Stories

เปิดตำนาน วัง-โอ่ง : ดูโอที่ “คอแข็ง” สุดในวงการลูกหนังไทย

มีคู่หูดูโอมากมายในวงการลูกหนังไทย แต่คงไม่มีคู่ไหนที่โด่งดังเกินกว่า “วัง-โอ่ง” ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล และ ดุสิต เฉลิมแสน

We are part of The Trust Project What is it?

แม้ว่าชื่อเสียงของคู่นี้จะเกรียงไกรในสนาม แต่กิตติศัพท์เรื่องนอกสนามยิ่งดังใหญ่...โฟร์โฟร์ทู ประเทศไทย อาสาเจาะใจชีวิตนอกสนามสมัยของทั้งคู่สมัยเป็นนักเตะดัง… พวกเขาเคยมีพฤติกรรมสุดเฮี้ยว-ห่าม แค่ไหน? ติดตามได้ที่นี่

ย้อนอดีตกลับไปในการแข่งขันฟุตบอลชายคู่ชิงชนะเลิศซีเกมส์ครั้งที่ 20 ณ สนามฮัสซานัล โบลเกียห์ ประเทศบรูไน 14 สิงหาคม พ.ศ. 2542 ทีมชาติไทยปิดฉากซีเกมส์ครั้งสุดท้ายที่ใช้ทีมชาติชุดใหญ่ลงทำการแข่งขันได้อย่างสวยงาม ด้วยการชนะ เวียดนาม 2-0 โดยได้สองประตูจาก ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล และ ดุสิต เฉลิมแสน คู่หูที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดของวงการฟุตบอลไทยในเวลานั้น

สัมภาษณ์ - เขียน

พีรวัตร สืบสวัสดิ์นิติกุล

ความจริงแล้ว ทั้งสองเกือบไม่ได้เป็นฮีโร่ให้กับทีมชาติไทยในทัวร์นาเม้นต์ดังกล่าว หลังรอดพ้นจากการถูกตัดชื่อออกจากทีมไปแบบหวุดหวิด เพราะอะไรน่ะเหรอ? ก็ก่อนหน้านี้ 71 วัน ทั้งคู่เพิ่งไปก่อวีรกรรมฉาวจนเป็นข่าวใหญ่โตสะเทือนวงการลูกหนัง

4 มิถุนายน พ.ศ.2542 หนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับพร้อมใจกันตีข่าว 2 นักเตะทีมชาติไทยรุมทำร้ายรางกาย เด็กเสิร์ฟของธนบุรีคาเฟ่ สถานบันเทิงชื่อดังในยุคนั้น เป็นเรื่องเป็นราวถึงกับต้องขึ้นโรงขึ้นศาลกันเลยทีเดียว

4 มิถุนายน พ.ศ.2542 หนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับพร้อมใจกันตีข่าว 2 นักเตะทีมชาติไทยรุมทำร้ายร่างกาย เด็กเสิร์ฟของธนบุรีคาเฟ่ สถานบันเทิงชื่อดังในยุคนั้น เป็นเรื่องเป็นราวถึงกับต้องขึ้นโรงขึ้นศาลกันเลยทีเดียว เคราะห์ดีที่ศาลตัดสินให้รอลงอาญา พร้อมกับให้ ดุสิต เฉลิมแสน และ ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล บำเพ็ญประโยชน์ 20 ชั่วโมง จากเหตุการณ์ครั้งนั้นก็ทำให้ทั้งคู่ได้รับฉายาจากสื่อมวลชนว่า “คู่หูคาเฟ่”

“ก็อย่างที่เป็นข่าวนั่นแหละ” 'วังลันตา' ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล เริ่มเล่าถึงเหตุการณ์สร้างชื่อ (เสีย)  ของตนเองแบบเขินๆ “ไปกันไม่กี่คนหรอกวันนั้น พอดีเด็กเสิร์ฟมาต่อว่ากลุ่มพี่ จำไม่ได้เหมือนกันว่าเรื่องอะไร ด้วยความที่อยู่ในอาการเมา...คือ น่าจะหนักเลยคืนนั้น (หัวเราะ) เรื่องก็เลยออกมาเป็นแบบนั้น”

“มันเป็นเรื่องที่ไม่ดีหรอก เรารู้ และยอมรับ เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีเลย และเหตุการณ์วันนั้นก็ทำให้เรากลายเป็นตำนานในสิ่งที่ไม่ดีเท่าไหร่” 'เดอะโอ่ง' ดุสิต เฉลิมแสน เล่าเสริมถึงอดีตที่ไม่น่าจดจำ “มันทำให้คนอื่นจับคู่ให้ผมกับวัง ว่าเป็น ‘คู่หูคาเฟ่’ หรือ ‘คู่หูธนบุรีคาเฟ่’ นี่ล่ะ”

เปิดตำนาน "วัง-โอ่ง"

