Stories

เปิดปากเล่าตำนานฉาว : เกิดอะไรขึ้นกับโรนัลโด้ก่อนนัดชิงบอลโลก '98

ฟรองซ์ 98 ควรจะเป็นศึกฟุตบอลโลกที่ดาวยิงคนนี้ประสบความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ แต่เหตุการณ์ที่อธิบายไม่ได้ก็ทำลายความฝันของเขาและบราซิลจนหมดสิ้น มีทฤษฎีมากมายถูกตั้งขึ้นหลังทีมแซมบ้าโดนฝรั่งเศสถล่มยับ 3-0 และบัดนี้ก็ถึงเวลาแล้ว ที่เราจะได้รับรู้ถึงเหตุการณ์ดังกล่าวจากปากของเขาเองในภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของ โฟร์โฟร์ทู

We are part of The Trust Project What is it?

เกมที่สนาม สต๊าด เดอ ฟรองซ์ ฝรั่งเศส เจ้าภาพลงสนามพบ บราซิล แชมป์เก่าที่นำโดย มาริโอ ซากาโล่ และ โรนัลโด้ ยอดดาวยิงวัย 21 ปีในฟุตบอลโลก 1998 นัดชิงชนะเลิศ

'อิล เฟโนเมโน่' เดินทางสู่ศึกฟรองซ์ 98 หลังระเบิดฟอร์มยิง 34 ประตูในฤดูกาลแรกกับ อินเตอร์ มิลาน และยิงไป 4 ประตูก่อนถึงเกมนัดชิง รวมถึงประตูแรกในเกมรอบรองชนะเลิศที่เสมอฮอลแลนด์ ก่อนที่โรนัลโด้จะอาสายิงลูกแรกในการดวลจุดโทษ ซึ่งเขาก็ยิงเข้า นำร่องสู่การกลับไปป้องกันแชมป์ในรอบชิงชนะเลิศ

ผมรีบไปหาซากาโล่ที่สนามแล้วพูดว่า 'ผมโอเค ให้ผมลงสนามเถอะ' ผมไม่เปิดโอกาสให้เขามองหาทางเลือกอื่น จนเขาไม่มีทางเลือกและต้องยอมรับการติดสินใจของผม

- โรนัลโด้

แต่นิยายเรื่องดังกล่าวกลับจบลงอย่างโหดร้ายที่ แซงต์-เดนีส์ ในอีก 5 วันต่อมา มีการโต้เถียงอย่างเผ็ดร้อนว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ในตอนนั้น และมันส่งผลกระทบต่อทีมชาติบราซิลได้อย่างไร ซึ่งในภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของ โฟร์โฟร์ทู 'การไถ่บาปของโรนัลโด้' (Ronaldo's Redemption) ตำนานดาวยิงแซมบ้าได้เปิดใจกับเราว่าจริงๆ แล้วเรื่องราวมันเป็นอย่างไร

"หลังกินข้าวเที่ยง ผมตั้งใจว่าจะไปพักสักหน่อย และสิ่งสุดท้ายที่จำได้ก็คือผมขึ้นไปนอนบนเตียง" เขาเริ่มรำลึกถึงเหตุการณ์นั้น "และหลังจากนั้น ผมก็เกิดอาการลมชัก เพื่อนร่วมทีมต่างเข้ามารุมล้อมผม และ ดร. ลิดิโอ โทเลโด ก็อยู่ตรงนั้นด้วย แต่พวกเขาไม่อยากเล่าให้ผมฟังว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่"

"ผมขอให้พวกเขาออกไปคุยกันที่อื่นก่อนเพราะผมอยากนอนต่อ หลังจากนั้น เลโอนาร์โด ก็ชวนผมไปเดินเล่นในสวนของโรงแรมที่เราพัก และเริ่มเล่าถึงเหตุการณ์ทั้งหมด และตอนนั้นถึงได้รู้ว่า ผมจะไม่ได้ลงสนามในนัดชิงชนะเลิศ"

"แต่ผลการตรวจหลังจากนั้นไม่กี่วันกลับไม่พบสิ่งผิดปกติ เหมือนมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หลังจากนั้นเราก็เดินทางไปสนาม พร้อมข้อความจากซากาโล่ที่แจ้งว่าผมจะไม่ได้เล่นเกมนี้ ผมได้ผลการทดสอบอยู่ในมือ ซึ่ง ดร. โทเลโด ไฟเขียวให้ผมเล่นได้ ผมรีบไปหาซากาโล่ที่สนามแล้วพูดว่า 'ผมโอเค ผมไม่รู้สึกป่วยอะไรแล้ว นี่ครับผลทดสอบ มันโอเค ให้ผมลงสนามเถอะ'

