เอริค คันโตน่า เปิดใจ: "น่าเสียดายที่ผมชกเบาไปหน่อย"

ตำนานดาวยิงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดใจถึงการอำลาลีดส์, เข้าวงการแสดง และค่ำคืนในความทรงจำที่เซลเฮิร์สท์ ปาร์ค

สีขาวจัดจ้าของเมืองมาร์กเซย์ผ่านเข้ามาสู่สายตา ตัดกับสีขาวคือท้องฟ้าเมอร์ดิเตอเรเนี่ยนสีสดแจ่ม ที่บริเวณกลางเมืองชาวมาร์กเซย์นับพันต่างออกมาเฉลิมฉลองวันบาสตีล อากาศสดใสเจือกลิ่นกำมะถันจากพลุดอกไม้ไฟที่เพิ่งจุดในงานฉลองปะปนกับกลิ่นไอทะเลจากคลื่นที่สาดซัดเข้าหาฝั่ง 

มาร์กเซย์เป็นเมืองที่ได้รับหลายสิ่งอย่างจากท้องทะเล เช่นเดียวกับแฟนฟุตบอลปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ได้รับหลายสิ่งจาก เอริค แดเนียล ปิแอร์ ก็องโตน่า ที่กล่าวกับ FourFourTwo ให้ไปพบที่มาร์กเซย์ เมืองบ้านเกิด "วันจันทร์หรืออังคาร" 

เพื่อเดินทางย้อนรอยคุณตาของก็องโตน่าที่ต้องโยกย้ายครอบครัวมาจากประเทศสเปน เราจึงขับรถเป็นระยะทาง 300 ไมล์ (ประมาณ 500 กม.) จากเมืองบาร์เซโลน่า ผ่านเมืองมงต์เปลิเยร์ ที่เป็นที่ตั้งของสโมสรเดิมที่ก็องโตน่าเคยเล่นมาก่อน จากนั้นก็ต้องผ่านเมืองนีมส์ และมาตีคส์ กว่าจะถึงมาร์กเซย์เราก็เหนื่อยจนแทบหมดแรงแต่ก็ตื่นเต้นที่จะได้สัมภาษณ์นักเตะในตำนานรายนี้ ก็องโตน่าเป็นฮีโร่ที่เราไม่เคยคิดฝันว่าจะได้มาพบและสัมภาษณ์กันใกล้ชิดเช่นนี้

ครอบครัวของก็องโต้เป็นฝ่ายดำเนินการให้มีการจัดการแข่งขันฟุตบอลชายหาดโลก หรือ FIFA Beach Soccer World Cup ที่เมืองมาร์กเซย์ที่จะเริ่มการแข่งขันในอีก 2 วันข้างหน้า ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่มีให้เห็นทั่วเมืองมาร์กเซย์ เมืองใหญ่อันดับ 3 ของประเทศฝรั่งเศส นักเตะในชุดวอร์มของอาร์เจนติน่าและญี่ปุ่นกำลังเดินไปตามถนนในเมืองเพื่อพยายามปรับสภาพร่างกายให้คุ้นเคยกับสภาพอากาศของเมืองชายทะเลแห่งนี้ พร้อมทั้งต้องพยายามหลบหลีกรถรางในขณะที่แฟนๆ ฟุตบอลต่างก็ให้ความสนใจกับชุดวอร์มติดธงทีมชาติที่สวมใส่ แม้ว่าจะมีไม่กี่คนที่จะรู้จักหน้าค่าตาของนักเตะฟุตบอลชายหาดทีมชาติ

เราได้รับคำแนะนำให้เดินทางไปที่โรงแรมเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในละแวกเดียวกับร้านขายของลดราคา วัยรุ่นกลุ่มหนึ่งในเสื้อโอลิมปิก มาร์กเซย์คอยโยนประทัดขู่ขวัญผู้คนที่สัญจรไปมาแล้วหัวเราะกันสนุกสนาน