แคมป์เก็บตัวทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี เมื่อปี พ.ศ.2533 คือครั้งแรกที่ 'เดอะโอ่ง' ดุสิต เฉลิมแสน และ 'วังลันตา' ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล โคจรมาพบกันเป็นครั้งแรก

“จริงๆผมเจอวัง ครั้งแรกตอนเล่นเยาวชน จำไม่ได้ว่าปีไหน เอาเป็นว่าตั้งแต่สมัยที่ผมยังเล่นกองหน้า นานมากนะ ตอนนั้น ‘วัง’ ยังเด็กจ๋าอยู่เลย แต่ก้าวข้ามรุ่นมาเล่นกับพวกผม ด้วยความที่อายุค่อนข้างห่างกัน เลยไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่ตอนนั้น” ดุสิต เฉลิมแสน ย้อนความถึงการพบ ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกุล เพื่อนสนิทรุ่นน้องครั้งแรก

“ผมรู้จักพี่โอ่งตั้งแต่เล่นเยาวชนแล้ว แต่มาสนิทกันจริงๆก็ต้องเก็บตัวดรีมทีมนี่หล่ะ” 'วังลันตา' ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล เสริมต่อถึงความสัมพันธ์ของทั้งสองคน

ความจริงแล้วช่วงการรับใช้ชาติในชุดเยาวชน ทั้งคู่ยังไม่สนิทสนมกัน เรียกว่าพูดคุยกันแทบนับคำได้ กระทั่งชะตาพาทั้งสองมารวมตัวกันอีกครั้งที่สโมสรฟุตบอลตำรวจ ทั้งคู่จึงเริ่มรู้จักมักจี่ สนิทสนมกันมากขึ้น ทั้งในสนาม… และ “วงเหล้า”

สมัยนั้นนักฟุตบอลหลายๆคน ก็กินเที่ยวเป็นธรรมดาอยู่แล้ว เวลาแข่งเสร็จก็นัดกันไปดื่ม ยิ่งหากชนะมีโบนัสจากทีมก็จะหนักหน่อย

“ต้องออกตัวก่อนนะ...ว่าการดื่มเหล้าดื่มเบียร์ไม่ใช่เรื่องที่ดีสำหรับนักกีฬาอยู่แล้ว แต่สมัยนั้นนักฟุตบอลหลายๆคน ก็กินเที่ยวเป็นธรรมดาอยู่แล้ว เวลาแข่งเสร็จก็นัดกันไปดื่ม ยิ่งหากชนะมีโบนัสจากทีมก็จะหนักหน่อย ด้วยสภาพของการจัดการที่ยังไม่ได้เป็นมืออาชีพ” ดุสิต เฉลิมแสน เล่าย้อนไปในช่วงที่ฟุตบอลไทยลีกกำลังก่อตั้งตัว

“ผมจำได้ว่า...ดื่มกับวังครั้งแรกตอนอยู่ตำรวจ ซึ่งตอนนั้นวังยังอยู่โอสถสภาฯ แต่ถูกดึงตัวมาเล่นให้ตำรวจ พอแข่งเสร็จนักเตะทั้งทีมก็นัดกันไปดื่ม-กินที่ร้านลาบข้างๆสนามแข่ง”  

'วังลันตา' ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล มิดฟิลด์ดาวรุ่งที่ถูกยืมตัวมาเล่นให้สโมสรตำรวจ มักติดสอยห้อยตามนักเตะรุ่นพี่ไปดื่มด้วยเป็นประจำหลังจากเสร็จภารกิจแข่งขันฟุตบอล เขาจึงสนิทสนมกับนักเตะรุ่นพี่ในสโมสรตำรวจหลายคน มันเป็นโอกาสอันดีที่ทำให้เขา รู้จักกับ ดุสิต เฉลิมแสน มากขึ้นกว่าเดิม

“ตอนเล่นให้ตำรวจ เวลาแข่งเสร็จพี่ดำ (นที ทองสุขแก้ว) ก็จะพาผมไปด้วยตลอด ด้วยความที่เราเป็นเด็ก ก็เลยไปกับพี่เขาทุกที่” 'วังลันตา' กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการเป็นนักสังสรรค์หลังเกม “จากตอนแรกนั่งดื่มกันเกือบทั้งทีม ก็ทยอยกลับกันทีละคนสองคน พอเช้าก็เหลือนั่งดื่มกันอยู่ไม่กี่คน ซึ่งทุกครั้งจะมีผมกับพี่โอ่งอยู่ตลอด ...มันก็เลยกลายเป็นว่าเริ่มสนิทกันมากขึ้นไปโดยอัตโนมัติ”

