เปิดปูมดาวซัลโวอาเซียน : ใคร คือ 12 ผู้ยิงประตูสูงสุดศึกซูซูกิ คัพ?

ศึกชิงจ้าวอาเซียน 2016 ยังคงความสนุก เร้าใจ และมีประตูเกิดขึ้นมากมาย แต่การเริ่มต้นจนถึงครั้งที่ 11 ของรายการนี้ ใครคือผู้ทำประตูมากที่สุดกันบ้าง เราได้รวบรวม 12 ดาวยิงสูงสุดของรายการมาให้ได้ติดตามกันแล้วทีนี่

อินทระ ปูตรา มหายุดดิน - 9 ประตู

อีกหนึ่งแข้งชื่อก้องของทีมชาติมาเลเซีย ที่ในอดีตเคยยิงได้ถึง 9 ประตูด้วยกัน และมีส่วนสำคัญกับ “เสือเหลือง” ในรายการนี้อย่างมาก แม้จะไม่สามารถพาทีมไปถึงฝั่งฝันได้ก็ตาม

ปี 2002 ศึก ไทเกอร์ คัพ เขาประเดิมประตูแรกในเกมรอบแบ่งกลุ่มโดยการเอาชนะ ทีมชาติสิงคโปร์ 4-0 ซึ่งเป็นการทำ 2 ประตู ช่วยทีมคว้า 3 คะแนนได้สำเร็จ ก่อนที่ต่อมาจะยิงใส่ทีมชาติไทยในการแข่งรอบแบ่งกลุ่มนัดที่ 2 อีก 1 ลูก ก่อนจบเกมด้วยการเอาชนะไทยไป 3-1

หลังผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ เขาก็ต้องพบกับความผิดหวัง เมื่อทีมแพ้ให้กับ เวียดนาม 1-2 แม้จะเป็นผู้ยิงตีเสมอให้ทีม แต่ช่วงท้ายเกมกลับโดนคู่แข่งยิงปิดกล่องไปอีกประตู ส่งผลให้ตกรอบกลับบ้านไปแบบมือเปล่า

ต่อมาในปี 2008 เขายิงไปอีก 3 ประตู โดยยิงตั้งแต่เกมแรกของทัวร์นาเมนต์ ที่เอาชนะทีมชาติลาวไป 3-0 ก่อนที่ในเกมกับเวียดนามเขาจะเหมาคนเดียว 2 ประตู แต่ก็ไม่เพียงพอต่อการเก็บชัยชนะ เพราะถูกเวียดนามมายิงท้ายเกม เอาชนะไปแบบน่าเจ็บใจ ซึ่งหลังจากนั้นในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม มาเลเซีย โดน ไทยยิงไปอีก 3-0 เป็นอันจอดเพียงแค่รอบแรกเท่านั้น

ถัดมาในปี 2014 ประตูแรกที่ยิงในปีนั้น เป็นเกมรอบแบ่งกลุ่มที่เขาเป็นผู้ทำประตูตอกฝาโลงให้ทีมชนะ สิงคโปร์ 3-1 ซึ่งปีดังกล่าวความฝันของเขาเกือบเป็นจริง เมื่อทีม “เสือเหลือง” ทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปพบกับไทย โดยเกมแรกขุนพลช้างศึกสามารถเอาชนะไปก่อน 0-2 ก่อนที่นัดที่สอง มาเลเซีย จะสวมวิญญาณนักสู้เบียดชนะไป 3-2 ซึ่ง ปูตรา สามารถยิงให้ทีมไป 1 ประตู

อย่างไรก็ตามแม้จะเอาชนะได้ในเกมที่สอง แต่สกอร์รวม 2 นัด มาเลเซียแพ้ให้ทีมชาติไทย 3-4 เป็นเหตุให้เขาและทีมต้องพลาดแชมป์ไปอย่างน่าเจ็บใจอีกปี

ซาฟี ซาลี่  - 9 ประตู

ศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2016 ที่กำลังจะฟาดแข้งในเร็ววันนี้ อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่กองหน้าจอมเก๋าทีมชาติมาเลเซียจะลงรับใช้ทีมในรายการนี้ หลังเขาเคยออกมาเปรยไว้ว่า อายุของตัวเองที่มากขึ้นประกอบกับอาการบาดเจ็บที่รบกวนตลอดเวลา อาจทำให้ตัดสินใจช่วยทีมทำศึกซูซูกิ คัพ ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย โดยตั้งเป้าพาทีมคว้าแชมป์ให้สำเร็จ เพื่อเป็นการปิดฉากอย่างสมบูรณ์แบบ

