เปิดเรื่องราว มาร์คัส แรชฟอร์ด : ศิษย์น้อง เวส บราวน์ และ เวลเบ็ค

เชื่อได้เลยว่า ชั่วโมงนี้ไม่มีเด็กผีคนไหนที่ไม่รู้จักดาวยิงขวัญใจคนใหม่อย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด และ FFT ประเทศไทย จะพาทุกคนไปรู้จักกับ วันเดอร์คิดรายใหม่ของวงการฟุตบอลอังกฤษให้มากขึ้น…

ชื่อของ มาร์คัส แรชฟอร์ด เริ่มเป็นที่พูดถึงทันที หลังจบเกมที่ แมนฯยูไนเต็ด พลิกนรกแซงชนะ มิดทิลแลนด์ ในเกม ยูโรป้า ลีก เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย ดาวยิงวัยรุ่น ยิงคนเดียว 2 ประตู ช่วยให้ทีมผ่านเข้ารอบต่อไปและยังรักษาเก้าอี้ของ หลุยส์ ฟาน กัล ได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งๆที่ก่อนเกมนั้น แรชฟอร์ด มีชื่อเป็นเพียงตัวสำรองเท่านั้น ทว่าด้วยอาการบาดเจ็บก่อนเกมเริ่มเพียงไม่กี่นาทีของ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล จึงทำให้ เด็กปั้นรายนี้ ได้โอกาสเปิดซิงในทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรก

ก่อนมาระเบิดฟอร์มต่อเนื่องในเกมเมื่อคืนกับ อาร์เซนอล โดย แรชฟอร์ด ใช้เวลาเพียง 29 นาทีในการประเดิมประตูแรกในพรีเมียร์ลีก ก่อนจะโหม่งลูกที่ 2 ทันทีในอีกสามนาทีต่อมา รวมแล้ว แรชฟอร์ด ใช้เวลาเพียง 32 นาทีในการยิงสุดยอดนายทวารของโลกตลอดสิบปีที่ผ่านมาอย่าง ปีเตอร์ เช็ค(ถึงขนาดมีคนแซวว่า ลิโอเนล เมสซี่ ต้องใช้เวลากว่าสิบปีถึงจะยิงผ่าน เช็ค ได้ ฮา) พร้อมกับทำสถิติเป็น นักเตะอายุน้อยที่สุดลำดับ 3 ของสโมสรที่ทำประตูในลีกสูงได้(เป็นรองเพียง เฟเดริโก้ มาเคด้า และ “ท่านเทพ” แดนนี่ เวลเบ็ค)

อันที่จริง ก่อนหน้านี้ แรชฟอร์ด เคยมีชื่อบนม้านั่งสำรองมาแล้วในเกมลีกกับ วัตฟอร์ด และ เลสเตอร์ ซิตี้ แต่เขายังไม่ได้รับโอกาสลงสนาม โดย วันเดอร์คิดรายนี้เกิดที่เมืองแมนเชสเตอร์ เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ปี 1997 ก่อนย้ายเข้ามาเล่นในอคาเดมี่ของทีมเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2014 ด้วยวัยเพียง 16 ปี

ก่อนหน้าที่จะย้ายเข้าสู่ถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด นั้น แรชฟอร์ด เริ่มฝึกฝีเท้ากับโรงเรียนฟุตบอลท้องถิ่นเล็กๆชื่อ เฟล็ตเชอร์ มอสส์ จูเนียร์ ในเมืองแมนเชสเตอร์ ซึ่งเป็นสถานที่แห่งเดียวกับที่บรรดารุ่นพี่อย่างเวส บราวน์, แดนนี่ เวลเบ็ค, ราเวล มอร์ริสัน, ไทเลอร์ แบล็คเก็ตต์ และคาเมร่อน บอร์ธวิค-แจ็คสัน

โดยที่นั่น เขาเหนือกว่านักเตะในรุ่นเดียวกันทุกคน อย่างตอนที่ แรชฟอร์ด อายุ 5 ปี เขา ใช้เวลาเพียง 10 นาทีในการยิง 12 ประตู จนช่วยให้ทีมถล่มคู่แข่งเละเทะ 20-0

“พวกเรากำลังเล่นในทัวร์นาเมนต์หนึ่งอยู่ และผมส่งเขาลงสนาม” มาร์ค เกย์นอร์ด โค้ชคนแรกของ แรชฟอร์ด รำลึกความหลัง “เขาใช้เวลาแค่ 10 นาที เพื่อยิง 12 ลูก และเมื่อถึงจุดนั้น เขาเริ่มเบื่อ จึงหันมาผ่านบอลให้เพื่อนยิงแทน จบเกมนั้น เราชนะไป 20-0”

“เขาเป็นเด็กมีพรสวรรค์ที่สุด เป็นเด็กดี เขาเกิดมาเพื่อเล่นฟุตบอลอย่างแท้จริง”

ที่จริงแล้ว แรชฟอร์ด ก็เป็นที่สนใจของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล เหมือนกัน แต่ด้วยเลือด “ปีศาจแดง” ที่เขาติดตามมาตั้งแต่เด็ก ทำให้การตัดสินใจทั้งหมดไม่ยากอะไรเลย