แคมป์ดรีมทีมจุดเริ่มต้นดูโอ

ปี พ.ศ.2537 "บิ๊กหอย" วนัสธนา (ธวัชชัย) สัจจกุล ได้ริเริ่มแนวคิด “ดรีมทีม” โดยนำนักเตะฝีเท้าดีทุกคนมารวมอยู่ร่วมกันในแคมป์เก็บตัว...ไม่ว่าจะกิน, นอน, ฝึกซ้อมฟุตบอล ทุกคนล้วนต้องทำกิจกรรมร่วมกันทั้งหมด มันช่วยสร้างความสนิทสนมคุ้นเคยทั้งในและนอกสนาม นำมาซึ่งการเล่นที่เข้าขารู้ใจ และด้วยความที่ ดุสิต เฉลิมแสน กับ ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล เคยร่วมงานกันมาก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้ทั้งคู่สนิทสนมกันเป็นพิเศษ ณ ที่แคมป์เก็บตัวแห่งนี้  

“จริงๆแล้วไม่ใช่แค่วังหรอก เราก็สนิทกันทั้งทีมนั่นละ แต่คนชอบไปจับคู่ให้ผมกับวังว่าเป็นคู่ซี้กัน” ดุสิต เฉลิมแสน พูดถึงเรื่องสมัยเก็บตัวในแคมป์ดรีมทีม “ปกติผมเป็นคนโลกส่วนตัวสูงด้วยซ้ำ อย่างเวลาแอบหนีออกไปข้างนอกก็มักจะไปคนเดียว (ฮา)”

นักเตะที่ออกท่องราตรีเกือบทุกคืนอย่าง ดุสิต เฉลิมแสน ต้องใช้เวลาปรับตัวพอสมควรในการเข้ามาใช้ชีวิตภายใต้กฎระเบียบภายในแคมป์เก็บตัวทีมชาติชุด “ดรีมทีม” มันไม่ง่ายเลย สำหรับคนที่รักอิสระ และโลกส่วนตัวสูงแบบเขา  

ผมเที่ยวเกือบทุกคืนเลย ด้วยความที่ยังวัยรุ่นและมีเพื่อนฝูงเยอะ ส่วนใหญ่ก็ไปเที่ยวคาเฟ่นั่นล่ะ เที่ยวจนเด็กเสิร์ฟรู้จักเราหมด

“ก่อนมีการเก็บตัวของชุดดรีมทีม ผมเที่ยวเกือบทุกคืนเลย ด้วยความที่ยังวัยรุ่นและมีเพื่อนฝูงเยอะ ส่วนใหญ่ก็ไปเที่ยวคาเฟ่นั่นล่ะ เที่ยวจนเด็กเสิร์ฟรู้จักเราหมดอ่า พอมาเก็บตัวชุดดรีมทีม โอกาสไปเที่ยวก็น้อยลง จากปกติที่ไปทุกคืน พออยู่ในแคมป์ก็หาไปในโอกาสสำคัญๆ” ’เดอะโอ่ง' เล่าถึงการปรับตัวช่วงแรกในการเข้ามาอยู่ในแคมป์ดรีมทีม

"หนีเที่ยวนะเหรอ? ก็มีเป็นเรื่องธรรมดา แต่ไม่บ่อยหรอก เต็มที่ก็อาทิตย์ละ 2 ครั้ง นี่มากสุดๆแล้วนะ จริงๆก็จะไปเฉพาะโอกาสสำคัญมากกว่า เช่นวันไหนมีคอนเสิร์ต หรือวันเกิดใครในทีม ก็จะนัดกันออกไป แล้วแต่โอกาสเท่านั้น ทุกคนก็รู้หน้าที่ของตัวเองว่าทำอะไรอยู่แล้วว่ากำลังทำอะไร"  

"ส่วนใหญ่แล้วที่มาอยู่ในแคมป์ไม่ใช่พวกนักเที่ยวหรอก พวกที่หนีเที่ยวบ่อยๆ จริงๆก็มีไม่กี่คนหรอกในทีมชุดนั้น มีผมคนหนึ่งล่ะที่ออกบ่อยหน่อย” ดุสิต เฉลิมแสน ยอมรับ

ก็จริงอยู่ที่การหนีออกจากแคมป์เก็บตัวนักกีฬายามวิกาล ไม่ใช่เรื่องดีแน่ แต่ภายใต้กฎระเบียบอันเข้มงวดตลอดระยะเวลา 2 ปี มันกระตุ้นต่อม “ความอยาก” แหกแคมป์เข้าร่างเหล่านักฟุตบอลในทีมชุดนั้นหลายๆ คน - ใช่ มันเกิดขึ้นบ่อยจริง บ่อยจนกลายเป็นเรื่องปกติไปเลยด้วยซ้ำในท้ายที่สุด

"คือต้องบอกก่อนว่าสมัยก่อนฟุตบอลยังไม่ใช่อาชีพเต็มตัวแบบทุกวันนี้ และการเก็บตัวเป็นระยะเวลานานๆ มันก็ต้องมีรีแลกซ์กันบ้าง จะว่าไปก็เคยหนีกันทุกคนนั้นแหละ จะมากจะน้อยก็อยู่ที่แต่ละคน ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ดีของการเป็นนักกีฬาอยู่แล้ว" ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล เล่าต่อ

-ติดตามเรื่องราว และวีรกรรมของคู่โอ วัง-โอ่ง ต่อในหน้าถัดไป-