Stories

เปิดตำนาน วัง-โอ่ง : ดูโอที่ “คอแข็ง” สุดในวงการลูกหนังไทย

We are part of The Trust Project What is it?

ฮีโร่เอเชียนเกมส์

ดุสิต เฉลิมแสน ที่ได้ตำแหน่งใหม่ในทีมชาติด้วยการถูกจับมายืนเป็นแบ็คซ้าย ส่วน ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล กลับมาฟิตสมบูรณ์เต็มร้อยเหมือนเดิมก็ยึดตำแหน่งตัวจริงในแผงมิดฟิลด์ได้ทันที ทั้งสองกลายเป็นกำลังหลักของทีมชาติไทย พร้อมพาทีมคว้าเหรียญทองซีเกมส์ 1997 ที่อินโดนีเซีย

จนกระทั่งเอเชียนเกมส์ 1998 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ภาพลักษณ์คู่ดูโอประจำดรีมทีม กลายเป็นฮีโร่ให้กับทีมชาติไทยอีกครั้ง จากจังหวะจาก ดุสิต เฉลิมแสน เขี่ยบอลให้กับ ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ยิงไกลอย่างสุดสวยเป็นประตูชัยในช่วงโกลเด้นโกล เอาชนะ เกาหลีใต้ 2-1 ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ผ่านเข้าสู่รอบ 4 ทีมสุดท้ายในทัวร์นาเม้นต์ดังกล่าว

"ภาพที่เคยติดลบในสายตาแฟนบอลก็เริ่มดีขึ้นมาหน่อย…” ดุสิต กล่าว “แต่ก็แค่ระยะสั้นๆเท่านั้น”

ทั้งสองคนถูกสื่อมวลชนตั้งฉายาให้เป็น “คู่หูคาเฟ่” เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ผู้ใหญ่ในวงการลูกหนังไทย ออกโรงเตือนการใช้ชีวิตนอกสนามของทั้งคู่อย่างจริงจัง

ใช่...เพราะหลังจากทั้งคู่เป็นฮีโร่ของคนทั้งชาติไม่นาน ช่วงการเก็บตัวก่อนซีเกมส์ 1999 ที่บรูไน ก่อวีรกรรมที่กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วอย่างที่ได้เกริ่นไว้ตอนต้นเรื่อง… ทั้งสองคนถูกสื่อมวลชนตั้งฉายาให้เป็น “คู่หูคาเฟ่” เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ผู้ใหญ่ในวงการลูกหนังไทย ออกโรงเตือนการใช้ชีวิตนอกสนามของทั้งคู่อย่างจริงจัง และมันทำให้ ดุสิต เฉลิมแสน กับ ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล เริ่มตระหนักถึงความเลวร้ายที่อาจเกิดขึ้นกับการใช้ชีวิตสุดระห่ำยามราตรี

“จริงๆแล้วช่วงนั้นผมเริ่มเบาๆเรื่องเที่ยวบ้างแล้ว เพราะผมมีลูก ค่าใช่จ่ายที่เริ่มมากขึ้น ทำให้เราลดไปโดยไม่รู้ตัว พอเจอเหตุการณ์วันนั้นก็แทบจะหยุดเลย” ดุสิต เฉลิมแสน เปิดใจกับโฟร์โฟร์ทู ประเทศไทย

ช่วงเวลาเดียวกัน ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ได้เดินทางไปค้าแข้งที่สิงคโปร์กับสโมสร เซมบาวัง เรนเจอร์ส ก็เหมือนเป็นการสลายตัวของ 2 คู่หูดูโอที่ถูกขนาดนามว่า “คู่หูคาเฟ่” ไปโดยปริยาย

“หลังจากจบซีเกมส์ที่บรูไน ก็ไปสิงคโปร์ทันที นักฟุตบอลที่นั่นใช้ชีวิตนักเตะอาชีพจริงๆ จากเมืองไทยเงินเดือนหมื่นกว่าบาทไปอยู่ที่นั้นได้หลายเท่า ผมเริ่มรู้ตัวเองทันทีว่าควรทำอะไรบ้าง การดื่มก็ลดลงโดยที่ไม่มีใครบอก ที่สิงคโปร์หลังบอลแข่งเสร็จก็จะมีการดื่มฉลองเป็นเรื่องปกติ นั้นล่ะก็เป็นโอกาสเดียวที่จะได้ดื่มหนักๆ พอตื่นเช้าอีกวันก็เต็มที่กับอาชีพนักฟุตบอล” ‘วังลันตา’ กล่าว

ทางฝั่งแบ็คซ้ายดาราเอเชีย ก็เริ่มมุ่งมั่นกับวิถีนักฟุตบอลอย่างจริงจังมากขึ้น ช่วงนั้นเขารับใช้ “มังกรไฟ” บีอีซี เทโรศาสน “หลังจากนั้นก็จะดื่มเฉพาะทีม(บีอีซี เทโร) ชนะเท่านั้น มันก็เหมือนเป็นการกระตุ้นให้เราเต็มที่ในสนาม หากไม่ชนะก็เท่ากับว่าสัปดาห์นั้นจะไม่ดื่ม”

“แต่รู้สึกว่าเราจะชนะแทบทุกสัปดาห์ (ฮา)” ดุสิต เฉลิมแสน เผยถึงวิธีการกระตุ้นตัวเองในสนามเพื่อสโมสร ซึ่งปีนั้นเอง บีอีซี เทโรศาสน คว้าแชมป์ไทยลีกได้เป็นสมัยแรก

ฟัน ‘คูหูคาเฟ่’ พ้นทีมชาติ

ฟุตบอลไทเกอร์คัพ 2000 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ การแข่งขันในรอบแรกทีมชาติไทยต้องขึ้นเหนือ ไปแข่งขันที่จังหวัดเชียงใหม่ การเดินทางครั้งนั้น เหล่านักเตะทีมชาติไทยดูตื่นเต้นเป็นพิเศษ ไม่ใช่เพราะเกมการแข่งขัน แต่เป็นบรรยากาศของจังหวัดเชียงใหม่

ทีมชาติไทยยังคงยึดแข้งชุดดรีมทีมลงสู้ศึกในรายการนี้ โดยเรียก 2 นักเตะที่ไปค้าแข้งที่ เอส-ลีก สิงคโปร์ อย่าง ตะวัน (ธชตวัน) ศรีปาน และ ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล เดินทางกลับมาช่วยทีมด้วย การเดินทางกลับมาเมืองไทยครั้งนี้ของ ‘วังลันตา’ ทำให้เขาได้กลับมาเจอเพื่อนรุ่นพี่ที่เคารพอีกครั้ง

ทีมชาติไทยเก็บชัยชนะรวด 3 นัดผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศในฐานะอันดับ 1 ของสายเอ หลังเสร็จสิ้นเกมนัดสุดท้ายที่ทีมชาติไทยเอาชนะ ฟิลิปปินส์ 2-0 ทางทีมชาติได้ประกาศปล่อยนักเตะพักผ่อนตามอัธยาศัย ก่อนเดินทางกลับสู่เมืองหลวงในวันรุ่งขึ้น

มันกลายเป็นค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลอง นักฟุตบอลทีมชาติไทยหลายออกไปร่ำสุราและชมบรรยากาศยามค่ำคืนของเมืองนพบุรีศรีนครพิงค์ แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ… กลายเป็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญในชีวิตของดูโอวัง-โอ่งอีกครั้งหนึ่ง

“คืนนั้นก็ออกไปเที่ยวกัน” ดุสิต เล่าถึงอีกหนึ่งเหตุการณ์ครั้งสำคัญในชีวิตการเป็นนักเตะทีมชาติไทย “จะว่าไปคืนนั้นดื่มน้อยมาก ประมาณว่าออกไปนั่งกินข้าวมากกว่า พอเช้ามาก็ไปสนามบินคนแรกเลย กะว่าจะขึ้นเครื่องเป็นคนแรก เพื่อเลี่ยงการเดินทางพร้อมผู้ใหญ่ แต่ผู้ใหญ่ทะยอยเดินทาง แทบทุกไฟลท์ ผมก็ต้องให้คนอื่นๆเดินทางก่อน สมัยนั้น ตั๋วเครื่องบินยังไม่ได้ล็อกชื่อ เหมือนทุกวันนี้”

“พอผู้ใหญ่เดินทางกลับทั้งหมด ผมก็ไปซื้อตั๋วจะบินกลับคนสุดท้าย แต่ตั๋ววันนั้นเต็มหมด ก็เลยต้องเดินทางเช้าอีกวันหนึ่ง” ดุสิต เฉลิมแสน กล่าว - แน่นอนว่าพอกลับช้ากว่าใครเพื่อน ก็ต้องโดนสอบสวน และความจริงก็ปรากฏว่าค่ำคืนก่อนหน้านั้น ทั้งคู่ไปทำอะไรกันมา  

