เปิดใจ อ่อง คิม สวี กุนซือมาเลย์ : การชิงเหรียญทองซีเกมส์เป็นงานที่ท้าทาย

ในศึกฟุตบอลซีเกมส์ 2017 นี้ แน่นอนว่าทีมชาติไทยคือตัวเต็งที่จะป้องกันแชมป์ ทว่าทัพเสืองเหลืองรุ่นเล็กของอ่อง คิม สวี เองก็กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการทวงบัลลังก์แชมป์คืนและประสบความสำเร็จให้ได้เหมือนเมื่อปี 2011 และนี่คือบทสัมภาษณ์จากปากของชายผู้เป็นกุนซือใหญ่ของทีมชาติมาเลเซีย ยู-22 ติดตามได้ที่นี่  

ช่วงขวบปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าเป็นช่วงเวลาที่ไม่ค่อยราบรื่นนักสำหรับ ออง คิม สวี

อดีตกุนซือทีมชาติมาเลเซียชุดใหญ่รายนี้แทบจะไม่ได้รับความร่วมมือจากสโมสรยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม เลยสมัยที่เขานั่งแท่นกุนซือใหญ่ ซึ่งนั่นก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ลูกทีมของเขาทำผลงานได้น่าผิดหวังในศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 ที่ผ่านมา แถมล่าสุด หลังจากที่ ตวนกู สุลต่าน อิสมาอิล เจ้าของสโมสร ยะโฮร์ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประมุขลูกหนังคนใหม่ของมาเลเซีย ทำให้ออง คิม สวี ถูกลดขั้นลงไปคุมทัพเสือเหลือง ยู-22 อีกด้วย

ผมได้เหรียญทองครั้งแรกเมื่อปี 2011 และพลาดใน 2 ครั้งล่าสุด แน่นอนในคราวนี้ที่เราเป็นเจ้าภาพ ผมต้องการที่จะรักษาเหรียญทองไว้ที่นี่ให้ได้

- Ong Kim Swee

นับเป็นเรื่องที่น่าตกใจพอสมควร เพราะเมื่อต้นปี 2016 ที่ผ่านมา แฟรงค์ เบิร์นฮาร์ดต์ กุนซือชาวเยอรมันก็เพิ่งจะถูกจ้างให้เข้ามาเอง เพื่อที่จะทำทีมชุดนี้สู้ศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย ยู-23 และ ซีเกมส์ที่จะฟาดแข้งกันในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม สำหรับ ออง คงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่นัก เพราะ ซีเกมส์ 3 ครั้งที่ผ่านมา เขาคือกุนซือของทัพเสือเหลืองลงเล่นในรายการนี้มาโดยตลอด

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เจ้าตัวเพิ่งจะเรียกนักเตะเข้าเก็บตัวฝึกซ้อมเป็นครั้งแรก แถมก่อนหน้านั้น เจ้าตัวก็เพิ่งจะนำลูกทีมบุกไปตะลุยอุ่นเครื่องที่ประเทศจีนด้วย ซึ่งก็ต้องบอกว่าแนวโน้มของทีมดูดีทีเดียว

แม้ว่าในเกมนัดแรกบนแดนมังกร ลูกทีมของเขาจะแพ้ให้กับทีมชาติจีน ชุดยู-22 ไป 1-0 แต่หลังจากนั้น พวกเขาก็เสมอกับ ทีมสำรองกว่างโจว อาร์แอนด์เอฟ ไปได้ 2-2 แม้จะโดนนำไปก่อน 2 ลูกก็ตาม ขณะที่เกมหลังจากนั้น ทัพเสือเหลืองโชว์ผลงานหรูเอาชนะทีมสำรองของ กว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ไปได้ 3-0 สั่งลาประเทศจีนแบบน่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง

“ทุกๆ คนชอบให้ผมเปรียบเทียบระหว่างทีมชุดนี้กับทีมชุดที่ผมคุมเมื่อปี 2015 ซึ่งผมคิดว่ามันไม่ค่อยแฟร์เท่าไหร่นะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลานี้” เจ้าตัวกล่าวกับ FFT

“ผมยังต้องใช้เวลาอีกหน่อยในการดูฟอร์มของทีมชุดนี้ ผมบอกไม่ได้ว่าชุดไหนดีกว่ากันเนื่องจากเพิ่งเข้ามาได้ราว 3 อาทิตย์และดูพวกเขาลงแข่งไม่กี่เกม ผมต้องดูในทัวร์นาเมนต์จริงๆ ดังนั้น เกมรอบคัดเลือกชิงแชมป์เอเชีย ยู-23 จะเป็นโอกาสที่เหมาะมากๆ”

ทัวร์นาเมนต์หน้าจะเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับซีเกมส์ได้เป็นอย่างดี เพราะเราจะมีโอกาสได้ดวลกับทีมชาติไทยและอินโดนีเซีย พวกเขาคือ 2 ทีมที่ดีที่สุดในอาเซียนอย่างไม่ต้องสงสัยเลย

“มันเป็น 3 อาทิตย์ที่มีประโยชน์มากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนเราไปทัวร์ประเทศจีน ผลสกอร์อาจจะเป็นเรื่องรองลงมา เพราะสิ่งที่สำคัญคือ ผมมีโอกาสได้ดูฟอร์มลูกทีมแต่ละคน ดูว่าพวกเขาเล่นอย่างไร พวกเขาเข้าใจแผนการเล่นที่ผมพยายามจะใช้หรือไม่ ซึ่งมันล้วนส่งสัญญาณไปในทิศทางที่ดี”

“จริงๆ แล้วผมก็อยากชนะทุกเกมตอนไปที่นั่นแหละ แต่ทุกอย่างคือการเรียนรู้ หลังจากที่เราแพ้ทีมชาติจีน แถมในนัดต่อมา เรายังตกเป็นฝ่ายตามหลังกว่างโจว อาร์แอนด์เอฟ 2 ประตู แต่ลูกทีมของผมก็แสดงให้เห็นถึงความเป็นนักสู้และกลับมาเสมอได้ ผมคิดว่าเกมแรกที่เราเจอกับจีนนั้น คือเกมที่ดีที่สุดเลยแม้ว่าเราจะแพ้ก็ตาม”

ทัพเสือเหลืองของกุนซือรายนี้จะเดินทางมาประเทศไทยและลงแข่งกับ 3 ชาติในทัวร์นาเมนต์ต่อไปได้แก่ ทีมชาติ อินโดนีเซีย, มองโกเลีย และ ไทย ซึ่งแน่นอนว่าเขาจะต้องใ้ชฟุตบอลรายการนี้เป็นตัวชี้วัดสำหรับเตรียมพร้อมทีมเพื่อชิงเหรียญทองซีเกมส์กลับมาให้ได้ โดยครั้งล่าสุดที่พวกเขาชนะเลิศนั้นต้องย้อนกลับไปถึงปี 2011 เลยทีเดียว

“ทัวร์นาเมนต์หน้าจะเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับซีเกมส์ได้เป็นอย่างดี เพราะเราจะมีโอกาสได้ดวลกับทีมชาติไทยและอินโดนีเซีย พวกเขาคือ 2 ทีมที่ดีที่สุดในอาเซียนอย่างไม่ต้องสงสัยเลย” ออง คิม สวีกล่าว

“ทีมชาติไทยจะต้องพยายามป้องกันแชมป์ให้ได้ ขณะที่อินโดนีเซียเองก็ทำผลงานได้ดีในรอบปีที่ผ่านมา ดังนั้นการเจอกับพวกเขาจะเป็นการทดสอบความสามารถของพวกเรา เราต้องพยายามรับมือกับพวกเขาให้ได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมชาติไทย”