เปิดหน้าจอรอชม : 10 เหตุผลที่ทำให้ 'ยูโร 2016' น่าดูมากที่สุดในประวัติศาสตร์

อีกเพียงไม่กี่วัน ศึกยูโร 2016 ก็จะระเบิดขึ้น และทีมงาน FFT กล้าบอกกับแฟนๆชาวไทยทุกวันนี่อาจเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีของชาวยุโรปที่เข้มขึ้นมากที่สุดในประวัติศาสตร์เลยก็เป็นได้ จะเป็นเพราะอะไร โปรดติดตาม…

1. เดาแชมป์ยาก

“แชมป์เก่า” อย่าง สเปน จะต้องพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง หลังจากพวกเขาตกรอบแรกฟุตบอลโลก 2014 ชนิดอับอายขายขี้หน้าคนทั้งโลก ขณะที่ “แชมป์โลก” อย่าง เยอรมัน ก็ยังฟอร์มแกว่งเรื่อยๆ ทั้งยังเจอปัญหาอาการบาดเจ็บของนักเตะหลายคน ซึ่งขนาดเกมอุ่นเครื่องล่าสุดยังกล้าๆแพ้ทีมรองบ่อนอย่าง สโลวาเกีย คาบ้าน 1-3 เลย

ซึ่งการที่สองทีมเต็งไม่พร้อมเท่าไร อาจทำให้ทีมรองๆอย่าง ฝรั่งเศส, อิตาลี, เบลเยี่ยม, โปรตุเกส หรือกระทั่ง อังกฤษ มีโอกาสในการคว้าแชมป์มากยิ่งขึ้น…

2. สนามสวยอลัง

3 จาก 4 ครั้งหลังสุดนั้น ทัวร์นาเมนต์ลูกหนังแห่งชาติยุโรปล้วนเกิดจากการเป็นเจ้าภาพร่วมทั้งสิ้น แต่ครั้งนี้จะมีเพียง ฝรั่งเศส ชาติเดียวที่ดูแลการแข่งขันทั้งหมด ซึ่งนั่นถือเป็นสิ่งที่ดี

จุดเด่นของเมืองน้ำหอม คือ สนามฟุตบอลที่สวยงามและใหญ่โตเหมาะกับการแข่งฟุตบอลอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็น สต๊าด เดอ ฟรองซ์ ที่จะจัดนัดเปิดสนามและรอบชิงชนะเลิศ หรือจะเป็นสนามที่ถูกปรับปรุงขึ้นมาใหม่อย่าง สต๊าด เวโลดรอม เช่นเดียวกับสังเวียนใหม่แกะกล่องอย่าง ปาร์ก โอลิมปิก ลียอนเน่ส์

3. ดาวดวงใหม่เตรียมเกิด

ศึกยูโรครั้งนี้จะเป็นโอกาสดีแก่ดาวรุ่งหลายคนที่จะขีดเขียนชื่อตัวเองในประวัติศาสตร์ลูกหนัง ซึ่งหลายทีมก็ใช้บริการเหล่าเจเนอเรชั่นใหม่เป็นหลัก

ไม่ว่าจะเป็น “เจ้าภาพ” ที่มีเด็กๆอย่าง พอล ป็อกบา, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล หรือ คิงส์ลีย์ โคมอง หรือ อังกฤษ ที่นำทัพโดย เดเล่ อัลลี่ และ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง เช่นเดียวกับ เบลเยี่ยม ก็มี เควิน เดอ บรุนย์ ที่พร้อมนำทัพ “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” ประกาศให้โลกรู้ว่า อันดับ 2 ในฟีฟ่าแร้งกิ้ง ไม่ได้มาเพราะฟลุคแต่อย่างใด

4. ลอกเลียนเทพนิยายจิ้งจอกสยาม?

แน่นอนว่า ทัวร์นาเมนต์ยูโร เคยเกิดเทพนิยายขึ้นแล้ว 2 ครั้ง และครั้งนี้ เรื่องราวดังกล่าวก็อาจเกิดขึ้นอีกได้

แรงบันดาลใจจาก เลสเตอร์ ย่อมส่งผลให้หลายๆชาติพยายามทำฝันของตัวเองให้เป็นจริง โดยเฉพาะ เวลส์ ที่หลายฝ่ายจับตามองว่า มีโอกาสทำได้มากที่สุด ด้วยชื่อชั้นของผู้เล่นอย่าง แกเร็ธ เบล, แอรอน แรมซีย์ และ แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์

นอกจากนี้ ไอซ์แลนด์ ที่ได้ร่วมทัวร์นาเมนต์ใหญ่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ก็อาจจะเข้ารอบลึกๆก็ได้

เพราะ “จิ้งจอกสยาม” ทำให้เห็นแล้วว่า ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ในโลกลูกหนัง

5. ความฝัน(หลายคน)ยังไม่จบ

นอกจากเทพนิยายฉบับทีมแล้ว สมุดบันทึกส่วนบุคคล ก็น่าติดตามไม่แพ้กัน

ไม่ว่าจะเป็น เจมี่ วาร์ดี้ ที่จะต่อยอดความฝันด้วยการพา “สิงโตคำราม” เป็นแชมป์เมเจอร์ได้ในรอบ 50 ปีได้หรือไม่?

