เปิดใจ อันโตนิโอ แข้งใหม่ผู้ดี: “อังกฤษควรเลิกเอานักเตะชื่อเสียงเก่าๆมาติดทีมได้แล้ว”

แข้งฟอร์มดีจากทัพ “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ถูก แซม อัลลาร์ไดซ์ นายใหญ่คนใหม่ทีมชาติอังกฤษเรียกตัวไปติดทีมชาติเป็นหนแรกด้วย ซึ่งเจ้าตัวก็ได้บอกกับคอลัมนิสต์ของเราว่าเหตุใด เขาจึงเป็นคนที่ใช่สำหรับทัพสิงโตคำราม

หลังจากสิ้นเสียงนกหวีดที่กรรมการเป่าจบการแข่งขันเกมระหว่างอังกฤษและไอซ์แลนด์ที่เมืองนีซ ศึกยูโร 2016 ทัพทรีไลอ้อนส์ต้องพบเจอกับความอับอายขั้นสุดหลังจากแพ้ให้กับทีมรองบ่อนอย่างไอซ์แลนด์ จนตัวเองต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้านทันที ทำให้นักเตะชาวอังกฤษหลายๆ คนที่ได้ดูเกมนี้คงจะนั่งเอนหลังอยู่หน้าโทรทัศน์พร้อมคิดกับตัวเองว่า “โชคดีที่เราไม่ได้ไป”

วันนี้เราได้ มิคาอิล อันโตนิโอ จากทัพขุนค้อนมานั่งอยู่กับเราในสตูดิโอ

“พูดตามตรง ผมคิดว่าถ้าผมได้ไปฝรั่งเศสด้วย ผมสามารถสร้างความแตกต่างให้กับทีมได้นะ” อันโตนิโอกล่าวกับ FFT พร้อมกับสายตาจริงจัง “ผมปฏิเสธการเรียกตัวจากทีมชาติจาไมก้าเพราะว่าผมเชื่อว่าตัวเองมีความสามารถมากพอที่จะเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ แต่สำหรับรอย ฮอดจ์สันนั้น เขาไม่อยากเสี่ยงกับผม”

Michail Antonio

ภาพโดย ริชาร์ด แคนนอน

โอเค...มันอาจจะฟังดูแปลกๆ หน่อยสำหรับนักเตะที่เพิ่งจะประเดิมสนามในเวทีพรีเมียร์ลีกไปเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาด้วยวัย 25 ปี แถมสมัยเป็นดาวรุ่งยังแทบไม่ได้รับโอกาสจากสโมสรใดๆ จนต้องไต่เต้าเอาจากลีกสมัครเล่นในประเทศ ทว่าอันโตนิโอคือนักเตะที่มีความกระหายในแบบฉบับที่ดาวรุ่งทั่วๆ ไป ไม่เคยมี

“ทีมชาติอังกฤษต้องการนักเตะที่กระหายมากกว่านี้ พวกเขาไม่ต้องการนักเตะที่คิดว่าตัวเองสมควรจะติดทีมเพราะสิ่งที่ทำไว้ในอดีต พวกเขาควรเลือกนักเตะจากฟอร์มการเล่น ไม่ใช่ชื่อเสียง”

โอกาสมาแล้ว

อันโตนิโอย้ายมาร่วมทัพทีมดังแห่งกรุงลอนดอนเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้วจากทีมน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ด้วยค่าตัว 7 ล้านปอนด์ ทว่าเขาต้องใช้เวลาปรับตัวอยู่ราวๆ 3 เดือนกว่าที่จะก้าวขึ้นมาเป็นตัวจริงและยึดตำแหน่งแบ็คขวาไว้เป็นของตัวเองได้

โดยนับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนธันวาคมนั้น มีเพียงนัดเดียวเท่านั้นที่เจ้าตัวไม่ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง ซึ่งก็คือเกมเอฟเอ คัพ (สุดท้ายเขาก็ถูกเปลี่ยนลงมาอยู่ดี)

“ผมเชื่อว่าผมเป็นนักเตะระดับพรีเมียร์ลีก แต่ผมยอมรับว่าช่วงแรกที่ผมไม่ค่อยได้โอกาส ผมเริ่มถามตัวเองเหมือนกันว่าจริงๆ แล้วเราดีพอกับลีกสูงสุดนี้หรือไม่?” อันโตนิโอยอมรับกับเรา

“คนรอบข้างผมมักบอกเสมอว่า ให้อดทนและรอโอกาสของตัวเอง และเมื่อมันมาถึงก็จงคว้ามันไว้ให้ได้ ซึ่งมันช่วยให้ผมสู้ ดูสิ...จากคนที่ไม่ค่อยจะได้โอกาส ตอนนี้ผมเป็น 1 ใน 11 ตัวจริงขาประจำไปแล้ว”

Michail Antonio

สู้เต็มที่

อันโตนิโอจบฤดูกาลพร้อมกับสถิติ 9 ประตู จาก 32 นัด แถม 1 ในนั้นคือประตูชัยเหนือคู่อริอย่างสปอร์สด้วย ซึ่งเจ้าตัวก็ดูจะแฮปปี้ดีกับผลงานของตัวเอง ทว่าก็ไม่ไปเสียทั้งหมด

แม้ว่าโดยธรรมชาติแล้ว อันโตนิโอจะเป็นผู้เล่นตัวรุก ทว่าเขากลับถูกจับไปเล่นในตำแหน่งแบ็คขวาเสียมากกว่า แต่นั่นก็ไม่ได้ส่งผลเสียต่อเจ้าตัวเลย เพราะในซีซั่นนี้เขาทำประตูในพรีเมียร์ลีกไปแล้ว 2 ลูก คือลูกโขกใส่บอร์นมัธ และแมนฯ ซิตี้ ดังนั้นเห็นได้ชัดว่าเขาปรับตัวได้ดีทีเดียว

“การเล่นแบ็คขวามันทำให้ผมรู้ว่ากองหลังคู่แข่งจะคิดอย่างไร ความจริงแล้วผมคือปีก ผมมีสไตล์การเล่นที่แตกต่างจากคนอื่นๆ พอสมควร”

“โดยปกติแล้ว ปีกจากอะดาเคมี่หลายๆ คนจะรับบอล แล้วตัดเข้าในหรือไม่ก็เปิดให้เพื่อนร่วมทีม ไม่ค่อยมีใครบ้าเลี้ยงและพยายามเอาชนะตัวประกบให้ได้แบบผม”

ฤดูกาลที่แล้วเพิ่งจะเป็นแค่จุดเริ่มต้นของเขาเท่านั้น “ตอนนี้เราย้ายมาเล่นที่สนามความจุ 60,000 ที่นั่ง ผมทำให้ผมแทบคลั่งเลยล่ะ ผมเคยเล่นที่เวมบลีย์มาแล้วนะ มันเป็นอะไรที่บ้ามากๆ ที่ได้เล่นหน้าคนดูเยอะขนาดนั้น”

“คุณจะต้องเชื่อมั่นในตัวเอง ว่าคุณสามารถทำได้ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม เพราะดูผมสิ วันนี้ผมมาอยู่ที่นี่ ผมไม่ยอมให้ใครมาบอกผมว่าผมไม่ดีพอหรอก”