"ผมไม่เปิดโอกาสให้เขามองหาทางเลือกอื่น จนเขาไม่มีทางเลือกและต้องยอมรับการติดสินใจของผม หลังจากนั้นผมก็ลงไปเล่น แต่ดูเหมือนเรื่องของผมมันส่งผลกระทบต่อทั้งทีมไปแล้ว เพราะอาการลมชักตอนนั้นน่ากลัวมาก ซึ่งก็ไม่ใช่สิ่งที่จะพบเจอกันทุกวันน่ะนะ"

"ไม่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ ผมมีหน้าที่ที่ต้องทำเพื่อประเทศชาติ และผมไม่ต้องการพลาดมัน ผมมีเกียรติที่ต้องรักษา ซึ่งผมรู้สึกในตอนนั้นว่าผมเล่นได้ แน่ละว่ามันเป็นหนึ่งในเกมที่แย่ที่สุดในชีวิตการค้าแข้ง แต่ผมต้องอยู่ตรงนั้นเพื่อทำหน้าที่ของผม"

4 ปีต่อมา โรนัลโด้กลับสู่การแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกฟุตบอลเพื่อไถ่บาปอีกครั้งที่เกาหลีใต้และญี่ปุ่น ซึ่งเจ้าตัวและคนใกล้ชิดได้บอกเล่าให้เราฟังถึงเส้นทางสู่ฉากจบราวเทพนิยาย... (สามารถเลือกคำบรรยายภาษาไทยได้)

ทฤษฎีสมคบคิดถึงเหตุการณ์ในคราวนั้น

แรงบีบสปอนเซอร์ จากคำให้การของ เอ็ดมุนโด้

เอ็ดมุนโด้ ที่มีชื่ออยู่ในทีมตัวจริงก่อนที่ โรนัลโด้ จะกลับมาลงสนามได้อ้างว่า เพื่อนร่วมตำแหน่งของเขากลับมาฟิตอีกครั้งหลังจากที่ โรแบร์โต้ คาร์ลอส ร้องไห้ขอความช่วยเหลือ หลังจากนั้นเขายังอ้างด้วยว่า โรนัลโด้ได้งีบหลับไปพักหนึ่ง ก่อนเดินทางไปรับการทดสอบที่โรงพยาบาล

"ไอ้สัตว์ป่า" ที่ต้องกลับไปเป็นตัวสำรองในเกมดังกล่าวยังชี้ว่า ไนกี้ คือผู้อยู่เบื้องหลังการกลับสู่ทีมของโรนัลโด้ "คนของไนกี้อยู่ที่นั่นตลอด 24 ชั่วโมงในฐานะเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิค พวกเขามีกำลังภายในสูงมาก นี่แหละคือสิ่งที่ผมพอจะพูดได้"

ตัวละครแพทย์ลึกลับ

นักเตะบางรายอ้างว่า ดร. โทเลโด เริ่มร้องไห้เมื่อเขามาถึงห้องของโรนัลโด้ แต่ตัว ดร. โทเลโดได้ปฏิเสธเรื่องดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าโรนัลโด้ยังมีสติตอนที่เขาไปถึงตัว แต่หายใจแรงและมีน้ำลายฟูมปาก

ตัวผู้เล่นถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อทดสอบระบบประสาท ซึ่งทุกคนคิดว่าจะทำให้เขาไม่สามารถลงเล่นได้ ผลทดสอบเป็นปกติ โทเลโด, แพทย์อีกคนหนึ่ง, มาริโอ ซากาโล ผู้เป็นโค้ช และ โรนัลโด้ ลงความเห็นร่วมกันว่า เขาฟิตพอลงสนาม

ทฤษฎีความผิดปกติของระบบประสาท

หนึ่งในหนังสือพิมพ์รายใหญ่ของบราซิลอ้างว่า โรนัลโด้มีความผิดปกติของระบบประสาทเกิดขึ้นระหว่างศึกฟุตบอลโลก โดย โฟญา เด เซา เปาโล รายงานว่าโรนัลโด้เริ่มแสดงสัญญาณของอาการซึมเศร้า 1 สัปดาห์ก่อนเกมนัดชิง ด้วยการโยนจักรยานใส่กำแพง และในคืนก่อนถึงเกม โรนัลโด้ก็ถึง 'จุดวิกฤตทางประสาท' โทเลโดเข้าไปที่ห้องและร้องไห้ออกมา แต่แพทย์ไม่ได้สั่งยาให้โรนัลโด้เนื่องจากเกรงว่าจะตรวจโด๊ปไม่ผ่าน

