เปิดใจ อ.บำรุง อิศรกุล : คนวาดโลโก้รถม้ามรกตสุดระบือไกล

จากกระแสโด่งดังสุดขีดของตราสโมสรลำปาง เอฟซี ซึ่งถูกจัดอยู่อันดับ 2 ของโลโก้ทีมฟุตบอลที่สวยที่สุดในโลก... FFT TH จึงขอพาทุกท่านผู้อ่านไปรู้จักกับเบื้องหลังและที่มาที่ไปของ โลโก้สุดสวยชิ้นนี้…  บำรุง อิศรกุล ชายวัย 52 ปี คือ ผู้ออกแบบงานชิ้นนี้ เขาเป็นใครมาจากไหน และเรื่องราวของ โลโก้รถม้ามรกตสุดแหวกแนวจนฝรั่งหลงใหลของทีมลำปาง เอฟซี เป็นมาอย่างไร ติดตามที่นี่

กว่าจะมาเป็นรถม้ามรกต

ย้อนกลับไปเมื่อ 14 ปีก่อน ชื่อของนักออกแบบหนุ่มใหญ่นามว่า บำรุง อิศรกุล กลายเป็นที่รู้จักของแฟนฟุตบอลชาวไทยทั้งประเทศ เมื่อผลงานของเขา ได้รับเลือกให้เป็นแบบสำหรับใช้เป็นตราสัญลักษณ์ของทัพช้างศึกในยุคนั้น(2545) ซึ่งผลงานของ อ.บำรุงได้รางวัลชนะเลิศจากผลงานที่ส่งเข้าประกวดทั้งหมด 4,000 ชิ้น

หลายปีผ่านไป อ.บำรุง มีโอกาสร่วมงานกับวงการลูกหนังอีกครั้ง เมื่อสโมสรลำปาง เอฟซี จัดประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์ประจำทีมเพื่อใช้สู้ศึกดิวิชั่น 2 ฤดูกาล 2010 ภายใต้แนวคิด ทันสมัย มีความเป็นสากล และสวยงาม โดยสามารถนำไปใช้ในหลากหลายสื่ออย่างมีประสิทธิภาพ

“ตอนนั้นที่ตัดสินใจลงแข่งขัน เพราะเดิมที่เราเป็นคนชอบออกแบบอยู่แล้ว จนถึงตอนนี้ก็ส่งงานประกวดเรื่อยๆ มันเหมือนกับเรามีโจทย์ใหม่ๆให้แก้ไขตลอดเวลา แต่บางทีงานพวกนี้เราก็หนักใจเหมือนกัน ยิ่งงานที่ต้องได้รับการยอมรับจากคนส่วนใหญ่อย่างเช่นแฟนบอล คือไม่รู้ว่าเขาจะถูกใจหรือเปล่า ยิ่งคนเยอะก็ยิ่งหลายความคิด แต่ของลำปางผลที่ออกมาก็รู้สึกชอบ ต่างจากตอนทำทีมชาติที่รู้สึกมึนมากเพราะงานใหญ่ ซึ่งกระแสตอบรับก็มีทั้ง 2 ด้านเหมือนกัน”

“แต่ผมก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องชนะหรอก คนเข้าร่วมงานก็เยอะ ก็ลองส่งไปเพราะเราชอบงานแบบนี้อยู่แล้ว เลยเริ่มจากศึกษาเรื่องราวของจังหวัดลำปาง เป็นหลักว่ามีอะไรมาเกี่ยวข้องกันบ้างที่จะหยิบมาประยุกต์ใช้ในผลงานของเราได้”

สำหรับความยากของการประกวดครั้งนี้ คือโจทย์ที่ต้องการให้รถม้าเป็นองค์ประกอบหลัก เพราะหากนึกถึงจังหวัดลำปางก็ต้องนึกถึงรถม้าเป็นอย่างแรก ส่วนสีเขียวคือสีประจำจังหวัด ด้วยเหตุนี้จึงไม่ใช่เรื่องง่ายในการออกแบบโดยที่ไม่ได้ใช้อิสระทางความคิดอย่างเต็มที่

แต่ผลงานของอ.บำรุงก็ได้รับเลือกในท้ายที่สุด จากความเห็นของคณะกรรมการที่มองว่า รูปแบบแสดงการสื่อได้ชัดเจน มีองค์ประกอบที่ดีครบถ้วน แม้บางอย่างอาจยังต้องแก้ไข หรือเน้นให้ชัดเจนขึ้น แต่ก็สามารถปรับแก้ภายหลังก่อนนำมาใช้ได้

