ฟุตบอลไทย

เป็นราชาที่บ้านเช่า : 8 แข้งไทยลีกที่ย้ายทีมในสถานะตัวยืม แต่คว้าแชมป์เฉย

แข้งตัวยืมอาจถูกมองเป็นเพียงอะไหล่ของทีมใหม่ แต่ไม่ใช่กับพวกเขาเหล่านี้… 

We are part of The Trust Project What is it?

นี่คือบรรดานักเตะที่ถูกยืมตัวมาใช้งาน บางรายฟอร์มร้อนแรงเกินห้ามใจหรือบางรายอาจไร้ที่ยืนในทีมเก่า แต่กลับย้ายมาสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ให้สโมสรใหม่อย่างยิ่งใหญ่ แม้ย้ายมาร่วมทีมเพียงชั่วคราว และนี่คือ 7 แข้งผู้กลายเป็นของเช่าสุดคุ้มที่เหล่าสโมสรต้องร้อง “ว้าว”

ศศลักษณ์ ไหประโคน - แบงค็อก ไป บุรีรัมย์

หนึ่งในดาวรุ่งที่ฟอร์มร้อนแรงสุดๆในเวลานี้เคยมีช่วงเวลาที่ไม่ดีนักในสีเสื้อ แบงค็อก ยูไนเต็ด ทีมที่ปลุกปั้นเขามาในอดีต

ศศลักษณ์ คือนักเตะลูกหม้อของ “แข้งเทพ” เติบโตมาจากอคาเดมี่สโมสร ซึ่งฝีเท้าเรียกว่าโดดเด่นกับเพื่อนร่วมรุ่นรายอื่นๆเขามีความเร็ว แข็งแกร่งเกินวัยเป็นเหตุให้ถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตามโอกาสในทัพ “แข้งเทพ” มีเพียงน้อยนิด โดยในฤดูกาล 2016 เขาได้ลงเล่นเพียง 6 เกม และเป็นตัวจริงเพียง 2 นัด เท่านั้น

ปี 2017 เส้นทางลูกหนังของเขาเหมือนจะไปได้ดี หลังยังคงมีชื่อในทีมชาติ และได้ลุยศึกชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบคัดเลือกอีกทั้งยังได้รับโอกาสสำคัญลัดฟ้าไปทดสอบฝีเท้ากับ เอฟซี โตเกียว สโมสรชื่อดังแห่งศึกเจลีก แม้จะพลาดโอกาสเซ็นสัญญา แต่ก็ได้รับประสบการณ์ใหม่ๆมาพัฒนาฝีเท้าของตัวเอง ทว่ากับ แบงค็อก เขายังคงไม่ได้ลงเล่นเลยแม้แต่เกมเดียว

เขาคือส่วนหนึ่งที่ทำให้ทีมคว้าแชมป์โตโยต้า ไทยลีก กลับมาครองได้สำเร็จจน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตัดสินใจทุ่มซื้อขาดเขาจาก แบงค็อก มาร่วมทีมในฤดูกาล 2018 ทันที

ช่วงเลกสองฤดูกาล 2017 กลายเป็นช่วงเวลาจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตเมื่อ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สโมสรบ้านเกิดยื่นข้อเสนอคว้าเขาไปร่วมทีมแบบยืมตัว ศศลักษณ์ ย้ายไปสวมเสื้อเบอร์ 6 ให้ทัพ “ปราสาทสายฟ้า” พร้อมประเดิมช่วยทีมคว้าชัยชนะในนัดที่เปิดบ้านเชือด ราชนาวี เอฟซี 2-0

