Stories

เปิดตำนาน วัง-โอ่ง : ดูโอที่ “คอแข็ง” สุดในวงการลูกหนังไทย

We are part of The Trust Project What is it?

รวมพลโต๊ะสนุ๊ก

ห่างจากแคมป์เก็บตัวออกไปเพียง 100 เมตร มีสนุ๊กเกอร์คลับตั้งอยู่ ที่นั่นเป็นแหล่งรวมพลของขุนพลทีมชาติไทยชุดดรีมทีม เมื่อยามว่างเว้นจากการฝึกซ้อมฟุตบอล

"ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าฟุตบอลกับสนุ๊กเกอร์ เราซ้อมกันไหนมากกว่ากัน (ฮา)" ดุสิต เฉลิมแสน เผยถึงกีฬายอดนิยมของนักเตะชุดดรีมทีม

"พอซ้อมบอลเสร็จที่ที่พวกเราไปกันเป็นประจำคือ โต๊ะสนุ๊กเกอร์ เราก็จะไปรวมกันที่นั้น เหมือนเป็นการผ่อนคลายหลังการฝึกซ้อมมากกว่า" ธวัชชัย เล่าเสริม "ส่วนใหญ่ก็ไปแทงสนุ๊กกันจริงๆ แต่ก็มีกลุ่มผมที่สั่งเบียร์มาดื่มด้วย คนอื่นพอเล่นสนุ๊กเกอร์เสร็จก็จะกลับแคมป์ บางคนก็สี่ทุ่ม บางคนก็เที่ยงคืน หรือเต็มที่ก็ไม่เกินตีสอง ก็มีผมกับพี่โอ่งนี่ล่ะที่ซัดกันยันเช้าตลอด แบบว่าดื่มเสร็จ ก็ซ้อมบอลต่อเลย”

“หนักสุดก็ 7 วันติด...ดื่มกับพี่โอ่งจนเช้า แล้วมาซ้อมบอลนานเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ  คิดย้อนกลับไปก็ไม่รู้เหมือนกันว่าซ้อมบอลกันไหวได้ยังไง แต่เป็นช่วงที่เก็บตัวซ้อมเฉยๆ ไม่ได้มีทัวร์นาเม้นต์แข่งนะ คือ ถ้าใกล้แข่งก็จะรู้หน้าที่ของตัวเอง”

“ไม่ไหวไม่ได้หรอก” ดุสิต เฉลิมแสน พูดเสริม “ยิ่งเราไปทำไม่ดีมา ต้องซ้อมให้ได้ และต้องทำให้ได้ดีด้วย (ฮา)”

ไม่ว่าค่ำคืนนั้นจะดื่มหนักแค่ไหน แต่คู่ดูโอขาเมาประจำดรีมทีม ก็สามารถซ้อมฟุตบอลได้อย่างไม่มีปัญหา - วรวุธ ศรีมะฆะ ดาวยิงร่างโย่งประจำทีมที่มีชื่อเสียงเรื่อง “คอทองแดง” ยังต้องยกธงขาวให้คู่หูคู่นี้…

ต้องยอม...ยกให้เลยคู่นี้ ดื่มยันเช้าก็ซ้อมฟุตบอลได้เหมือนกับคนที่นอนมาเต็มอิ่ม ขนาดดื่มหนักๆเวลาเทสต์ร่างกาย ทั้งคู่ยังอยู่ในเกณฑ์แถวหน้าของทีมชุดนั้นเลย

- วรวุธ ศรีมะฆะ

“ต้องยอม...ยกให้เลยคู่นี้ ดื่มยันเช้าก็ซ้อมฟุตบอลได้เหมือนกับคนที่นอนมาเต็มอิ่ม ขนาดดื่มหนักๆเวลาเทสต์ร่างกาย ทั้งคู่ยังอยู่ในเกณฑ์แถวหน้าของทีมชุดนั้นเลย คิดดูซิ!” วรวุธ ศรีมะฆะ ขอแจมเล่าถึงทั้งคู่กับโฟร์โฟร์ทู ประเทศไทย

เป็นเหมือนธรรมเนียมของแข้งทีมชาติไทยยุคดรีมทีมชุดนั้น - ใครก็ตามที่ออกไปท่องราตรียามวิกาลจนถึงเช้า และกลับมาพร้อมกับกลิ่นเหล้าเคล้าแอลกอฮอร์ จะหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้สต๊าฟฟ์โค้ช ยามรวมแถวรวมกลุ่มพวกเขาจะอยู่ในมุมที่ห่างไกลโค้ชมากที่สุด แต่วันหนึ่งทุกคนต่างพยายามหาต้นตอของกลิ่นเหล้าอันเหม็นหึ่งที่โชยไปทั่วบริเวณสนามซ้อม ทั้งที่ไม่มีนักเตะคนไหนแอบออกไปขึ้นนอกเลย… แน่นอนว่า ดูโอวัง-โอ่ง ตกเป็นเป้าสายตาของเพื่อนๆ

“เมื่อคืนใครหนีไปเที่ยวมาวะ” เสียงกระซิบของเหล่านักเตะทีมชาติไทยชุดดรีมทีมที่พยายามพูดคุยกันเพื่อสอบถามหาต้นต่อเจ้าของกลิ่นดังกล่าว

“หลายคนถามผมว่าไปเที่ยวมาเหรอ ผมก็บอกว่าไม่ได้ไปจริงๆ จน ปีเตอร์ วิธ เดินเข้ามาใกล้ๆ ทุกคนก็ได้คำตอบว่ากลิ่นเหล้าเป็นของใคร” ‘วังลันตา’  เฉลยถึงต้นต่อกลิ่นเหม็นเหล้าดังกล่าว