โลโก้ดั้งเดิมที่ยังไม่ผ่านการปรับปรุง

“ ตอนแรกมีหลายแบบมากที่ทำออกมา กว่าจะลงตัว ช่วงนั้นใช้เวลานานมากกว่าจะเสร็จ พอผลงาของเราได้รับเลือก ก็ต้องมาปรับเยอะมากๆ ก่อนจะเสร็จสมบูรณ์จริงๆ แต่ต้องยกความดีความชอบให้ทีมงานของลำปางด้วย ที่เขาช่วยดูแบบของเรา คอยแนะนำควรปรับแก้ตรงไหน”

“ผมคิดว่าสิ่งสำคัญคือความที่เขาเข้าใจงานของเรา ต่างคนต่างช่วย จากต้นไอเดียของเราที่เป็นรถม้าก็ปรับปรุงเพิ่มเติมมาเรื่อยๆจนสุดท้ายก็ออกมาเป็นโลโก้อย่างที่เห็นทุกวันนี้”

สุดท้ายผลงานที่ผ่านการปรับปรุงจนออกมาเป็นตราประจำทีมฟุตบอลลำปาง เอฟซี ก็เสร็จสมบูรณ์ และใช้งานมาจนถึงซีซั่น 2016 ซึ่งมันก็คงไม่ต่างจากโลโก้ของทีมฟุตบอลทั่วๆไป ที่ต้องมีทุกทีมอยู่แล้ว

...แต่ใครล่ะจะคิดว่า โลโก้ของสโมสรลำปาง เอฟซี ในวันนั้นจะสร้างชื่อไกลถึงระดับโลกในเวลาต่อมา

รถม้าโกอินเตอร์

เข้าสู่ปี 2016 สโมสรลำปาง เอฟซี เป็นเพียงทีมเล็กๆที่เพิ่งเริ่มต้นบนเส้นทางดิวิชั่น 1 ครั้งแรก ก่อนจะกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เมื่อเว็บไซต์ข่าวชื่อดังๆ โฟร์โฟร์ทูว์ประเทศอังกฤษ จัดอันดับโลโก้ทีมฟุตบอลที่สวยที่สุดในโลก และรถม้ามรกต ถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 2 จากทั้งหมด 21 ทีม เป็นรองเพียงแค่ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ยอดทีมจากเเนเธอร์แลนด์ทีมเดียวเท่านั้น

“จริงๆผลงานของผมกว่าจะถึงตอนนี้ ถ้าจะให้บอกก็คงไม่หมด เพราะทำมาเยอะมาก แต่ถ้านับเกี่ยวกับกีฬาก็มีงานโลโก้ของ สตูล ยูไนเต็ด ที่ได้รับเลือกจนใช้มาถึงทุกวันนี้ ส่วนทีมวอลเลย์บอลสวนสุนันทาก็เคยออกแบบให้ รวมถึงกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 45 ที่สงขลาเป็นเจ้าภาพในปีหน้า กับตอนโคราชครั้งที่ผ่านมาก็เช่นกัน แต่ของลำปางรู้สึกชอบกับผลงานที่เราทำออกมา”

หลังถูกแชร์บนโลกออนไลน์ ทำให้สโมสรลำปาง เอฟซี โด่งดังในระดับโลกเพียงชั่วข้ามคืน กระแสตอบรับที่ออกมาเหนือความคาดหมาย เพราะมีผู้สนใจติดต่อขอซื้อที่ระลึกของสโมสรจากทั้งใน และนอกประเทศ จนถูกจำหน่ายเกือบหมดสต๊อกในเวลาเพียงไม่กี่วันเท่านั้น ซึ่งตัวอ.บำรุงก็ไม่คิดว่าผลงานที่ตนเองออกแบบจะโด่งดังไปไกลได้ขนาดนี้

“ยอมรับนะว่าคิดไม่ถึงที่ฝรั่งเขาก็จะตามดูโลโก้ของเราด้วย คือเคยคิดเขาก็คงจะดูฟุตบอลของเขาไปเรื่อย แต่นี่เขากลับรู้ถึงโลโก้ของเรา แสดงว่าเขาก็ดูมาหมดทั่วโลกจริงๆ และผมดีใจนะที่พอเป็นข่าวออกมาแล้วยังมีคนจำเราได้ด้วย แม้เวลาจะผ่านมาหลายปีก็ตาม”

“ผลงานที่ติดอันดับสองของโลกน่ะเหรอ ต้องบอกเลยว่า มันเป็นความภาคภูมิใจมากที่สุดในชีวิตการทำงานออกแบบครั้งหนึ่งของผมเลยล่ะ”

ปัจจุบัน อ.บำรุง อิศรกุล ยังคงเป็นนักออกแบบอิสระ และทำงานที่เขารักต่อไป ซึ่งไม่แน่ว่าหากได้มีโอกาสออกแบบโลโก้สโมสรฟุตบอลทีมใดทีมหนึ่ง อาจารย์ท่านนี้อาจจะสร้างความยิ่งใหญ่แบบนี้อีกครั้งในอนาคตก็เป็นได้...

อ.บำรุง อิศรกุล(ขวามือ)