เปิดบันทึกเดจาวู : ครั้งหนึ่งที่ ฟาน กัล เคยพาอัศวินสีส้มล้มเหลว

หลังจากพลาดท่าแพ้ สาธารณรัฐเช็ก ในเกมนัดส่งท้าย ยูโร 2016 รอบคัดเลือก ทำให้โอกาสของ ฮอลแลนด์ ในการลุ้นเป็นทีมอันดับ 3 เพื่อไปเพลย์ออฟ ต้องปิดฉากลงไปด้วย แต่ความผิดหวังและสถานการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นกับทีมอัศวินสีส้มมาแล้ว

ครั้งหนึ่ง หลุยส์ ฟาน กัล ผู้จัดการทีมแมนฯยู เคยคุมทีมชาติฮอลแลนด์ พร้อมกับฝากผลงานที่น่าผิดหวัง เมื่อทีมไม่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกปี 2002 ก่อนให้สัมภาษณ์อย่างผิดหวังว่า ความฝันของเขาคือการพาฮอลแลนด์ คว้าแชมป์โลก แต่ที่สุดแล้วทีมบ้านเกิดของเขา ไม่ผ่านรอบคัดเลือก 
 
กองเชียร์อัศวินสีส้มต้องผิดหวังทั้งประเทศเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งก็เป็นความรู้สึกเดียวกับเหตุการณ์ลักษณะนี้ที่เคยเกิดในเดือนกันยายนปี 2001 ปีนั้น ฮอลแลนด์ ไม่ได้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายเวิลด์คัพ 2002 ที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เป็นเจ้าภาพร่วม ทั้งที่มีกุนซือมากประสบการณ์อย่าง ฟาน กัล คุมทีม
 
ฟาน กัล ได้รับเลือกให้มาทำหน้าที่แทน แฟรงค์ ไรจ์การ์ด หลังจาก ขุนพลฟลายอิ้ง ดัตช์แมน  พ่าย อิตาลี ในรอบรองชนะเลิศศึกยูโร 2000 ที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพร่วมกับ เบลเยียม ซึ่งก่อนหน้าหลายปี ฟาน กัล เคยให้สัมภาษณ์ว่า เขามีวิสัยทัศน์ในรูปแบบเฉพาะในการคุมทีมชาติฮอลแลนด์ให้ประสบความสำเร็จ หากได้รับโอกาส และเชื่อว่าแนวทางของเขานั้นถูกต้องด้วย

Dreams of World Cup glory didn’t seem far-fetched

ก่อนหน้าจะมาคุมทีมชาติ ฟาน กัล ประสบความสำเร็จตลอด 3 ฤดูกาลกับ บาร์เซโลนา และการก้าวขึ้นกุมบังเหียนทีมชาติ ก็มีโอกาสร่วมงานกับนักเตะอาแจ็กซ์หลายๆคนที่คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีกส์ ร่วมกันในฤดูกาล 1995 และหลายคนก้าวขึ้นเป็นแกนหลักทีมชาติ ขณะเดียวกัน ฮอลแลนด์ชุดนั้น มีศูนย์หน้าที่ชื่อ รุด ฟาน นิสเตอรอย ดาวยิงฟอร์มแรงที่อกหักไม่ได้เล่นยูโร2000 ในบ้านตัวเองเนื่องจากบาดเจ็บ จึงต้องการลบความผิดหวัง ด้วยการพาทีมคว้าแชมป์โลก 

Jason McAteer during the vital match in 2001 that saw off Holland

แต่การเล่นเวิลด์คัพ รอบคัดเลือก ก็มีผลการแข่งขันที่ช็อกแฟนบอลฮอลแลนด์ทั้งประเทศ เมื่อลูกทีมของฟาน กัล บุกไปแพ้ ยักษ์เขียว ไอร์แลนด์ ที่ลันส์ดาวน์ โร้ด 0-1 ในนัดสุดท้าย จนชวดมาเล่นเวิลด์คัพ ฉบับเอเชีย ว่ากันว่าเกมนั้นทำลายความเชื่อมั่นของทีมแทบจะไม่เหลือ