ก็ไปมาด้วยกัน ผมก็เลยกลับพร้อมกับพี่โอ่งเช้าอีกวันหนึ่ง พอกลับถึงกรุงเทพฯ เราก็รู้แล้วว่าจะต้องโดนอะไรบ้าง ก็อย่างที่นักข่าวรุ่นเก่าๆเล่ากันนั้นล่ะ

“ก็ไปมาด้วยกัน ผมก็เลยกลับพร้อมกับพี่โอ่งเช้าอีกวันหนึ่ง พอกลับถึงกรุงเทพฯ เราก็รู้แล้วว่าจะต้องโดนอะไรบ้าง ก็อย่างที่นักข่าวรุ่นเก่าๆเล่ากันนั้นล่ะ” ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล เสริมต่อ

ทั้งสองคนยังคงได้อยู่กับทีมจนจบทัวร์นาเม้นต์ แต่ 2 เกมที่กรุงเทพฯ (ชนะมาเลเซีย 2-0 รอบรองชนะเลิศ และชนะอินโดนีเซีย 4-1 รอบชิงชนะเลิศ) ดุสิต เฉลิมแสน กับ ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ไม่ได้รับโอกาสลงสนาม

“มันก็คือบทลงโทษแหละ” ดุสิต เฉลิมแสน กล่าว  

กลับตัวก่อนสายไป

จากบทลงโทษครั้งดังกล่าวที่ทั้งสองคนได้รับ...หลายคนคิดว่านั้นจะเป็นการรับใช้ทีมชาติทัวร์นาเม้นต์สุดท้ายของ “คู่หูคาเฟ่” แต่...ความประพฤติที่ดีขึ้นชนิดหน้ามือของทั้งคู่ ทำให้พวกเขาได้รับโอกาส จากทำเนียบทีมชาติอีกครั้ง

ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ถูกยกย่องว่าเป็นนักเตะที่มีระเบียบวินัยมากขึ้นจากการใช้ชีวิตที่สิงคโปร์ “ถ้าเป็นยุคนี้ก็คงไม่โชคดีเหมือนผมตอนนั้นหรอก อาจจะเป็นเพราะการอยู่ในสิงคโปร์เมืองที่ค่อนข้างมีระเบียบทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนไปและได้โอกาสจากทีมชาติ” ‘วังลันตา’ เผย

ส่วน ดุสิต เฉลิมแสน พา “มังกรไฟ” บีอีซี เทโรฯ คว้าแชมป์ลีกสมัยที่สองก่อนเดินทางไปค้าแข้งกับสโมสร ฮอง อันห์ ยาลาย ในวัย 33 ปี ซึ่งเขาโกยเงินที่เวียดนามนานถึง 5 ปี ในฐานะนักเตะอาชีพก่อนก้าวสู่ตำแหน่งเฮดโค้ชในเวลาต่อมา

ผมยังโชคดีที่กลับตัวได้ทัน ทำให้ชีวิตหลังจากการเล่นฟุตบอลยังมีเงินก้อนให้ได้เก็บเหมือนคนอื่น ก็คิดเหมือนกันนะ ถ้าวันนั้นเราไม่กลับตัวก็อาจจะไม่เหลืออะไรเลยก็ได้

นัดชิงชนะเลิศฟุตบอลไทเกอร์คัพ 2002 ที่อินโดนีเซีย ดุสิต กลับมาเป็นขวัญใจแฟนบอลชาวไทยอีกหน หลังจัดการยิงจุดโทษแบบปาเนนก้า ลูกสุดท้ายให้ทีมชาติไทยเอาชนะอินโดนีเซียในการดวลจุดโทษชี้ขาด คว้าแชมป์มาครองอย่างยิ่งใหญ่ ปิดตำนานแบ็คซ้ายดาราเอเชีย ในการเล่นให้ทีมชาติอย่างยิ่งใหญ่

“ผมยังโชคดีที่กลับตัวได้ทัน ทำให้ชีวิตหลังจากการเล่นฟุตบอลยังมีเงินก้อนให้ได้เก็บเหมือนคนอื่น”

“ก็คิดเหมือนกันนะ ถ้าวันนั้นเราไม่กลับตัวก็อาจจะไม่เหลืออะไรเลยก็ได้” ดุสิต เฉลิมแสน กล่าวทิ้งท้าย