เปิดงบดุลซื้อ-ขายนักเตะลีกใหญ่ของยุโรป : รายรับ-รายจ่ายใครมากที่สุด

นี่คือจำนวนเม็ดเงินที่บรรดายักษ์ใหญ่แห่งยุโรปใช้จ่ายไปทั้งหมดตลอด 6 ปีที่ผ่านมาจากรายงานของ CIES Football Observatory รวมถึงเม็ดเงินที่พวกเขาได้รับตลอดช่วงหลายปีมานี้ด้วย

เริ่มจากรายจ่าย เรามักจะเห็นอาร์แซน เวงเกอร์พยายามจะไม่หลงใหลไปตามที่บรรดานักข่าวนั่งเทียนเขียนข่าวซื้อขายของทัพปืนใหญ่ตลอดช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน ขณะที่กุนซืออย่างเจอร์เก้น คล็อปป์นั้นมักจะรีบซื้อบรรดาตัวที่ต้องการและรอคอยให้ให้ตลาดปิดอย่างใจจดใจจ่อ



อย่างไรก็ตาม การทุ่มเงินซื้อขายเหล่านี้กลับไม่ใช่เครื่องการันตีความสำเร็จ เพราะอย่างที่เลสเตอร์ทำได้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว พวกเขาใช้เงินจำนวนไม่มากนักในการเอาชนะคู่แข่งที่ทุ่มเงินจำนวนมากเข้าวินคว้าบัลลังก์แชมป์ไปครอง เรียกได้ว่า ความสำเร็จของพวกเขานั้นคือ 1 เรื่องอัศจรรย์ของวงการลูกหนังเลยก็ว่าได้ เช่นเดียวกับที่ครั้งหนึ่งแอตเลติโก มาดริดเคยทำเอาไว้ในฤดูกาล 2013/14

คุณไม่สามารถตัดสินนักเตะได้แค่จากการฝึกซ้อม

- เจอร์เก้น คล็อปป์, สิงหาคม 2016

หากคุณได้ดูภาพด้านล่างนี้ คุณอาจจะไม่ได้แปลกใจนักว่าใครรั้งอยู่หัวแถว แต่คงประหลาดใจมากกว่าว่าทำไมถึงทิ้งห่างอันดับสองมากขนาดนั้น เพราะทีมอันดับ 1 ของเราคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากแมนฯ ซิตี้ ทีมเรือใบสีฟ้าแห่งเมืองแมนเชสเตอร์ ที่พวกเขาใช้เงินมากกว่าอันดับ 2 อย่างเชลซีถึง 130 ล้านปอนด์ โดยมันมาจากการทุ่มซื้อบรรดานักเตะชื่อดังมากมายไม่ว่าจะเป็น เควิน เดอ บรอยน์ (55 ล้านปอนด์), ราฮีม สเตอร์ลิ่ง(44 ล้านปอนด์), นิโคลัส โอตาเมนดี้(32 ล้านปอนด์) และ เลรอย ซาเน (37 ล้านปอนด์) แถมนี่ยังเป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งจาก 2 ฤดูกาลที่แล้ว

แม้ว่าจำนวนตัวเลขในภาพด้านล่างนี้ไม่ได้บ่งบอกถึงรายจ่ายสุทธิของสโมสร ทว่ามันก็ค่อนข้างน่าสนใจอยู่ดี โดนแมนฯ ซิตี้จ่ายเงินมากกว่าที่อาร์เซนอลและท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ 2 ทีมดังจากกรุงลอนดอน ใช้รวมกันเสียอีก หรือแม้แต่ 3 เท่าของที่ดอร์ทมุนด์ใช้ไปก็ยังคงน้อยกว่าแมนฯ ซิตี้ นอกจากนี้ลิเวอร์พูลเองก็ติดท็อป 6 ด้วย ทว่าสิ่งที่พวกเขาได้จากขายนักเตะนั้น ก็ไม่ใช่เล่นๆ เช่นกัน

กลับมาดูการใช้จ่ายของแต่ละทีมในปี 2016 บ้าง (นับตลาดเดือนมกราคมด้วย) เห็นได้ชัดว่าค่าลิขสิทธ์ถ่ายทอดสดของพรีเมียร์ลีกนั้นส่งผลกระทบต่อทีมในพรีเมียร์ลีกมากแค่ไหน เพราะมันมี 11 ทีมจากเกาะอังกฤษที่ติดอยู่ใน 20 อันดับแรกของสโมสรที่ใช้จ่ายเงินมากที่สุดในปีนี้ แม้กระทั่งทีมที่ไม่ใช่เต็งแชมป์หรือขาประจำในอันดับต้นๆ ของตารางอย่าง บอร์นมัธ, วัตฟอร์ด, เลสเตอร์ และเอฟเวอร์ตัน ก็ติดอยู่ในลิสต์นี้ด้วยเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น 3 ทีมจากที่กล่าวมานั้น พวกเขายังโลดแล่นอยู่ในลีกรองของอังกฤษเมื่อปี 2014 ด้วยซ้ำ แถมวัตฟอร์ด,เอฟเวอร์ตัน และเลสเตอร์ ซิตี้ต่างก็ใช้เงินมหาศาลขนาดที่มากกว่าทีมแชมป์ลีกฝรั่งเศสอย่าง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง มีเพียงบอร์นมัธเท่านั้นที่ใช่เงินน้อยกว่า...แค่ 4 ล้านปอนด์เท่านั้น

อีกด้านหนึ่งเมื่อมีซื้อมาก็มีขายไป หากดูจากภาพด้านล่างนี้ จะเห็นว่า ลิเวอร์พูลคือทีมที่ครองแชมป์ในหมวดนี้ เพราะพวกเขาสามารถขายนักเตะได้จำนวนมหาศาล ทั้งเฟร์นานโด ตอร์เรส (50 ล้านปอนด์), หลุยส์ ซัวเรส (65 ล้านปอนด์) และ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง (44 ล้านปอนด์) นอกจากนั้นยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่พวกเขายอมขายแบบขาดทุน อย่าง แอนดี้ แคร์โรลล์ (15 ล้านปอนด์) และ คริสเตียน เบนเทเก้ (27 ล้านปอนด์) อีกด้วย

นอกจากลิเวอร์พูลแล้ว สโมสรอื่นๆ ที่ติดอันดับต้นๆ ของลิสต์นี้นั้นคือบรรดาทีมที่ผลิตแข้งชั้นดีให้กับยักษ์ใหญ่อย่าง บาเลนเซีย, เบนฟิก้า, ปอร์โต้, แอตเลติโก มาดริด และ โมนาโก รวมถึง จ้าวแห่งยูโรป้า ลีกอย่างเซบีญา และท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ (ที่จริงๆ แล้วพวกเขาไม่ได้ขายนักเตะได้เยอะ ทว่าเมื่อปี 2013 พวกเขาขายแกเร็ธ เบลด้วยค่าตัวสูงถึง 92 ล้านปอนด์ด้วยกัน)