ก็องโตน่ามาพบกับเราในเสื้อทีมชาติฝรั่งเศส พร้อมหนวดเคราที่เริ่มเห็นสีขาวแซม เราเพิ่งรู้สึกว่าก็องโต้ตัวสูงใหญ่ หนาและดูน่ากลัวกว่าที่เราเคยจินตนาการเอาไว้เสียอีก คิ้วสองข้างดูเข้มดุ สองตายังคงสีเข้มลึก ตำนานปีศาจแดงออกอาการวอกแวกแกมกังวล และดูเหนื่อยๆ ระหว่างที่กวาดตามองคนแปลกหน้าที่รุมล้อมรอบตัว

และเป็นเรื่องน่าเสียใจที่เราต้องบอกก็องโต้ถึงการเสียชีวิตของนอร์แมน เดวีย์ อดีตผู้จัดการฝ่ายจัดการชุดแข่งของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่เคยพาก็องโต้เดินกลับเข้าห้องแต่งตัวในเกมที่เซลเฮิร์สท์ ปาร์ค หลังจากก็องโต้สวมบทโหด โดดถีบกังฟูขาคู่ใส่แฟนบอลในเกมเมื่อปี 1995 โดยเพื่อนร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดของก็องโต้ต่างพากันไปร่วมงานศพเมื่อราวหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งก็องโต้พูดได้เพียงว่า "ไม่นะ ไม่ ไม่ ไม่" เท่านั้น

เราได้รับแจ้งว่ามีเวลาสัมภาษณ์ก็องโตน่าเพียง 10 นาทีเท่านั้น ซึ่งนั่นเป็นเวลาไม่ถึง 1 ใน 3 ของที่ได้รับปากไว้ตอนแรก สำหรับก็องโต้ที่รับตำแหน่งผู้จัดการทีมฟุตบอลชายหาดทีมชาติฝรั่งเศส ตารางเวลาจึงแน่นเอี้ยด แต่ 10 นาทีคงแทบไม่พอกับการสัมภาษณ์ จึงน่าจะเข้าใจกันได้ว่าทำไมเราถึงไม่ค่อยแฮปปี้นัก

"พรุ่งนี้เช้านะ" ก็องโต้ตกลงกับเรา "มาเจอกันพรุ่งนี้เช้าที่โรงแรม 9 โมงนะ ผมจะมีเวลามากหน่อย"

เช้าวันถัดมา ก็องโต้มาพบกับเราตรงเวลานัด แม้จะยังยุ่งเช่นเดิมแต่ดูสบายๆ ขึ้น แม้หลายๆ คำถามทำให้ก็องโต้ดูเครียดขึ้นมานิดหน่อยก็ตาม การสัมภาษณ์เป็นไปอย่างสบายๆ และก็องโต้ให้เวลาเราเกือบหนึ่งชั่วโมง ตอบคำถาม ยิ้ม หัวเราะ และบางครั้งขมวดคิ้วนิ่วหน้าและหยุดคิด 

ก็องโต้เป็นหนึ่งในบรรดาฮีโร่ที่เราอยากจะกลับมาพบอีกครั้งหนึ่ง

อะไรเป็นสิ่งที่โดดเด่นที่สุดสำหรับการเติบโตมาในเมืองมาร์กเซย์? ตอนเด็กๆ คุณเป็นยังไงบ้าง เป็นเด็กร่าเริงหรือหน้าหงิกหน้างอตั้งแต่เด็กจนโต?

ถามโดย สตีเฟ่น ไพรซ์ จากเมืองแอชตัน-ออน-เมอร์ซีย์

ผมเป็นเด็กร่าเริงนะ ครอบครัวเราเป็นครอบครัวที่สนิทกันและรักกันเหนียวแน่นมาก ครอบครัวจึงพยายามให้การศึกษาที่ดีที่สุดสำหรับผม เราเป็นชนชั้นทำงานและพอใจกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิต เรามีความสุภาพและมักจะพูดว่าคำว่า "กรุณา" และ "ขอบคุณ" เป็นประจำ เราเคารพผู้อื่นและใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เรายิ้ม หัวเราะ ร้องเพลงและรักกัน พวกเราย้ายถิ่นที่อยู่มา เราเป็นชาวเมอดิเตอเรเนี่ยน พ่อของผมมาจากอิตาลี แม่ผมของมาจากบาร์เซโลน่า