วิกฤตในรอบคัดเลือก 

หายนะของฮอลแลนด์ ส่อเค้าตั้งแต่นัดเปิดสนามของรอบคัดเลือก กลุ่ม 2. ซึ่งย้อนไปประมาณ 1 ปีก่อนหน้าเกมนัดสุดท้าย เมื่อพวกเขาเปิดบ้านที่อัมเตอร์ดัมส์ พบ ทีมยักษ์เขียว ไอร์แลนด์ และตกเป็นฝ่ายตามหลัง 0-2 ก่อนตีเสมอได้แบบหวุดหวิด รอดตัวจากการพ่ายแพ้คารังของตัวเอง

McAteer's winner: really very good

Only a win in Dublin would give Van Gaal’s side a realistic chance of finishing as runners-up

นอกจากนี้ยังมีเกมที่ ฮอลแลนด์ แพ้ โปรตุเกส ทีมที่เข้าถึงรอบตัดเชือกยูโร 2000 ด้วยสกอร์ 0-2 ในนัดที่ 3 ก่อนบุกไปเสมอทีมฝอยทอง ที่ปอร์โต้ 2-2 ในเกมนัด 5 ทั้งที่ ฮอลแลนด์ ออกนำอยู่ 2-0 ในขณะที่เหลืออีก  7 นาทีสุดท้าย นั่นทำให้เกมที่จะบุกไปเยือนดับบลิน ทีมของหลุยส์ ฟาน กัล ต้องเก็บชัยชนะเพื่อตำแหน่งรองแชมป์กลุ่ม และไปแก้ตัวในรอบเพลย์ออฟ 
 
ทว่าก่อนเกม สถานการณ์เหมือนจะไม่เป็นใจให้ทีมจากแดนกังหันลม เมื่อ 2 นักเตะแกนหลักทั้ง แฟรงค์ เดอ บัวร์ และเอดการ์ ดาวิดส์ หมดสิทธิ์ลงเล่นเนื่องจากไม่ผ่านการตรวจสารกระตุ้นประภทนานโดรโลน ซึ่งภายหลังมีการพิสูจน์ว่าทั้ง 2 บริสุทธิ์ แต่ เทรนเนอร์ฟาน กัล ตั้งข้อสังเกตว่าการตรวจสารกระตุ้นครั้งนี้ไม่ชอบมาพากลเนื่องจาก ดาวิดส์ ถูกแจ้งข้อกล่าวหาผ่านทางโทรศัพท์  ไม่มีการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร เชื่อว่าเป็นวิธีการหนึ่งที่ต้องการให้เกิดความระส่ำระสายภายในทีม

ความมั่นใจเกินเหตุ

ฟาน กัล ให้สัมภาณ์ว่าค่อนข้างมั่นใจว่าจะพาทีมเก็บชัยชนะนัดสำคัญนี้ได้ นั่นอาจกลายเป็นแรงกดดันให้กับลูกทีมแบบไม่รู้ตัว ขณะที่ มิค แม็คคาธีย์ อดีตกุนซือไอร์แลนด์ เล่าย้อนเหตุการณ์ผ่านบันทึกเวิลด์คัพว่า การให้สัมภาษณ์ของฟาน กัล ก่อนเกมนั้น ทำให้เขารู้สึกผิดหวังอย่างมาก ดังนั้นจึงหวังนำทีมดับซ่า ฮอลแลนด์ และ ฟาน กัล ให้ได้  
 
สถานการณ์เกมในวันนั้นเหมือนจะเป็นใจให้ ฮอลแลนด์ เมื่อ แกรี เคลลี กองหลังตัวเก่งของเจ้าบ้าน โดนใบเหลืองแดง นาทีที่ 58 แต่อีก 9 นาทีหลังจากนั้น กองหลังฮอลแลนด์เล่นพลาด ปล่อยให้ สตีฟ ฟินแนน ผ่านบอลให้ เจสัน แม็คเอเทียร์ ยิงประตูให้ ไอร์แลนด์ ขึ้นนำ 1-0 แม้หลังจากนั้น ฮอลแลนด์ ซึ่งได้เปรียบตัวผู้เล่น จะเปิดเกมบุกแบบปูพรม

Ireland celebrate their winner that helped send them to World Cup 2002

แต่ก็ไม่สามารถทลายแนวรับของทีมยักษ์เขียวได้ ก่อนจะแพ้ไปในท้ายที่สุด และแท็คติคการแก้เกมของ หลุยส์ ฟาน กัล ถูกตำหนิอย่างมากที่ไม่สามารถพลิกเกมหรือสร้างความแตกต่างได้ 