หลุดโผซีเกมส์ 1995

ก่อนมหกรรมกีฬาซีเกมส์ 1995 ที่จังหวัดเชียงใหม่เริ่มต้นขึ้น ทีมชาติไทยปล่อยตัวนักเตะกลับบ้านเป็นเวลา 3 วัน ก่อนเข้าสู่โหมดเก็บตัวฝึกซ้อมอย่างหนัก ‘วังลันตา” ธวัชชัย ดำรงออ่องตระกูล จึงถือโอกาสเข้าไปขออนุญาต “น้าชัช” ชัชชัย พหลแพทย์ แบบตรงไปตรงมาเพื่อเข้าแคมป์ช้ากว่าคนอื่นๆ 3 วัน - วัตถุประสงค์การขอลาครั้งนั้น เต็มไปด้วยความจริงใจ และตรงไปตรงมา

“มีครั้งหนึ่งเคยเข้าไปขอน้า (ชัชชัย พหลแพทย์) ตรงๆเลยว่าหยุด 3 วัน บอกจะไปดื่มเต็มที่แล้วจะมาตั้งใจซ้อม...แกก็ให้นะ สมัยก่อนฟุตบอลไม่ได้เป็นอาชีพแบบนี้ ก็ไม่ต้องหนีหรอก ขอตรงๆเขาก็ให้ไป” ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล กล่าวกับ โฟร์โฟร์ทู ประเทศไทย

“มันเรียกว่างานไหลมากกว่า ทีมชาติปล่อยให้กลับไปพักผ่อน ซึ่งนานๆทีจะได้กลับบ้าน เพื่อนฝูงก็มาหาเยอะก็เลยขอเข้ามาเก็บตัวช้ากว่าคนอื่น แต่ก็โทรมาบอกน้า (ชัชชัย พหลแพทย์) แล้วนะ แกก็ให้” ดุสิต เฉลิมแสน เป็นอีกคนหนึ่งที่ทำแบบเดียวกับธวัชชัย ดูโอรุ่นน้อง  

สุดท้าย...ทีมชาติไทยชุดเหรียญทองซีเกมส์ ครั้งที่ 18 ไม่มีชื่อของ ดุสิต เฉลิมแสน และ ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ทั้งสองคนถูกตัดชื่อออกจากทีมก่อนที่ทัวร์นาเม้นต์เริ่มต้นขึ้น

มีครั้งหนึ่งพวกเขาเคยขอ ชัชชัย พหลแพทย์ หยุด 3 วัน เพื่อไปดื่มเต็มที่แล้วจะมาตั้งใจซ้อม...แม้จะได้รับการอนุญาต แต่สุดท้าย...ทีมชาติไทยชุดเหรียญทองซีเกมส์ ครั้งที่ 18 ไม่มีชื่อของ ดุสิต และ ธวัชชัย

การถูก ‘น้าชัช’ ชัชชัย พหลแพทย์ หั่นชื่อออกจากทีมในเวลานั้นก็ทำให้สื่อสายกีฬา (ฟุตบอลไทย) เล่นประเด็นข่าวการถูกตัดตัวของทั้งสองคนมาจากพฤติกรรมนอกสนามที่ไม่อยู่ในระเบียบวินัย

“วัง น่าจะเจ็บหรือไม่ฟิตเนี้ยล่ะถึงถูกตัดออกที่หลุดจากทีม” เดอะโอ่ง เผย “ส่วนผมมีประเด็นก่อนวันตัดตัว คือคืนสุดท้ายก่อนจะทำการตัดตัว เพื่อนของเพื่อน ประสบอุบัติเหตุเข้าห้องไอซียู ผมก็เลยยืมรถมอเตอร์ไซค์ของสุพล (สุพล เสนาเพ็ง) ขับไปดูอาการเพื่อน วันนั้นฝนตกหนักด้วย ก็ตากฝนทั้งไปและกลับ มาถึงแคมป์ก็ดึกเลย”

“ถัดมาอีกวันเป็นไข้ ป่วยหนักเลย เช้าอีกวันมีอุ่นเครื่องที่สุพรรณ ผมก็นั่งรถซิโก้ (เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง) ไปอุ่นเครื่อง ผมก็บอกสต๊าฟฟโค้ชแล้วว่าเล่นไม่ไหว แต่เขาก็ยังให้ผมลงไปเล่น หมดสภาพเลย พอจบเกมทุกคนก็เลยรู้ว่าผมหนีออกไปข้างนอกมา และก็ถูกตัดตัวจากทีมชุดนั้น” ดุสิต เฉลิมแสน เปิดเผยความลับที่เก็บมาอย่างยาวนานถึงสาเหตุถูกตัดชื่อในจากทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 18

ภาพลักษณ์ของทั้งคู่ดูติดลบทันทีในสายตาของแฟนบอลชาวไทยหลังจากข่าวการถูกตัดตัวพ้นทีมชาติออกสู่สาธารณะ ทั้ง ดุสิต เฉลิมแสน และ ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ต่างก้มหน้ารับผลการกระทำ โดยไม่มีการโต้แย้งใดๆทั้งสิ้น ก่อนใช้ฝีเท้าและผลงานในสนามเป็นเครื่องพิสูจน์ตัวเองกลับมายึดตัวหลักทีมชาติไทยในเวลาต่อมา...

-ติดตามจุดเปลี่ยนที่ทำให้ทั้งสองคนกลับใจสู่ลู่ทางของนักเตะอาชีพในหน้าถัดไป-