ผมเคยไปเยี่ยมคุณตาที่บาร์เซโลน่าตอนอายุประมาณ 10 ขวบ แล้วผมก็ชอบเมืองบาร์เซโลน่ามาก ตาของผมหนีมาอยู่ที่ฝรั่งเศสหลังช่วงสงครามกลางเมืองในสเปน แล้วก็ไม่ได้รับอนุญาตให้กลับเข้าสเปนตั้ง 15 ปีที่นายพลฟรังโก้ครองอำนาจ หลังจากที่ผมเลิกเล่นฟุตบอลจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผมก็ย้ายไปอยู่ที่บาร์เซโลน่า 3 ปีเพื่อระลึกถึงช่วงชีวิตสมัยยังเด็ก เพื่ออ่านและเรียนรู้ชีวิต ผมชอบบาร์เซโลน่านะ  [FFT: เคยอ่านเรื่อง "แด่คาตาโลเนีย" ของจอร์จ ออร์เวลล์ บ้างไหม] ไม่ครับ ไม่เคย แต่ผมอยากอ่านนะ ช่วยส่งมาให้ผมหน่อยได้ไหม? ตอนนี้ผมอาศัยอยู่ที่เมืองมาร์กเซย์ เมืองฟุตบอลของทีมโอแอ็ม (โอลิมปิก มาร์กเซย์ อีกหนึ่งทีมต้นสังกัดเดิมของก็องโต้] ทีมที่เป็นลมหายใจเข้าออกของคนเมืองนี้ เป็นศูนย์กลาง เป็นเมืองที่น่าหลงใหล และผู้คนก็มีชีวิตอยู่เพื่อฟุตบอล

ใครบ้ากว่ากัน คุณหรือ กีย์ รูซ์? และอะไรคือความทรงจำที่คุณชอบที่สุดกับผู้จัดการคนเก่า?

ถามโดย ทอมมี่ โรเจอร์ส์ จากเมืองเอสเซ็กซ์
ผมจากครอบครัวในเมืองมาร์กเซย์เพื่อย้ายไปอยู่ที่เมืองโอแซร์ ห่างออกไปประมาณ 600 กม.สำหรับนักเตะวัยรุ่ยอย่างพวกเรา กีย์ รูซ์ เหมือนเป็นพ่ออีกคนหนึ่ง ผมชอบเขาและเคารพเขามาก ในบางที่ผู้จัดการกับนักฟุตบอลจะไม่ค่อยได้สนิทกันเท่าไหร่ โค้ชบางคนก็ไม่ค่อยอยากสนิทกับนักเตะมากเกินไป แต่กีย์ รูซ์ ทำให้ทีมโอแซร์รู้สึกเหมือนเป็นครอบครัวใหญ่ๆ ชีวิตนักเตะวัยรุ่นของผมอาจจะยากลำบากกว่านี้ถ้าผมย้ายไปอยู่กับทีมอื่น แต่ที่โอแซร์นี่ผมเหมือนได้อยู่กับครอบครัว

อะไรคือแรงกระตุ้นของคุณในฐานะนักฟุตบอล? เงินทอง? ความสำเร็จ? หรือชื่อเสียง?
ถามโดย ไมเคิล คลาร์ค จากเมืองฮัดเดอร์สฟิลด์

ความสำเร็จและชื่อเสียงมันต่างกันตรงไหน? [นิ่งไปครู่หนึ่ง] ผมคิดว่าผมเลิกเล่นตั้งแต่อายุยังไม่มากเพราะผมอยากจะพัฒนาตัวเองไปตามเวลา เพื่อเป็นนักฟุตบอลที่ดีขึ้น ทั้งสำหรับตัวผมเองและสำหรับทีม ผมอยากจะคว้าแชมป์ อยากจะรู้สึกว่าได้พัฒนามากขึ้น เมื่อผมเลิกเล่นตอนนั้นผมรู้สึกว่ามาถึงจุกที่ไม่สามารถจะพัฒนาได้อีกต่อไปแล้ว และผมสูญเสียความหลงใหลในเกมไปแล้ว ความหลงใหลนั่นมาพร้อมกับความอยากกระหายที่จะพัฒนา ถ้าคุณไม่มีความหลงใหลในเกมแล้วก็จะสูญเสียแรงกระตุ้นนั้นไปด้วย