แรชฟอร์ด เริ่มต้นลงเล่นในทีมเยาวชนชุดอายุต่ำกว่า 18 ปีของ พอล แม็คกินเนสส์ ในปีแรก ก่อนทำผลงานได้น่าพอใจไม่เบา เมื่อ กองหน้าชาวอังกฤษ ยิงไป 13 ประตู จาก 25 เกม พร้อมทั้งคั่วตำแหน่ง ดาวซัลโวประจำทีม และถูกดันขึ้นมาเล่นให้กับทีมสำรองในปีนี้ พร้อมกับได้โอกาสซ้อมกับทีมชุดใหญ่อีกด้วย

“เขาเริ่มเข้าใจเกมมากขึ้น และตอนนี้เขาจำเป็นต้องยิงประตูให้มากขึ้นไปอีก” แม็คกินเนสส์กล่าวตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา “เขาจำเป็นต้องยิงประตูให้ได้ทุกรูปแบบ แน่นอนว่า เขายิงได้อย่างเหลือเชื่ออยู่แล้ว แต่ผมอยากให้เขาเป็นเหมือน รุด ฟาน นิสเตลรอย ที่มักอยู่ถูกที่ถูกเวลาเสมอ”

สไตล์การเล่นของ แรชฟอร์ด นั้นโดดเด่นที่การหาจังหวะให้ตัวเอง และมักยืนหาตำแหน่งที่บอลจะมาตกได้ดี ทั้งยังมีความเร็ว ความคล่องและมีการยิงประตูที่เฉียบคม นอกจากนี้ ดาวยิงทีมชาติอังกฤษชุดอายุต่ำกว่า 18 ปีเขายังสามารถปรับสลับตำแหน่งการเล่นในแนวรุกได้อย่างหลากหลายอีกด้วย

อันที่จริง ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายมาเล่นให้กับทีมรักนั้น แรชฟอร์ด เล่นในตำแหน่งตัวปั้นเกมมาโดยตลอด ก่อนจะได้รับโอกาสยืนเป็นกองหน้าในเกม เอฟเอ ยูธ คัพ กับ เลสเตอร์ ซิตี้ และฉายแววดาวยิงออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม

ในช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านมา แรชฟอร์ด ได้โอกาสลงเล่นในศึก ยูฟ่า ยูธ ลีก (เทียบเท่า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ของทีมระดับเยาวชน) โดยเขาอยู่ภายใต้การคุมทีมของอดีตตำนานอย่าง นิคกี้ บัตต์ ที่ตอนนี้กำลังจะก้าวไปเป็น หัวหน้าทีมเยาวชนคนใหม่ ของ แมนฯยูไนเต็ด

“มาร์คัส เป็นเด็กที่สุดยอดมาก เขามีพรสวรรค์เต็มเปี่ยม ทั้งยังขยัน ทุ่มเทและไม่เคยหยุดซ้อม” บัตต์ กล่าวชมลูกทีมคนเก่ง “ผมดีใจที่เรามีเขาในทีม เพราะเขาสามารถสร้างความแตกต่างได้ เขาดุดันและทำประตูได้มากมาย”

ก่อนที่จะมีโอกาสถูกดึงเข้าไปฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่ เนื่องจากปัญหากองหน้าบาดเจ็บทั้งหมด และทำให้ตัวเองกลายเป็น ดาวเด่นที่น่าจับตามองภายในชั่วข้ามคืน

และตอนนี้ แรชฟอร์ด มีโอกาสที่จะก้าวขึ้นไปเป็นขาประจำในทีมของ ฟาน กัล แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นใหม่ในชีวิตของเขาเท่านั้น เพราะหาก แรชฟอร์ด หลงละเลิงไปกับคำเยินยอของหลายฝ่ายหรือไม่ตั้งใจฝึกซ้อม อนาคตของเขาคงไม่ต่างกับ ราเวล มอร์ริสัน เช่นเดียวกัน หากเขาหยุดพัฒนาไปแบบ เฟเดริโก้ มาเคด้า แมนฯยูไนเต็ด ก็คงจะใหญ่เกินไปสำหรับเขา

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดอยู่ที่ตัว แรชฟอร์ด และทุกคนรอบข้าง ที่จะช่วยกันทำให้เขากลายเป็น ความหวังใหม่ของแมนฯยูไนเต็ดและวงการลูกหนังอังกฤษ หรือสุดท้ายจะเป็นได้เพียง พลุที่สว่างไสวเพียงคราวเดียวเท่านั้น

ก็ได้แต่หวังว่า สักวันชื่อของ “มาร์คัส แรชฟอร์ด” จะเข้าไปอยู่เคียงข้างรุ่นพี่อย่าง ไรอัน กิ๊กส์ หรือ พอล สโคลส์ ที่เริ่มต้นจากเด็กปั้นสู่การเป็นตำนานของสโมสร

สู้ๆนะไอ้หนู…