ศศลักษณ์ ได้ลงสนามต่อเนื่องเขาลงเล่นทั้งสิ้น 9 เกม และเป็นตัวจริงถึง 8 นัด น่าเสียดายที่อาการบาดเจ็บตามเล่นงานเขาจนพลาดโอกาสช่วยทีมในโค้งสุดท้ายของซีซั่น แต่เขาคือส่วนหนึ่งที่ทำให้ทีมคว้าแชมป์โตโยต้า ไทยลีก กลับมาครองได้สำเร็จจน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตัดสินใจทุ่มซื้อขาดเขาจาก แบงค็อก มาร่วมทีมในฤดูกาล 2018 ทันที

เขากลายเป็นสมาชิกใหม่ของ บุรีรัมย์ แบบถาวร พร้อมโอกาสลงสนามต่อเนื่องทั้งในลีก และรายการใหญ่อย่างเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก และจนถึงเวลานี้เขาลงสนามไปแล้ว 11 เกม ยิ่งไปกว่านั้นการถูกโยกมาเล่นแบ็คขวาแทน นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ที่ยังเจ็บ ซึ่งเขาทำผลงานได้ยอดเยี่ยมจนมีเสียงเรียกร้องให้ มิโลวาน ราเยวัช เรียกเขาไปติดทีมชาติไทยชุดใหญ่เลยทีเดียว

ชาคสัน โคเอลโญ่ - โลเคอเรน ไป บุรีรัมย์

หนึ่งในคีย์แมนสำคัญที่พา “ปราสาทสายฟ้า” กลับมาทวงแชมป์ลีกคืนจากคู่แค้น “กิเลนผยอง” ได้อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งนับเป็นดีลยืมตัวคุ้มที่สุดของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เลยก็ว่าได้

การจับคู่กับ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต กลายเป็นความลงตัวจนทำให้ฟอร์มของทั้งคู่ร้อนแรงแบบฉุดไม่อยู่ยิ่งไปกว่านั้นเขาคือแข้งเอ๊าท์ฟิลด์ที่ลงสนามเป็นตัวจริงครบทั้ง 34 เกม แถมยิงไป 34 ประตูเฉลี่ยเกมละลูก

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คว้าตัว “ชาช่า” ชาคสัน โคเอลโญ่ ท่ามกลางคำถามว่าเขาจะตอบโจทย์การจบสกอร์ให้ทีมได้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมามีแข้งต่างชาติในตำแหน่งกองหน้าหลายรายต่างพากันมาดับที่นี่ โดยเฉพาะสองรายก่อนหน้าที่เขาจะเข้ามาอย่าง ไคโอะ เฟลิเป้ และ บรูโน่ โมเรย์ร่า ก็ไม่อาจประสบความสำเร็จในถิ่นช้าง อารีนา

ทว่าเมื่อฤดูกาลเริ่มต้นขึ้นเกมเปิดสนามโตโยต้า ไทยลีก 2017 ที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านรับการมาเยือนของ ชลบุรี เอฟซี ชาช่า เบิกสกอร์แรกให้ตัวเองในสีเสื้อ “ปราสาทสายฟ้า” ได้ทันทีด้วยการยิงหนึ่งประตูช่วยทีมเสมอ “ฉลามชล” 2-2 ก่อนที่หลังจากนั้นเขาจะสานต่อผลงานอย่างยอดเยี่ยมผลิตสกอร์ได้ต่อเนื่อง

ที่สำคัญการจับคู่กับ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต กลายเป็นความลงตัวจนทำให้ฟอร์มของทั้งคู่ร้อนแรงแบบฉุดไม่อยู่ยิ่งไปกว่านั้นเขาคือแข้งเอ๊าท์ฟิลด์ที่ลงสนามเป็นตัวจริงครบทั้ง 34 เกม แถมยิงไป 34 ประตูเฉลี่ยเกมละลูกอีกด้วย

ท้ายที่สุด “ปราสาทสายฟ้า” ทวงแชมป์ลีกกลับคืนมาได้ ซึ่งถือเป็นแชมป์ลีกสมัยที่ 5 ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โดยมี ชาช่า เป็นฟันเฟืองสำคัญร่วมสร้างประวัติศาสตร์ในปีดังกล่าว…