เงินทอง? ไม่เลย ถ้ามีคนมาบอกคุณว่าให้จ่ายเงิน 100 ปอนด์แล้วจะได้ลงเล่นนัดชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ คุณจะจ่ายหรือเปล่า การที่ผมได้ลงเล่นฟุตบอลเป็นเหมือนความฝันเพราะผมไม่ต้องเสียเงินเพื่อจะได้ลงเล่น ในโลกฟุตบอลมีเงินเข้ามาเกี่ยวข้องจำนวนมหาศาลและนักเตะก็มีส่วนแบ่งในเงินก้อนนั้น ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่สิ่งที่เป็นแรงกระตุ้นสำหรับผมไม่ใช่เงิน แรงกระตุ้นของผมคือความฝัน บรรยากาศในสนามที่เป็นความรู้สึกพิเศษสำหรับนักเตะ เพราะเราสามารถรู้สึกได้ว่าแฟนฟุตบอลต้องทุ่มเทแค่ไหนเพื่อจะได้เข้ามาอยู่ในสนามแห่งนี้ เรารู้สึกได้ว่าฟุตบอลอยู่ในสายเลือดของแฟนฟุตบอลทุกคน

เกมกับทีมชาติบัลแกเรียเมื่อปี 1993 ดาวิด ชิโนล่าจ่ายบอลให้คุณ แต่พลาดจนโดนคอสตาดินอฟแย่งบอลไปยิง ประตูนั้นทำให้ฝรั่งเศสตกรอบคัดเลือก ไม่ได้ไปเตะฟุตบอลโลก 94 ที่อเมริกา ขอถามว่าคุณคิดว่าฝรั่งเศสจะทำผลงานได้ดีแค่ไหนถ้าผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย?
ถามโดย เอ็มเม็ต จากไอร์แลนด์เหนือ
มันเป็นความทรงจำที่แย่มาก เราไม่แพ้ใครเลยจนถึง 3 เกมสุดท้าย การแพ้ครั้งแรกเราเล่นที่สวีเดน ซึ่งถ้าชนะเกมนั้นเราก็จะผ่านเข้ารอบ แต่เราทำได้เพียงเสมอทั้งที่นำไปก่อน 1-0 เพราะสวีเดนยิงประตูตีเสมอได้ในนาที 80 ส่วนสองเกมที่เหลือกับอิสราเอลและบัลแกเรีย เราไปเยือนเอาชนะอิสราเอล 4-0 แต่กลับมาเล่นในบ้านแพ้ให้กับบัลแกเรีย 3-2 ถ้าเราแค่เสมอก็คงผ่านเข้ารอบไปแล้ว เกมนั้นเราขึ้นนำ 1-0 และผมก็ยิงได้ด้วย แต่บัลแกเรียยิงประตูเอาชนะเราได้ในนาทีสุดท้าย

บัลแกเรียและสวีเดนผ่านเข้ารอบ ทั้งสองทีมทำผลงานได้ดีจนผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก ถ้าฝรั่งเศสได้เข้าไปเล่นรอบสุดท้ายก็น่าจะทำผลงานได้ดีไม่แพ้กัน เรามีทีมที่ดีมากแต่เราไม่สามารถจัดการกับสถานการณ์ได้ดีพอแม้ว่านักเตะของเราจะมีประสบการณ์สูง เพราะแม้แต่นักเตะที่มีประสบการณ์ก็ยังเล่นผิดพลาดได้ แต่ที่สำคัญคือจะต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดแล้วพัฒนาจากตรงนั้น ทั้งในเรื่องฟุตบอลและชีวิตจริง

