เปลี่ยนไปไม่เหมือนเก่า : ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ “ปืนใหญ่” จะคว้าแชมป์ลีก

ทัพ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล กำลังทำผลงานได้ย่างยอดเยี่ยมด้วยการไม่แพ้ใครมาแล้ว 16 นัดติดต่อกันรวมทุกรายการ ทว่ามันทำให้พวกเขากลายเป็นทีมเต็งแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้หรือไม่? เราคงต้องมาวิเคราะห์ถึงความเปลี่ยนแปลงของทีมกันเพิ่มอีกนิด...

สิ่งที่เปลี่ยนแปลง : ปืนใหญ่น่ากลัวกว่าเดิม

แนวรุก

ต้องยอมรับว่าในฤดูกาลนี้ อเล็กซิส ซานเชส หัวหอกของทีมปืนใหญ่ ทำผลงานได้ดีเกินคาดจริงๆ สำหรับตำแหน่งกองหน้าของทีม โดยการมีเขายืนค้ำอยู่ในแดนหน้า ทำให้เกมของทีมอันตราย แถมยังคาดเดายากอีกด้วย ต่างจากสมัยที่เป็นโอลิวิเยร์ ชิรูด์ ที่เกมมักจะติดๆ ขัดๆ และถูกจับทางได้ง่าย แถมนอกจากนั้น ยังมีทั้ง ธีโอ วัลคอตต์, อเล็กซ์ อิโวบี คอยประสานงานอยู่ด้านข้าง และ เมซุต โอซิล ที่ทำเกมอยู่ด้านหลัง ทำให้แนวรุกของทีมดังแดนลอนดอนเหนือนั้นหาตัวจับยากทีเดียว

จอมโกงตาย

ในฤดูกาลนี้ อาร์เซนอลเป็นหนึ่งทีมที่โกงความตายเอาตัวรอดจากความพ่ายแพ้ได้บ่อยๆ ทั้งในเกมกับปารีส แซงต์ แชร์กแมง ที่พวกเขาตกเป็นฝ่ายตามหลังก่อนที่ซานเชสจะมายิงประตูตีเสมอช่วยให้ทีมคว้า 1 แต้มสำคัญได้จากรังของยอดทีมแดนน้ำหอม ซึ่งหลังจากนั่น ลูกทีมของ อาร์แซน เวงเกอร์ ก็เจอกับสถานการณ์แบบนั้นอีกหลายๆ หน ซึ่งก็เอาตัวรอดมาได้ทั้งหมด

ตั้งแต่นาทีที่ 0.20

ส่วนหนึ่งคงต้องให้เครดิตกับ “โชค” เพราะอย่างในเกมที่พวกเขาพบกับเซาแธมป์ตัน และเบิร์นลีย์ นั้น ต้องบอกว่าพวกเขาโชคดีที่สามารถคว้า 3 แต้มมาได้ทั้ง 2 นัด ขณะที่ในเกมที่เสมอกับเปแอสเชก็เช่นกัน ซึ่งความโชคดีของทีมปืนใหญ่นี้ มันทำให้แฟนๆ รุ่นเก๋าหลายๆ คนนึงถึงยุคของ เฮอร์เบิร์ต แชปแมน และ จอร์จ เกรแฮม อย่างแน่นอน เพราะในตอนนั้น ทีมก็ขึ้นว่าเป็น “ทีมแห่งโชค” เช่นกัน

จอมเพรส

ทีมดังจากลอนดอนเหนือนี้ไล่เพรสซิ่งคู่แข่งได้ดีึกว่าที่ผ่านมามาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งทั้ง วัลคอตต์ และ อเล็กซิส ที่ไล่บีบคู่แข่งตั้งแต่แดนหน้า ขณะที่แดนกกลางก็ดันขึ้นสูงเพื่อบีบเช่นกัน

เพิ่มกล้ามเนื้อ

ในช่วงยุคทองของเวงเกอร์ ลูกทีมของเขามีแต่ประเภทฮาร์ดคอร์ที่พร้อมชนคู่แข่งเสมอ ไม่ว่าจะเป็น ปาทริค วิเอร่า, เอ็มมานูเอล เปอตีต์, โทนี อดัมส์ และ โซล แคมป์เบล หรือแม้แต่บรรดาตัวรุกที่ไม่ได้มีร่างกายใหญ่โตอย่าง เธียร์รี อองรี, เฟร็ดดี้ ลุงเบิร์ก และ เดนนิส เบิร์กแคมป์ ต่างก็แข็งแกร่งไม่แพ้กัน