อย่างไรก็ตามฟุตบอลลูกกลมๆอะไรก็เกิดขึ้นได้ จะสมหวังหรือผิดหวังไม่มีใครคาดการณ์ได้ แต่ 9 ประตู ที่เขาเคยทำในรายการนี้เป็นสิ่งการันตีว่า แม้อายุจะปาเข้าเลขสาม แต่ยังมีพิษสงค์รอบตัวแน่นอน

การทำประตูครั้งแรกในทัวร์นาเม้นนี้ของเขาเริ่มขึ้นกับเกมที่มาเลเซีย ชนะทีมชาติลาว ในรอบแบ่งกลุ่มไป 3-0 โดยเขาคือผู้ทำคนเดียว 2 ประตู แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อทัพ “เสือเหลือง” จอดป้ายเพียงรอบแรกเท่านั้น

 
 

ต่อมาในปีเกม เอเอฟเอฟ ปี 2010 ถือเป็นปีทองของเขาอย่างแท้จริง เพราะถึงแม้ในรอบแบ่งกลุ่มจะยิงประตูไม่ได้เลย แต่หลังทีมเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ศูนย์หน้าจอมแกร่งรายนี้เหมาคนเดียว 2 ประตู ในเกมที่ชนะเวียดนาม 2-0 ก่อนที่ทีมจะผ่านเข้าไปชิงกับทีมชาติอินโดนีเซีย และก็เป็นเขาคนเดียวอีกครั้งที่พามาเลเซียชนะแข้งอิเหนานัดแรก  3-0 โดย 2 ประตูเกิดจากฝีเท้าของเขา ส่วนนัดที่สอง แม้จะถูกอินโดนีเซียแก้มือแพ้ไป 1-2 แต่เขาก็สามารถทำได้อีก 1 ประตู จบสองนัดมาเลเซียชนะ 4-2 คว้าแชมป์ปีนั้นไปครอง ส่วน ซาฟี ซาลี่ ได้ตำแหน่งรองเท้าทองคำหลังยิงไปทั้งหมด 5 ประตูในปีนั้น

เข้าสู่ปี 2012 เขายิงเพียงประตูเดียวในเกมที่เอาชนะลาว 4-1 ซึ่งครั้งนั้นขุนพล “เสือเหลือง” หยุดความฝันเพียงแค่รอบรองชนะเลิศ โดยช่วงนั้นชื่อของเขาตกเป็นข่าวว่า เมืองทอง ยูไนเต็ด ทีมยักษ์ใหญ่ของไทย สนใจจะคว้าตัวมาร่วมทีม แต่แล้วก็เป็นเพียงข่าวๆหนึ่ง หลังเจ้าตัวตัดสินใจกลับไปเล่นในลีกบ้านเกิดกับสโมสร ดารูล ทักซิม เป็นอันจบความหวังที่จะเห็นกองหน้ารายนี้เข้ามาโชว์ฝีเท้าในเมืองไทย

ต่อมาในศึกเอเอฟเอฟ 2014 เป็นอีกครั้งที่เขาทำได้เพียงประตูเดียวในเกมที่ชนะสิงคโปร์ 3-1 โดยมาเลเซียเข้าไปชิงชนะเลิศกับทีมชาติไทย และเป็นเหตุให้ต้องผิดหวังเมื่อแชมป์ตกเป็นของขุนพลช้างศึก ทำให้ต้องกลับบ้านมือเปล่าไปอีกปี เช่นเดียวกับปี 2016 ที่ มาเลเซีย เสียชื่อรองแชมป์หลังตกรอบแบ่งกลุ่มในอันดับที่ 3 ของกลุ่มบี

ไครูล อัมรี่ - 10 ประตู

หนึ่งในขุนพลหลักของทีมชาติสิงคโปร์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเขามีส่วนร่วมกับทีมอย่างมากนับตั้งแต่ปี 2004 ที่ทำประตูแรกได้ในรายการนี้

การประเดิมลูกแรกในเครื่องแบบของขุนพล “เมอร์ไลอ้อนส์” พาทีมเอาชนะ กัมพูชา ไป 3-0 ต่อมาคือนัดชิงที่เอาชนะอินโดนีเซีย 3-1 โดยในเวลานั้นยังใช้ชื่อรายการว่า ไทเกอร์ คัพ

