เปิดปมคาใจ: ทีมชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับความฝัน เอเอฟซี เอเชี่ยน คัพ

เอเอฟซี เอเชี่ยน คัพ รอบสุดท้าย ครั้งนี้ยังคงไม่มีทีมจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านเข้ารอบ Gary Koh รวบรวมข้อมูลยุคทองที่ทีมชาติอาเซียนเป็นมหาอำนาจลูกหนังเอเชีย

ก่อนหน้านี้เมื่อหลายสิบปีมาแล้ว ทีมจากประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เคยผ่านเข้ารอบลึกๆ ในรายการเอเชียน คัพ ร่วมกับสุดยอดทีมอันดับต้นของทวีปเอเชีย

แต่เมื่อทีมฟุตบอลจากภูมิภาคตะวันออกกลางและเอเชียกลางเริ่มพัฒนาการเล่นและเปิดตัวสู่ฟุตบอลระดับทวีปเอเชีย ก็ทำให้ทีมชาติแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องกลายเป็นเพียงทีมอันดับรอง ในขณะที่ทีมจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกยังคงเป็นมหาอำนาจลูกหนังเอเชีย

ในยุคนั้นทีมชาติมาเลเซียและทีมชาติไทยเคยสู้กับทีมยักษ์ใหญ่ของเอเชียอย่างญี่ปุ่นหรือคูเวตแบบสูสี หมัดแลกหมัดโดยไม่เป็นรองทีมซามูไรหรือมหาอำนาจตะวันออกกลาง แต่ยุคนี้การที่ทีมชาติจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะยืนหยัดสู้แลกหมัดกับยักษ์ใหญ่เอเชียเหมือนเมื่อก่อนนั้นแทบจะเรียกว่าต้องอาศัยปาฎิหาริย์เลยทีเดียว

FourFourTwo วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาคำตอบว่าอะไรคือปัจจัยที่ส่งผลให้ทีมจากประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เล่นทำผลงานระดับทวีปเอเชียได้แย่ลง รวมถึงมองผลงานล่าสุดของทุกทีม

ไทย

เข้ารอบสุดท้าย เอเอฟซี เอเชี่ยน คัพ: 6 ครั้ง (1972*, 1992, 1996, 2000, 2004, 2007*)

* ผ่านเข้ารอบโดยอัติโนมัติในฐานะเจ้าภาพร่วม

อันดับสูงสุด: 4 (1972)

เส้นทางสู่รอบสุดท้าย: 

นอกจากการเข้ารอบอัตโนมัติ 2 ครั้งในฐานะเจ้าภาพเมื่อปี 1972 และ 2007 แล้ว การผ่านเข้ารอบอีก 4 ครั้งที่เหลือในช่วงทศวรรษ 1990 และต้นทศวรรษ 2000 และการผ่านเข้ารอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2002 รอบสุดท้าย แสดงให้เห็นว่าทีมชาติไทยเป็นหนึ่งในมหาอำนาจฟุตบอลเอเชียในยุคนั้น

และเหมือนจะบังเอิญที่ช้างศึกทีมชาติไทยที่กำลังผงาดครองความยิ่งใหญ่ในเอเชีย และเดินหน้าสู่ความฝันฟุตบอลโอลิมปิก 1992 ทีมชาติไทยก็ยังคว้าเหรียญทองในการแข่งขันฟุตบอลกีฬาซีเกมส์ 4 สมัยติดต่อกัน (ต่อมามีการกำหนดให้ฟุตบอลซีเกมส์ใช้นักเตะทีมชาติชุดอายุไม่เกิน 23 ปีลงทำการแข่งขัน) 

คีย์แมนคนสำคัญของทีมชาติไทยในยุคนั้นคือหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยคนปัจจุบัน "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง, "โค้ชง้วน" สุรชัย จตุรภัทรพงษ์ และ "โค้ชโอ่ง" ดุสิต เฉลิมแสน ที่ความแข็งแกร่งและมันสมองของสุดยอดนักเตะทำให้ทีมชาติไทยเป็นทีมที่น่ากลัวสำหรับคู่แข่งในภูมิภาคอาเซียนและใกล้เคียง