อย่างไรก็ตาม ในระยะหลังดูเหมือนว่าอาร์เซนอลจะขาดนักเตะแบบนั้นไป จนทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณือยู่บ่อยๆ ว่าเป็นทีมที่ปวกเปียก แต่ทว่า การเข้ามาของ ชโคดราน มุสตาฟี่ และ กรานิต ชาก้า ก็ทำให้พวกเขากลับมาดุดันมากขึ้น

มุสตาฟี และ ชาก้า ช่วยให้ทัพปืนใหญ่ดุดันมากขึ้น

ความสามัคคีของแฟนบอล

ในช่วงหลายๆ ปีหลังมานี้ เกิดข้อถกเถียงขึ้นในหมู่แฟนปืนใหญ่ว่า เวงเกอร์ ควรจะอยู่หรือไป โดยระยะหลังแฟนๆ แตกออกเป็น 2 เสียงจนถึงขั้นมีป้ายไล่กุนซือชาวฝรั่งเศสรายนี้ในสนาม

อย่างไรก็ตามในตอนนี้ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะดีขึ้น เมื่อตอนนี้ทีมทำผลงานได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้บรรดาฝ่ายที่ไม่ต้องการเวงเกอร์ตัดสินใจพักเรื่องนี้ไว้ก่อนและหันมาสนับสนุนทีมเต็มที่เช่นเดิม

ความหลากหลายของนักเตะ

แม้ว่าต้องให้แฟนๆ ลุ้นกันจนถึงช่วงท้ายของตลาดซื้อขาย แต่ก็ต้องยอมรับว่าเวงเกอร์ทำได้ไม่เลวเลยสำหรับตลาดซื้อขายรอบนี้ เพราะการได้ตัว มุสตาฟี่, ชาก้า, ร็อบ โฮลดิ้ง และ ลูคัส เปเรซ มา ทำให้ทีมของกุนซือรายนี้มีความหลากหลายมากที่สุดในช่วงหลายปีมานี้เลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่ามันช่วยให้เขาสามารถงัดเอาแทคติครูปแบบต่างๆ มาใช้กับทีมได้มากขึ้น

ลูคัส เปเรซ ช่วยทำให้ทีมมีความหลากหลายมากขึ้น

สิ่งที่ยังเหมือนเดิม : ปัญหามากมายที่รอการแก้ไข

ไม่สม่ำเสมอ

จริงๆ แล้วในฤดูกาลที่ผ่านq มา อาร์เซนอลใช่ว่าจะฟอร์มไม่ดีเลย เพราะอย่างในฤดูกาล 2013/14 พวกเขาก็นำอยู่หัวตารางกระทั่งแผ่วจนคว้าอันดับ 4 ไปครอง ขณะที่หากนับเป็นปีๆ พวกเขาคือแชมป์ของปี 2015 ดังนั้นปัญหาที่พวกเขาต้องแก้คือความสม่ำเสมอ เพราะครั้งหนึ่งที่พวกเขาสามารถแก้ปัญหานี้ได้ พวกเขาจบลงที่ตำแหน่งแชมป์แบบไร้พ่าย

ฟอร์มเดิม

สำหรับสาวกปืนใหญ่ก็คงจะพอเดากันได้ว่าฟอร์มของทีมจะเป็นอย่างไร เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา ถ้าพวกเขาไม่ออกสตาร์ทแย่แล้วเร่งเครื่องท้ายฤดูกาล พวกเขาก็จะออกสตาร์ทได้ดีก่อนจะแผ่วปลายจนพลาดแชมป์ เช่นเดียวกับฟอร์มของวัลคอตต์ที่เรียกว่า ผีเข้าผีออก บ้างก็ดี บ้างก็ไม่เอาอ่าว ดังนั้นสิ่งที่พวกเขาต้องพยายามไม่ฉายหนังซ้ำอีกแล้ว

