เปิดสถิตินัดชิงดำบอลโลก 1966 : คราบน้ำตาเยอรมันและเสียงหัวเราะอังกฤษ

30 กรกฎาคม 1966 คือวันที่ชนชาติที่อ้างว่าตัวเองเป็นผู้กำเนิดฟุตบอล มีความสุขที่สุดในโลก ขณะที่คู่แค้นของพวกเขา กลับเจ็บปวดที่สุด… 

สถิติในวันนั้นจะเป็นอย่างไร? มีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นบ้าง? ใครคือคีย์แมนของทั้งสองทีม?  ฯลฯ FFT พากลับไปหาคำตอบในทุกคำถาม…

แถวสองไม่ทำงาน

เราอาจจะเคยเห็นคลิปวิดีโอที่ (เซอร์) บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ยิงสวยๆจากระยะไกลมาหลายครั้ง ทว่าทั้งหมดไม่ได้เกิดขึ้นในวันนั้น โดยตลอด 120 นาที อังกฤษและเยอรมันตะวันตก มีโอกาสซัดจากนอกกรอบเขตโทษรวมกันถึง 53 ครั้ง แต่รวมแล้ว เข้ากรอบเพียง 9 ครั้งเท่านั้น ซึ่งไม่มีลูกใดเป็นประตูเลย

ในกรอบ..6 ลูก

ส่วนโอกาสยิงในกรอบเขตโทษนั้น ทั้งสองทีมมีโอกาสทั้งหมด 24 ครั้ง เข้ากรอบ 12 ครั้ง และแปรเปลี่ยนเป็น 6 ประตูในความทรงจำ แต่ละลูก มีเส้นทางยังไง ลองชมจาก Stats Zone ด้านล่างเลย..

356 คือ จำนวนของ?

FFT ยังคำนวนถึงการจ่ายบอลของทั้งสองทีม โดยสิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็คือ คู่รักคู่แค้นทั้งสองผ่านบอลดีได้ในจำนวนที่เท่ากันพอดีเป๊ะ!!( 356 ครั้ง) แต่ “สิงโตคำราม” ต้องใช้ความพยายามมากกว่า

คู่หูเวสต์แฮม คือ ฮีโร่

หากมองลงไปถึงสถิติระหว่างผู้เล่นทั้งสองทีม จะพบว่า ฝั่งอังกฤษนั้น จะมี บ็อบบี้ มัวร์ จ่ายบอลให้ (เซอร์) เจฟฟ์ เฮิร์สท์ มากที่สุด (13 ครั้ง) โดยทั้งสองมาจากทีม “ขุนค้อน” และสิ่งที่น่าสนใจ คือ 2 ใน 13 ครั้งนั้น แปรเปลี่ยนเป็น 2 แอสซิสต์ของกัปตันทีมคนเก่งรายนี้(แน่นอนว่า คือ 2 ใน 3 ลูกของ เฮิร์สท์)

ส่วนฝั่ง เยอรมันตะวันตก จะเป็น คาร์ลไฮนซ์ ชเนลลิงเกอร์ ที่ผ่านให้ โวล์ฟกัง โอเวอร์ราธ 14 ครั้ง

แผนไร้ปีก

อีกหนึ่งข้อที่น่าสนใจ คือ แท็คติคในสมัยนั้น ที่ทั้งสองทีม ไม่ให้ผู้เล่นออกด้านข้างมากจนเกินไป ซึ่งนั่นทำให้ (เซอร์) อัลฟ์ แรมซี่ย์ กุนซือชาวผู้ดี โดนแฟนๆด่าก่อนหน้านี้ แต่หากมองลงไป จะพบว่า เยอรมันตะวันตก นั้นเล่นแบบไร้ปีกยิ่งกว่าพวกเขาเสียอีก..

ชาร์ลตัน&เบ็คเค่นเบาเออร์ : โอเวอร์เรท?

(เซอร์) บ็อบบี้ ชาร์ลตัน และ ฟรานซ์ เบ็คเค่นเบาเออร์ คือ ซุปเปอร์สตาร์ของทั้งสองทีมในเวลานั้น แต่ทั้งสองคนไม่ได้โดดเด่นมากมายในเกมนั้น(ยิงเข้ากรอบแค่คนละครั้ง) อย่างไรก็ตาม ไม่มีข้อครหาว่าทั้งคู่ไม่ใช่ตำนานนักเตะของโลกแน่นอน

อลัน บอลล์ ไม่แพ้ “ไกเซอร์ฟรานซ์”

ตำนานชาวเยอรมัน สร้างเกมได้ยอดเยี่ยมให้กับทีมได้เหมือนเช่นทุกครั้ง ทว่า ชาวอังกฤษ ก็คงภูมิใจไม่น้อยที่นักเตะที่อายุน้อยที่สุดในทีมอย่าง อลัน บอลล์(21 ปี) ทำเกมได้ไม่แพ้กับ เบ็คเค่นเบาเออร์ เช่นกัน โดยทั้งคู่จ่ายบอลในพื้นที่อันตรายได้ 21 ครั้งเท่ากัน

“สิงโต” กระโดดงับ “อินทรี”

ตัดเรื่องสงครามโลกออกไป ต้องยอมรับว่า เยอรมันตะวันตกพ่ายแพ้ในการช่วงชิงพื้นที่ทางอากาศ อย่างชัดเจน (อังกฤษ ชนะโหม่งถึง 14 ครั้งจาก 23 ครั้ง)

อัลฟ์ แรมซี่ย์ จอมวางแผน

กุนซือคนเก่งของชาวผู้ดี สั่งให้ลูกทีมตัดฟาล์วทันที ก่อนที่จะมาถึงหน้ากรอบเขตโทษของตัวเอง

ตำนานบ็อบบี้ มัวร์

กัปตันวัยรุ่น ผู้แบกความหวังของคนทั้งชาติ (25 ปี 3 เดือน ในเวลานั้น) โชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดย มัวร์ จ่ายบอลดีถึง 64 ครั้งจากความพยายาม 69 ครั้ง พร้อมทั้งยังแย่งบอลจากคู่แข่งได้ถึง 17 ครั้ง(ภาพล่าง - เครื่องหมายบวก สีเขียน)