สาเหตุที่ไม่ได้ผ่านเข้ารอบเอเชียน คัพ ในยุคหลัง

ความสำเร็จจากยุคทองของเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ที่สร้างผลงานยอดเยี่ยมเป็นบรรทัดฐานที่ทีมชาติไทยยุคใหม่ต้องพยายามทำความสำเร็จเทียบชั้นรุ่นพี่ แต่ตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ยังไม่มีช้างศึกทีมชาติไทยชุดใดที่ประสบความสำเร็จใกล้เคียงทีมชาติไทยในยุคของซิโก้ได้เลย แฟนฟุตบอลชาวไทยต้องรอความสำเร็จมานานกว่าจะได้สัมผัสแชมป์ระดับชาติครั้งล่าสุดที่ซิโก้นำทีมชาติไทยสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ เอเอฟเอฟ ซูซุกิ ครั้งล่าสุด และเป็นนักฟุตบอลไทยคนแรกที่เคยคว้าแชมป์รายการนี้ในฐานะนักเตะและโค้ช

ความสำเร็จของช้างศึกไทยใน เอเอฟเอฟ ซูซุกิ คัพ ทำให้สปอนเซอร์วิ่งเข้าหาขุนพลแข้งทีมชาติและทีมสโมสรในไทยเริ่มมองเห็นแววรุ่ง นักธุรกิจเริ่มควักกระเป๋าลงทุนกับทีมฟุตบอลและพัฒนาสโมสร แต่แฟนบอลไทยยังคงต้องขมขื่นกับการทำงานของสมาคมและนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย วรวีร์ มะกูดี 

หลายครั้งหลายหนที่แฟนบอลต้องทนเห็นความไม่ต่อเนื่องและความไม่เป็นชิ้นเป็นอันของการวางตัวโค้ชทีมชาติที่ดูเลื่อนลอยพอๆ กับการเรียกตัวนักเตะรับใช้ชาติไปจนถึงผลการแข่งขันในระดับภูมิภาคอาเซียนและทวีปเอเชียที่ถอยหลังลงคลองชนิดที่แฟนบอลเชียร์ไปถอนหายใจไป

สิ่งที่ทีมชาติไทยต้องทำเพื่อกลับมาสู่ความยิ่งใหญ่ในเอเชียน คัพ ครั้งต่อไป 

แม่ทัพใหญ่ช้างศึก ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง น่าจะมีแผนการเล่นไว้ในใจแล้วสำหรับเส้นทางสู่ฝันรุ่งโรจน์ของทีมชาติไทยในการเป็นสุดยอดทีมภูมิภาคเอเชียอาคเนย์และก้าวสู่เจ้าแห่งทวีปเอเชียเช่นที่ตนเองเคยสร้างตำนานมาแล้วหลายทศวรรษก่อน

เสาหลักเกมรุกทีมชาติไทยอย่างชนาธิป สรงกระสินธุ์, อดิศักดิ์ ไกรษร และชาริล ชัปปุยส์ ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วในการลงเล่นทีมชาติช่วง 2 ปีหลังด้วยการคว้าเหรียญทองซีเกมส์ในปี 2013 ต่อด้วยการทะลุถึงรอบรองชนะเลิศเอเชียนเกมส์ที่เกาหลีใต้เมื่อปีที่แล้ว และปิดฉากปี 2014 อย่างสุดหรูด้วยการคว้าแชมป์ เอเอฟเอฟ ซูซุกิ คัพ เป็นของขวัญปีใหม่ให้แฟนฟุตบอลชาวไทย

นอกเหนือจากการวางคิวลงลับแข้งกับทีมแกร่งเพื่อให้ช้างศึกวัยรุ่นได้เก็บประสบการณ์ นักเตะทีมชาติไทยทุกคนยังต้องพยายามผลักดันตัวเองไปสู่ระดับโลกด้วยการเดินตามร้อยเท้ารุ่นพี่อย่าง ธีรศิลป์ แดงดา และแม่ทัพใหญ่ช้างศึก ซิโก้ เกียรติศักดิ์ ด้วยการก้าวไปสู่ทีมลีกต่างประเทศเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ระดับโลก เหมือนกับที่มุ้ยได้โอกาสโลดแล่นกับอัลเมเรีย ใน ลาลีกา สเปน ตอนนี้