Analysis

เป็นอย่างไรกันบ้าง ? : 11 ตัวจริงลิเวอร์พูลในเกมสุดท้ายของ ราฟา เบนิเตซ

FFT จะพาทุกท่านย้อนไปดูนักเตะในเกมสุดท้ายที่ ราฟา เบนิเตซ คุมทีมลิเวอร์พูล และค้นหาว่าชีวิตของพวกเขาเป็นอย่างไรหลังจากนั้น ในเกมที่หงส์แดงออกไปเยือน ฮัลล์ ซิตี้ และผลออกมาเสมอกันไปด้วยสกอร์ 0-0

We are part of The Trust Project What is it?

ราฟา เบนิเตซ คืออดีตกุนซือของลิเวอร์พูลที่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลแชมเปี้ยนส์ลีกได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่เขามาคุมทีมนั่นก็คือปี 2004/2005 ซึ่งกลายเป็นที่จดจำของเดอะค็อปทั่วโลกด้วยชื่อที่ว่า 'ค่ำคืนแห่งอีสตันบูล'

2 ปีต่อมาเอลราฟาก็สามารถพาทีมเข้าชิงถ้วยยุโรปได้อีกครั้งกับคู่ชิงเดิมอย่าง เอซีมิลาน แต่ก็ไม่มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นเหมือนครั้งก่อน อีก 2 ปีถัดมาในฤดูกาล 2008/09 เป็นปีที่กุนซือชาวสเปนได้ทำให้ลิเวอร์พูลเข้าใกล้แชมป์ลีกที่โหยหามานานในรอบ 6 ปี แต่ก็จบด้วยการเป็นแค่รองแชมป์

ต่อมาได้เกิดปัญหาขึ้นมากมายในทีมทั้งเจ้าของสโมสรที่บริหารทีมได้แย่จนเกือบล้มละลาย ทั้งตัวราฟาไม่ลงรอยกับบอร์ดบริหารเรื่องการนำเข้านักเตะ เป็นเหตุทำให้ลิเวอร์พูลจบที่ 7 ของตารางคะแนนและ เบนิเตซ ก็ถูกปลดออกจากตำแหน่งหลังทำงานอยู่ในถิ่นแอนฟิลด์ได้ 6 ฤดูกาล 

FFT จะพาทุกท่านย้อนไปดูนักเตะในเกมสุดท้ายของ ราฟา เบนิเตซ กับ ลิเวอร์พูล ว่าหลังจากนั้นชีวิตของพวกเขาเป็นอย่างไรกันบ้าง ซึ่งในเกมนั้นหงส์แดงต้องออกไปเยือน ฮัลล์ ซิตี้ และผลออกมาเสมอกันไปด้วยสกอร์ 0-0

เปเป้ เรน่า

หลังจากกุนซือชาวสเปนได้ลาทีมไป เรน่า ยังคงเฝ้าเสาเป็นตัวจริงอยู่กับทีม 3 ฤดูกาลกับทั้ง 3 กุนซือคนใหม่อย่าง รอย ฮอดจ์สัน, เคนนี่ ดัลกริช และ เบรนแดน รอดเจอร์ส ก่อนที่ทีมจะซื้อตัว ซิมง มินโญเลต์ มาจากซันเดอร์แลนด์เพื่อเป็นมือ 1 ทำให้เรน่าถูกปล่อยยืมตัวไปให้ นาโปลี ที่เอลราฟาคุมทีมอยู่ในตอนนั้น

หลังจากหมดสัญญายืมตัว ลิเวอร์พูล ก็ขายเรน่าไปให้ บาเยิร์น มิวนิก ด้วยค่าตัวเพียงแค่ 3 ล้านยูโร เรน่านั้นกลายเป็นตัวสำรองให้กับ มานูเอล นอยเออร์ และได้ลงแค่ 3 เกมตลอดทั้งฤดูกาล 2014/15 ทำให้เรน่าย้ายกลับไปที่นาโปลีอีกครั้งในฤดูกาลต่อมา ด้วยค่าตัว 2 ล้านยูโร ในยุคของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ และเป็นตัวจริงให้กับทีมอยู่ 3 ปีก่อนที่จะหมดสัญญาและย้ายไปร่วมทีม เอซีมิลาน อย่างไร้ค่าตัวในซัมเมอร์นี้เพื่อเป็นตัวสำรองให้กับ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า

ดาเนียล แอกเกอร์

แอกเกอร์ อยู่กับทีมต่อไปอีก 4 ฤดูกาล และเป็นได้ลงอย่างสม่ำเสมอถ้าหากไม่ประสบอาการบาดเจ็บ จนกระทั่งในฤดูกาล 2013/14 ที่เบรนแดน รอดเจอร์ส พาลิเวอร์พูลเข้าใกล้แชมป์ลีกอีกครั้ง แอกเกอร์ก็ถูกลดบทบาทไปเป็นนักเตะหมุนเวียน และถูกขายออกไปอย่างไม่เต็มใจหลังจากจบฤดูกาลแห่งความผิดหวัง

แอกเกอร์ กลับมาที่ บรอนบี้ สโมสรที่เขาเติบโตมาก่อนที่จะย้ายไปลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 4 ล้านยูโร และหลังจากเล่นได้ 2 ฤดูกาลเขาก็ตัดสินใจแขวนสตั๊ดด้วยวัยแค่ 31 ปี เนื่องจากอยากจะออกจากวงเวียนแห่งอาการบาดเจ็บที่เขาต้องเจอมาตลอดการค้าแข้ง

โซร์ติริออส คีร์เกียกอส

ปราการหลังชาวกรีซอยู่กับลิเวอร์พูลต่อหนึ่งฤดูกาลในฐานะอะไหล่สำรอง ก่อนที่จะย้ายไปโวล์ฟบวร์กในปี 2011 ด้วยค่าตัว 3 ล้านยูโรแต่ก็ได้โอกาสลงเล่นน้อยมาก ทำให้ซันเดอร์แลนด์ยืมตัวคีร์เกียกอสมาในตลาดเดือนมกราคม 2012 และเจ้าตัวก็ได้ลงเล่นกับทีมแมวดำแค่ 189 นาทีตลอดทั้งครึ่งฤดูกาล ก่อนจะหมดสัญญายืมตัวกลับไปที่โวล์ฟบวร์กอีกครั้งและได้ลงเล่นแค่ 130 นาทีตลอดทั้งฤดูกาล 2012/13 ก่อนจะหมดสัญญากับทีม

หลังว่างงานอยู่เกือบปี ในเดือน มีนาคม 2013 คีร์เกียกอสได้เซ็นสัญญากับทีม ซิดนีย์ โอลิมปิก ในเอลีก ด้วยสัญญาการเล่นลงแค่ 2 เกม ก่อนเจ้าตัวจะแขวนสตั๊ดอย่างถาวรหลังจากนั้น

เจมี่ คาร์ราเกอร์

คาร์ราเกอร์ ลงเล่นให้กับลิเวอร์พูลต่อไปถึงฤดูกาล 2012/13 ซึ่งเป็นปีที่เขาได้ถูกลดบทบาทไปเป็นนักเตะหมุนเวียน ทำให้เขาประกาศแขวนสตั๊ดหลังจบฤดูกาลดังกล่าวและกลายเป็นหนึ่งในนักเตะวันแมนคลับ และหลังจากนั้นเขาก็เข้าทำงานกับ SkySport มาจนถึงปัจจุบัน และได้กลายเป็นคู่จิ้นกับ แกรี่ เนวิลล์ อดีตนักเตะของทีมคู่ปรับอย่าง แมนฯยูไนเต็ด