ต่อมาในปี 2007 อัมรี่ ยังคงทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่องกับทีมชาติสิงคโปร์ ซัดเพิ่มอีก 2 ประตู โดยหนึ่งในนั้นเป็นแมตช์ที่ สิงคโปร์ ถล่ม ลาว ไปแบบขาดลอยถึง 11-0 ในรอบแบ่งกลุ่ม สายบี ส่วนปี 2012 เป็นครั้งที่เขาทำประตูได้มากที่สุด ด้วยจำนวน 3 ประตู โดย 1 ใน 3 ประตู ดังกล่าว เป็นลูกที่ยิงขึ้นนำทีมชาติไทย 2-1 ก่อนที่ ไบฮักกี ไคซาน จะยิงตอกฝาโลง พาสิงคโปร์คว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ

ศึก เอเอฟเอฟ ปี 2014 เขาบวกสกอร์ให้ตัวเองเพิ่มอีก 2 ประตู และเป็นอีกครั้งที่เขาสามารถยิงใส่ “ช้างศึก” ไทยได้ในรอบแบ่งกลุ่ม แต่ผิดจากปีที่แล้วตรงที่คราวนี้ ไทย เป็นฝ่ายเอาชนะได้ 1-2 ส่วนอีก 1 ประตูเป็นแมตช์ที่แพ้ มาเลเซีย 1-3 และส่งผลให้ทีมชาติสิงคโปร์ตกรอบไปในท้ายที่สุด อย่างไรก็ตาม ศึกชิงแชมป์อาเซียน 2016 เขาทำประตูที่ 10 ของตัวเอง แต่เจ้าตัวคงดีใจไม่สุดนัก เพราะต้องกระเด็นตกรอบหลังพ่าย อินโดนีเซีย 1-2

 

อากู แคสเมียร์  - 11 ประตู

แน่นอนว่าการคว้าแชมป์ 4 สมัยในรายการนี้เป็นชาติแรก หัวใจสำคัญของสิงคโปร์ คือส่วนผสมของนักเตะเดิมและแข้งโอนสัญชาติที่ต่างพากันย้ายเข้ามาเล่นให้ทีมอย่างคับคั่ง จนมีหลายตัวเลือกให้ได้ใช้งานไม่ขาดสาย

การโอนสัญชาติจากไนจีเรีย มาเป็นสัญชาติสิงคโปร์ ของ อากู ด้วยความปราถนาจะรับใช้ทีมชาติสิงคโปร์ ซึ่ง 11 ประตูของเขาในนามทีมชาติจาก 3 สมัยในรายการ เอเอฟเอฟ แชมเปี้ยนชิพ คือเครื่องการันตีในการถูกเลือกให้เป็นดาวเตะเมอร์ไลออนส์ ตั้งแต่เห็นฟอร์มในทีมวูดแลนด์ ก่อนถูกผลักดันสู่ทีมชาติชุด ยู-23 และสโมสรยังไลออนส์

อากู แคสเมียร์ พาทีมคว้าแชมป์หนึ่งครั้ง ในช่วงปี 2004 และพาทีมคว้าอันดับสามร่วมหนึ่งครั้งกับอินโดนีเซีย ในปี 2009 ทว่าการต่อสู้ในทีมชาติสิงคโปร์มีค่อนข้างสูงเพราะผู้เล่นที่โอนสัญชาติพร้อมแจ้งเกิดได้ตลอดเวลาเขาจึงไม่สามารถยืนระยะได้แบบยาวๆ แต่เรื่องของการสังหารประตูแล้ว ชื่อของ แคสเมียร์ ถูกจัดให้อยู่ในทำเนียบนักเตะที่ยิงประตูเยอะที่สุดอันดับสองของสิงคโปร์ ในรายการ เอเอฟเอฟ แชมป์เปี้ยนชิพ  เป็นรองแค่ นอร์ อลัมชาร์ เท่านั้น

โดย 2 ครั้งแรก เขายิงให้สิงคโปร์ ได้ถึง 10 ประตู ก่อนที่ปี 2010 จะยิงใเพิ่มอีก 1 ประตู  ต่อมาปี 2004 อากู คือผู้ยิงประตูชัยให้ทีมชาติ สิงคโปร์ เอาชนะ อินโดนีเซีย ในรอบชิงชนะเลิศ ทั้งการบุกไปเอาชนะ 3-1 และ เกมในบ้านอีก 2-1 โดยเขาเป็นคนยิงประตูปิดท้ายทั้งสองเกมอีกด้วย

แม้ว่าจะยิงประตูติดอันดับต้นๆตลอดกาลอันดับ 6  ของอาเซียน แต่ว่าอันดับ 7 ที่ตามเขามาติดๆ ยิงไปแล้วคนละ 9 ประตู นับว่ามีโอกาสทำลายสถิติของเขาได้ถึง 2 คน คือ  ซาฟี ซาลี่ มาเลเซีย และ ไครูล อามรี่ เพื่อนร่วมชาติ ชาวสิงคโปร์