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะประกาศศักดาเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลด้วยการพาทีมแบบ โปรตุเกส เป็นแชมป์สักที?

แกเร็ธ เบล จะพาม้ามืดอย่าง เวลส์ สร้างเรื่องช็อคโลกได้?

ขุนพลทีมชาติสเปนหลายคน จะตบหน้ากูรูหลายสำนักที่มองว่าพวกเขาพลาดจุดสูงสุดมาแล้ว?

ทั้งหมดน่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง…

6.  ทีมเพิ่ม เกมเพิ่ม

แน่นอนว่าการเพิ่มทีม ย่อมทำให้จำนวนเกมการแข่งขันเพิ่มขึ้นมาด้วย และครั้งนี้ แฟนๆชาวไทยจะได้ชมเกมทั้งหมดถึง 51 นัดด้วยกัน ที่สำคัญคือ ทุกนัดยังมีความสำคัญทั้งหมด แม้กระทั่งเกมสุดท้ายของรอบแรก

เพราะอันดับที่ 3 ที่ดีที่สุด 4 ทีมจะได้ผ่านเข้ารอบต่อไปด้วย ดังนั้นต่อให้ทีมรักของคุณพ่ายรวดในสองเกมแรก แต่หากเกมสุดท้ายชนะ พวกเขาก็อาจจะเบียดเข้ารอบได้เช่นกัน

ส่วนรอบลึกกว่านั้น ก็ไม่ต้องอธิบายความสนุกกันแล้ว!

7.  สูสีกว่าบอลโลก

แชมป์โลกทีมล่าสุดก็อยู่ที่นี่(เยอรมัน) แชมป์โลกก่อนหน้านั้นก็อยู่ที่นี่(สเปน) แชมป์โลกก่อนหน้าสองครั้งดังกล่าวก็อยู่ที่นี่เช่นกัน(อิตาลี) ทั้งยังมีตัวแปรอย่าง “เจ้าภาพ” และอีกหลายทีมระดับท็อปเทนของฟีฟ่าแร้งกิ้ง

ทำให้เรากล้าบอกได้เต็มปากเต็มว่า นี่คือทัวร์นาเมนต์ที่เอาที่สุดของโลกมารวมกัน และมีความสูสีมากกว่าฟุตบอลโลกอีกด้วย

8.  เฟรชชี่เปิดซิง

การเพิ่มทีมของ ยูฟ่า ทำให้หลายๆประเทศที่ไม่เคยสัมผัสกับทัวร์นาเมนต์ลูกหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรปได้โอกาสลิ้มลองความรู้สึกดังกล่าวมากขึ้น

โดยครั้งนี้ เวลส์, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์เหนือ, อัลแบเนีย และ สโลวาเกีย คือ ทีมที่ได้รับโอกาสนั้น ซึ่งต้องติดตามว่าพวกเขาจะสร้างเรื่องราวอะไรให้โลกจดจำได้บ้าง…

9. ดาร์บี้แมตช์แห่งชนชาติ

อย่างน้อยที่สุด คอบอลชาวไทยจะได้เห็นศึกแห่งศักดิ์ศรีของแต่ละประเทศที่มีความผูกพันทางประวัติศาสตร์ถึงสามคู่ ไม่ว่าจะเป็นเกมระหว่าง อังกฤษ กับ เวลส์, เยอรมัน กับ โปแลนด์ และ ออสเตรีย กับ ฮังการี่

ซึ่งรับรองว่า ทั้งสามเกมนั้น กองเชียร์ทั้งสองทีมจะจัดเต็มแน่นอน และนักเตะทั้งหมดคงหวดกันไฟแล่บราวกับว่า พวกเขากำลังต่อสู้ในสงคราม แค่คิดภาพ ก็มันเกินขนาดละครับ

10. ลูกบอลลูกใหม่

ทุกการแข่งขันระดับโลกจะมีลูกฟุตบอลสมัยใหม่เกิดขึ้นมาเสมอ เช่นเดียวกับครั้งนี้ที่ทาง อาดิดาส สปอนเซอร์หลักของ ยูฟ่า ก็ผลิตลูกบอกชื่อว่า “โบ เชอ” (Beau Jeu) ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยว่า เกมแห่งความสวยงาม ซึ่งแน่นอนว่า คนทั่วโลกคาดหวังจะเห็นสิ่งดังกล่าวในศึกสุดมันครั้งนี้

Topics