะทำในช่วงหลังจบฤดูกาลนี้นั้น ก็คือการเตรียมทัพหงส์แดงให้กลายเป็นทีมตัวเต็งลุ้นแชมป์โดยสมบูรณ์ให้ได้ในฤดูกาลหน้า

1. หาตัวสำรองมาเน่

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ทัพหงส์แดงเกิดอาการสะดุดเมื่อเดือนมากราคมที่ผ่านมานั้น ก็คือการทื่พวกเขาไม่สามารถหาใครมาทดแทน ซาดิโอ มาเน่ แข้งตัวเก่งที่ไปช่วยทีมชาติทำศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ ซึ่งแม้ว่าฤดูกาลหน้า จะไม่มีทัวร์นาเมนต์นี้มาขัดขาทัพหงส์แดงอีกแล้ว ทว่า พวกเขาก็ควรหาใครก็ตามที่มาเป็นตัวสำรองของดาวเตะทีมชาติเซเนกัลรายนี้ไว้บ้าง

การเพิ่มตัวเลือกในแนวรุกนั้นแน่นอนว่า มันจะช่วยลดภาระของ 3 ประสานชุดเดิมอย่าง ซาเน่, ฟิลิปเป้ คูตินโญ และ โรเบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ได้ แถมอย่าลืมว่า ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ กองหน้าอีกรายของทีมนั้น อนาคตก็ยังไม่แน่นอนว่าจะอยู่ต่อหรือไม่หลังจากที่ช่วงหลังนั้นกระเด็นหลุดจากตำแหน่งตัวจริงไปแล้ว

Sadio Mane

มาเน่, คูตินโญ และ ฟีร์มิโน่ คงต้องการใครมาแบ่งยเบาภาระมากกว่านี้

2. หาคู่เซนเตอร์ที่ไว้ใจได้

ต้องยอมรับว่าในอดีตนั้น บรรดาทีมที่ประสบความสำเร็จทั้งหลายจะมีคู่กองหลังที่สามารถไว้ใจได้และได้ยืนระยะตลอดทั้งฤดูกาล มีเพียงไม่กี่ทีมเท่านั้นที่จะคว้าแชมป์โดยที่ไม่มีคู่เซนเตอร์ที่ลงสนามถึง 90% ของทั้งหมด

ลิเวอร์พูลมีการสลับคู่กองหลังเป็นประจำจนทำให้เกมรับของพวกเขานั้นไม่สม่ำเสมอเหมือนกับเกมรุก

ปัญหาอย่างหนึ่งของทัพหงส์แดงก็คือ คู่เซนเตอร์ตัวหลักของพวกเขาอย่าง โจเอล มาติป และ เดยัน ลอฟเรน นั้น ได้ออกสตาร์ทพร้อมกันแค่ 13 จาก 33 นัดที่ผ่านมา หรือนั่นหมายความว่า ลิเวอร์พูลมีการสลับคู่กองหลังเป็นประจำจนทำให้เกมรับของพวกเขานั้นไม่สม่ำเสมอเหมือนกับเกมรุก

หลังจบฤดูกาลนี้ คล็อปป์คงต้องหาปราการหลังรายใหม่ที่จะมาจับคู่กับมาติปในเกมรับ โดยที่ล่าสุด ก็มีข่าวลือว่า เขากำลังให้ความสนใจ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ ปราการหลังตัวเก่งของเซาธ์แฮมป์ตันอยู่ อย่างไรก็ตาม หากพวกเขาต้องการปราการหลังชั้นดีรายใหม่จริงๆ ฤดูกาลนี้พวกเขาก็ต้องแย่งตั๋วสู่เวทียุโรปมาให้ได้ก่อน

Joel Matip

มาติปยังต้องการคู่หูในแดนหลังอยู่

3. หาแบ็คซ้าย

อีก 1 ความผิดพลาดของกุนซือชาวเยอรมันก็คือการที่เขาตัดสินใจไม่ซื้อตัวแบ็คซ้ายคนใหม่มาร่วมทัพ ส่งผลให้เขาจำเป็นต้องจับ เจมส์ มิลเนอร์ ไปรับหน้าที่นี้แทน ซึ่งแม้ว่าจะทำได้ดีในระดับหนึ่ง แต่เชื่อว่า ดาวเตะวัย 31 กะรัตรายนี้ก็คงจะยืนระยะไม่ไหวและไม่ใช่การแก้ปัญหาระยะยาวด้วย

หากทัพหงส์แดงสามารถหาแบ็คซ้ายธรรมชาติมาเสริมทัพได้ เกมรุกทางด้านซ้ายของพวกเขาคงจะดียิ่งไปกว่านี้แน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จังหวะโอเวอร์แล็ปของฟูลแบ็คที่มิลเนอร์อาจจะยังทำได้ไม่เป็นธรรมชาติเท่าที่ควร แถมด้วยความที่เขาเป็นนักเตะถนัดขวา ทำให้หลายๆ ครั้งที่เจ้าตัวจะพยายามตัดเข้าในแทน ซึ่งนั่นก็ทำให้เกมรุกของทีมชะลอลงยามสวนกลับ

James Milner

ทำหน้าที่ได้ดี แต่ไม่ใช่ตัวยืนระยะยาว