โททัล ฟุตบอล ที่น่าผิดหวัง

เอกลักษณ์ของฮอลแลนด์ “โททัลฟุตบอล” ที่สร้างชื่อมาตั้งแต่อดีต แต่เกมนี้ได้กลายเป็นระบบที่ยุ่งเหยิง โดยเฉพาะในครึ่งหลัง ฟาน กัล แก้เกมด้วยการเปลี่ยนผู้เล่นตำแหน่งปีกออก และส่งกองหน้าไปอยู่ในสนามรวมกันถึง 4 คน ประกอบด้วย รุด ฟาน นิสเตอรอย,แพทริค ไคลเวิร์ต,จิมมี ฟลอยด์ ฮัสเซลแบงค์ และปิแอร์ ฟาน ฮอยดองค์ แต่ก็ไม่สามารถกู้สถานการณ์ได้ ซึ่งภายหลัง ไนออล ควินน์ อดีตศูนย์หน้าร่างยักษ์ของไอร์แลนด์ซึ่งอยู่ในเกมวันนั้น ให้สัมภาษณ์ว่าการแก้เกมของ ฟาน กัล เข้าทางกองหลังไอร์แลนด์ เพราะทำให้ทุกคนสามารถประกบกองหน้าฮอลแลนด์ที่เอาแต่จะบุกขึ้นหน้าอย่างเดียว

Edwin van der Sar can only look on as he's beaten by McAteer's half-volley

แน่นอนว่าเกมที่ลันส์ดาวน์ โร้ด  ทำให้สถานการณ์ของฮอลแลนด์ค่อนข้างตึงเครียด และสีหน้าของ ฟาน กัล  บอกบุญไม่รับ ยิ่งทำให้การสัมภาษณ์ให้ได้ประเด็นเป็นเรื่องยากของบรรดาสื่อมวลชน ขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์บราบันท์ส ดักบลาด ตีข่าวโจมตีฟาน กัล ว่ากุนซือรายนี้สั่งการลูกทีมยังไงเมื่อทีมมี 11 คน และต้องดวลกับฝั่งตรงข้ามที่เหลือแค่ 10 คน หรือว่าไม่เคยเตรียมการมาก่อนว่าผู้เล่นมากกว่าต้องเล่นยังไง บางที ฮอลแลนด์ ต้องไปซ้อมแผนการเล่นหากเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ในอนาคต และที่สำคัญ ฟาน กัล ควรละอายใจกับความพ่ายแพ้นัดนี้  
 
ด้านความเห็นของ “ศูนย์หน้าพรายกระซิบ” มาร์โก ฟาน บาสเทน อดีตดาวยิงอาแจ็กซ์,เอซี มิลาน และทีมชาติฮอลแลนด์ แสดงทัศนะว่า ฟาน กัล อาจไม่ได้มีความภาคภูมิใจเหมือนนักเตะ เพราะสมัยเล่นฟุตบอล เขาไม่เคยก้าวขึ้นมาถึงขั้นการติดทีมชาติ 

แดนนี บลินด์  ผู้ยึดมั่นในแนวทางของตัวเอง 

แดนนี บลินด์ ผู้จัดการทีมชุดนี้ ซึ่งผ่านการเล่นทีมชาติฮอลแลนด์มาแล้ว 42 นัด  แม้จะประเดิมอาชีพกุนซือ ด้วยความล้มเหลว   แต่เชื่อว่า บลินด์ ผู้พ่อ ยังมีอนาคตในเส้นทางอาชีพกุนซือ  เพราะเมื่อดูจากเส้นทางอาชีพกุนซือของ ฟาน กัล ก็ได้โอกาสคุมทีมฮอลแลนด์คำรบ 2 และพาทีมได้อันดับ 3 ฟุตบอลโลก 2014 ก่อนอำลาทีมมาคุมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปัจจุบัน
 
ผลงานที่น่าผิดหวังของ แดนนี บลินด์ กับอัศวินสีส้มในรอบคัดเลือก ทำให้เขารับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่ง โดยให้เหตุผลว่า นักเตะในทีมหลายคนไม่ยอมรับวิธีการทำทีมของเขา แต่ยืนยันว่าเขามี   แนวทางเป็นของตัวเอง เขาจะไม่เปลี่ยน หรือไม่เคยมีความคิดที่จะเปลี่ยนแนวทางนี้แน่นอน

More features every day on FFT.com