ตัวจริงและตัวสำรอง

การที่ทีมส่งซานเชสยืนเป็นหัวหอกเดี่ยวแล้วทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมก็นับว่าเป็นเรื่องดี ทว่าหากเขาเจ็บขึ้นมาล่ะ ทีมจะทำอย่างไร? เพราะในตอนนี้ เวงเกอร์ไม่มีใครสามารถทดแทนกองหน้าชาวชิลีรายนี้ได้เลย เขามีเพียงชิรูด์ที่สแตนด์บายรออยู่ที่ข้างสนาม ซึ่งหากถึงคราวของหัวหอกชาวฝรั่งเศสรายนี้ ทัพปืนใหญ่ก็คงต้องกลับไปสู่ลูปเดิมๆ ที่แฟนๆ เบื่อหน่ายอย่างแน่นอน

กาซอร์ลา

กาซอร์ล่าเปรียบเสมือฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่สุดของทัพปืนใหญ่ เพราะยามที่ไม่มีเขาในสนาม ความอันตรายของอาร์เซนอลนั้นแทบจะลดไปครึ่งนึเลยก็ว่าได้ ดังเช่นในฤดูกาลที่แล้วที่เจ้าตัวได้รับบาดเจ็บจนทำให้ทีมขาดจินตนาการไปพอสมควรจนส่งผลถึงการลุ้นแชมป์ ขณะที่ผู้เล่นในตำแหน่งเดียวกันอย่าง แจ็ค วิลเชียร์ ก็ยังทำหน้าที่แทนได้ไม่ดีพอ แถมเจ้าตัวยังมีอาการบาดเจ็บรบกวนบ่อยๆ ด้วย ทำให้ในฤดูกาลนี้ เขาถูกส่งไปให้บอร์นมัธยืมตัวใช้งาน

ย้ายไปบัญชาการเกมที่บอร์นมัธแบบชั่วคราว

ฟอร์มเวลาเจอทีมใหญ่

แม้ว่าแฟนๆ ต่างพากันปลื้มปริ่มกับฟอร์มการเล่นของทีม ทว่าอย่าลืมว่าชัยชนะเหนือซันเดอร์แลนด์ หรือ ลูโดโดเร็ทส์นั้น ยังไม่สามารถบ่งบอกว่าพวกเขาจะเป็นตัวเต็งแชมป์ได้

สำหรับการเจอทีมใหญ่ด้วยกันนั้น ในฤดูกาลนี้อาร์เซนอลลงฟาดแข้งไปแล้ว 3 นัด โดยเป็นพวกเขาแพ้ให้กับลิเวอร์พูล เสมอเปแอสเช และชนะเชลซี ขณะที่หากจะนับสเปอร์สและเลสเตอร์เป็นทีมใหญ่ด้วย พวกเขาก็ทำได้เพียงเสมอทั้ง 2 นัด ซึ่งทั้งหมดนี้ มันไม่ใช่ฟอร์มของทีมแชมป์ชัดๆ

ดังนั้นพวกเขาจะต้องไม่ประมาทจากการชนะทีมเล็กๆ เพราะมีตัวอย่างให้เห็นมาแล้ว โดยในการเลือกตั้งประธานธิบดีของสหรัฐอเมริกา ฮิลลารี คลินตัน ต่างเป็นตัวเต็งที่จะชนะการเลือกตั้งและคว้าตำแหน่งประธานาธิบดีไปครอง แต่ใครกันจะรู้ว่าหลังนับคะแนนโหวต จะเป็นโดนัลด์ ทรัมป์ที่หักปากกาเซียนทั่วโลกและมุ่งหน้าสู่ทำเนียบขาว

สรุป

พวกเขามีผลงานที่ดีในช่วงออกสตาร์ทฤดูกาลนี้ แต่ยังคงมีคู่แข่งที่ทำผลงานได้ดีไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น เชลซี ลิเวอร์พูล หรือแม้แต่แมนฯ ยูและสเปอร์ส ดังนั้นในตอนนี้คงยังบอกได้ไม่เต็มปากว่าพวกเขามีโอกาสจะคว้าแชมป์ลีกในรอบหลายๆ ปีได้สำเร็จสูง ทำให้แฟนๆ เดอะกันเนอร์คงต้องลุ้นกันต่อไป

เวงเกอร์จะได้ชูถ้วยใบนี้อีกสักครั้งไหม?