พวกเขายังอ้างด้วยว่า ซิโก้ อดีตตำนานทีมชาติที่เป็นผู้ประสานงานด้านเทคนิคในทีมชุดนั้นคัดค้านการลงสนามของโรนัลโด้ นอกจากนี้ การออกจากโรงแรมที่พักแบบเงียบๆ ของทีมซึ่งขัดกับวิถีแซมบ้า รวมถึงการไม่ออกมาวอร์มอัพ ยังได้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาภายในหมู่ผู้เล่น กลุ่มหนึ่งที่รายงานข่าวว่านำโดย ดุงก้า เห็นด้วยกับการที่โรนัลโด้จะลงสนาม ขณะที่อีกกลุ่มซึ่งมีข่าวว่านำโดย เลโอนาร์โด คัดค้านแนวคิดดังกล่าว

ทฤษฎีสมคบคิดจากทางฟีฟ่า

ทฤษฎีนี้จะว่าไปก็ดูแปลกๆ สักหน่อย เมื่อแหล่งข่าวของสถานีโทรทัศน์ ทีวี โกลโบ ส่งอีเมลโดยระบุว่า บราซิล 'ขาย' ฟุตบอลโลกหนดังกล่าวให้กับทางฟีฟ่าเพื่อแลกเงิน 23 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ทฤษฎีดังกล่าวระบุว่า บราซิลจะยอมให้ฝรั่งเศสชนะ เพื่อให้ เซปป์ แบล็ตเตอร์ ประธานฟีฟ่าคนใหม่ในตอนนั้นพึงพอใจ และช่วยปลอมประโลมชาวฝรั่งเศสจากปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว ฟีฟ่ายังได้ให้สัญญากับบราซิลว่า พวกเขาจะเจอเส้นทางที่ง่ายดายขึ้นในการคว้าแชมป์โลกปี 2002 และจะได้จัดฟุตบอลโลกในทศวรรษหน้าอีกด้วย ... เดี๋ยวนะ

ฉีดยาพา (ไม่) เพลิน

ไม่กี่ปีหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว นักวิจารณ์ปากตะไกรชื่อ ฮอร์เก้ คาจูรู เปิดเผยทฤษฎใหม่ว่า โรนัลโด้เกิดอาการสติแตกหลังแพ้ยาที่ ดร. โทเลโด ฉีดเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บที่เข่า ทว่าแม้แต่แฟนคลับของไคจูรูยังไม่ค่อยอยากจะเชื่อ ผลลงเอยด้วยการที่เจ้าตัวออกมาด่าชาวบ้านออกทีวีเป็นประจำ ... อืม

ข่าวฉาวโลกีย์

อีกแหล่งข่าว (สภากาแฟและผับบาร์) ระบุว่า อาการป่วยของโรนัลโด้เกิดขึ้นหลังทราบข่าวว่า ซูซานน่า แวร์เนอร์ แฟนสาวในขณะนั้น ซึ่งปัจจุบันคือภรรยาของ ชูลิโอ เซซาร์ ผู้รักษาประตูทีมชาติบราซิล ไปมีสัมพันธ์สวาทกับผู้ประกาศข่าวทางโทรทัศน์ ... นะ

คำขาดจากไนกี้

ปี 2000 รัฐสภาบราซิลตั้งคณะกรรมการไต่สวนเรื่องสัญญาที่สมาพันธ์ฟุตบอลบราซิลทำกับไนกี้ ซึ่งหนึ่งในเรื่องที่มีการสอบสวน คือเรื่องที่บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬายักษ์ใหญ่รายนี้มีส่วนต่อการที่โรนัลโด้ต้องลงสนามในนัดชิงหรือไม่ แต่สุดท้ายก็พบว่าเป็นเรื่องเหลวไหล

ระหว่างการไต่สวน นักการเมืองคนหนึ่งได้ถามโรนัลโด้ว่า ใครคือผู้ที่รับหน้าที่ประกบ ซีเนดีน ซีดาน ซึ่งเจ้าตัวตอบกลับว่า "รู้แล้วมันช่วยได้ด้วยเหรอ?" ที่สุดแล้ว การไต่สวนยุติลงโดยไม่ไม่ได้ข้อสรุป

ติดตามสารคดีฟุตบอลสดใหม่ได้ทุกวันที่นี่ทาง FOURFOURTWO