เปิดใจ บิล สีดา : ผมอยากสัมผัสบรรยากาศแบบนัดชิง AFF 2016

หลังจากผิดหวังกับช่วงเวลาในแดนอีสาน แข้งลูกครึ่งไทย-เดนมาร์ก พร้อมกลับมาสู้ต่ออีกครั้งกับ “กระต่ายแก้ว” และตั้งเป้าสูงสุดไว้ที่การรับใช้ทัพ “ช้างศึก”

บิล สีดา นักเตะดาวรุ่งวัย 21 ปี ย้ายไปร่วมทีม บางกอกกล๊าส เอฟซี เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา หลังจากถูก นครราชสีมา เอฟซี ยกเลิกสัญญา และต้องเจอกับการถูกถอนสิทธิ์ของ ขอนแก่น ยูไนเต็ด ก่อนหน้านี้ เรียกได้ว่าต้องอกหักซ้ำสองเลยทีเดียว

ในศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 ที่ทีมชาติไทย สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์สมัยที่ 5 ได้เป็นชาติแรกของรายการ เมื่อคืนที่ผ่านมา แข้งลูกครึ่งไทย-เดนมาร์ก รายนี้ ได้เข้าชมเกมในสนามด้วย พร้อมเปิดเผยถึงความรู้สึกหลังได้เขาไปสัมผัสบรรยากาศสุดประทับใจ ท่ามกลางแฟนบอลนับหมื่นชีวิต

“ผู้คนทั้งสนามต่างก็ส่งเสียงเชียร์คุณ มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากจริงๆ เมื่อได้อยู่ในสนามท่ามกลางเพื่อนๆและแฟนบอล แน่นอนว่าผมก็อยากสัมผัสบรรยากาศนั้นตอนเล่นให้กับทีมชาติไทย” บิล เริ่มกล่าว

“มันยากนะที่จะเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ แต่ละประเทศนั้นมันต่างกัน และรอบชิงชนะเลิศก็เป็นแบบนี้เหมือนกันหมด ในฐานะนักฟุตบอล ผมไม่แคร์ว่าบรรยกาศของที่ไหนจะเป็นอย่างไร ผมต้องการเอาชนะให้ได้ทุกเกมเท่านั้น”

แน่นอนว่าความหวังสูงสุดของนักเตะไทย หรือแม้กระทั่งแข้งลูกครึ่ง คือการติดธงทัพ “ช้างศึก” ให้ได้สักครั้งในชีวิต และตัว บิล เองก็ฝันไว้แบบนั้นเช่นกัน แต่เจ้าตัวยอมรับว่าตอนนี้ “กระต่ายแก้ว” คือความสำคัญลำกับแรกของเขา ที่ต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้ ก่อนก้าวไปรับใช้ทีมชาติชุดใหญ่ให้ได้ในอนาคต

“มันยากที่จะบอกนะ เพราะผู้เล่นทุกคนแตกต่างกัน ประเทศไทยมีนักเตะดีๆมากมาย และผมก็ต้องการเล่นกับพวกเขาทุกคนในทีมชาติ ถ้าผมสามารถทำได้”

“อันดับแรก ผมต้องเป็นผู้เล่นสำคัญของบางกอกกล๊าสให้ได้ ในความคิดของผมมีแต่บางกอกกล๊าส ผมจำเป็นต้องพิสูจน์ตัวเองกับทุกคนให้ได้ก่อนว่าผมสามารถเล่นในไทยลีกได้ เช่นเดียวกับทีมชาติชุด U23 ก่อนหวังติดทีมชุดใหญ่ ผมไม่รู้ว่ามันจะอีกนานแค่ไหน มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับผม ผมต้องทำงานหนัก และไม่มีทางยอมแพ้กับความฝันของผม เพื่อการเป็นตัวแทนของชาติให้ได้” บิล กล่าวทิ้งท้าย