คุณชอบอะไรมากกว่ากัน ระหว่างไวน์ฝรั่งเศสหรือเบียร์อังกฤษ? หอยทากหรือเนื้ออบ?
ถามโดย เบน ฟรานซิส จากเมืองเซาท์แธมป์ตัน
หอยทาก? อ๋อ...เอสคาโก้น่ะ ผมชอบชิมอาหารท้องถิ่นนะ ตอนผมไปสเปนผมก็ลองชิมเบียร์สเปน ไวน์สเปน ตอนไปบราซิลก็ต้องกินของบราซิล และเมื่อไปอังกฤษก็ต้องชิมเบียร์อังกฤษแน่นอนอยู่แล้ว แต่ถ้าพูดถึงไวน์ฝรั่งเศส ที่ฝรั่งเศสตอนใต้นี่ก็ต้องเป็นไวน์โรเซ่ โดยเฉพาะในหน้าร้อน ได้ไวน์เย็นๆ [ยิ้มกว้าง]

คุณคิดอย่างไรเมื่อเทรเวอร์ ฟรานซิส เสนอให้คุณไปคัดตัวที่เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์?
ถามโดย เบน ฟรานซิส จากเมืองเซาท์แธมป์ตัน
เขาไม่ได้เชิญผมไปคัดตัว ผมไปที่นั่นราวๆ หนึ่งสัปดาห์และผมคิดว่าจะไปเซ็นสัญญา ทนายของผมก็ไปด้วยเพื่อช่วยเจรจาและสรุปสัญญา ผมซ้อมกับทีมและลงเล่นนัดอุ่นเครื่อง เราชนะ 4-3 ผมยิง 3 ประตู หลังจากหนึ่งสัปดาห์ผ่านไป เขาจึงถามผมว่าให้อยู่ต่อเพื่อลองเล่นกับทีมอีกสัปดาห์หนึ่งได้ไหม ช่วงนั้นมีนักเตะต่างชาติในอังกฤษหลายคน ส่วนหนึ่งมาจากแถบตอนเหนือของยุโรป แต่ที่มาจากทางใต้ก็มีไม่มากนัก พวกเขาก็เลยออกจะไม่แน่ใจ แต่ผมเป็นนักเตะทีมชาติฝรั่งเศสและเชฟฟิลด์เวนส์เดย์ก็อยากใช้เวลาตัดสินใจเกี่ยวกับผม แต่นั่นก็ไม่ใช่การเริ่มต้นที่ดีสักเท่าไหร่

เราเคยได้ยินแต่ข่าวลือ แต่ไม่เคยได้รับคำตอบแบบตรงประเด็น ทำไมคุณถึงตัดสินใจจากลีดส์ ยูไนเต็ด? มีปัญหากับเพือนนักเตะหรือกับ [ฮาวเวิร์ด] วิลคินสันคนเดียว? คุณอยากย้ายทีมก่อนที่เฟอร์กี้ [อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน] กับวิลโก้ จะโทรศัพท์คุยกัน?
ถามโดย โจ สแตรฟฟอร์ด จากเมืองเชฟฟิลด์
ผมมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับวิลคินสัน ผู้จัดการทีม เราไม่ค่อยจะเห็นไปทางเดียวกันนักในเรื่องฟุตบอล ผมรู้สึกว่าตัวเองเหมือนนักเตะแมนเชสเตอร์มากกว่า แต่ที่ลีดส์ยังเล่นฟุตบอลกันแบบโบราณ เป็นระบบหวดตูมแล้ววิ่งไล่บอล แต่การได้เล่นกับลีดส์ก็มีความสำคัญมากสำหรับผม เพราะนั่นเป็นที่ๆ ผมได้เรียนรู้เกี่ยวกับฟุตบอลแบบนี้ และเราก็ประสบความสำเร็จ แต่ถ้าผมรู้สึกว่าสิ่งแวดล้อมมันไม่ดีแล้วผมก็ไม่อยากอยู่ต่อ ผมต้องการที่จะรู้สึกดีๆ 

นั่นอาจจะเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงมีปัญหามาตลอด บางทีบรรยากาศในทีมมันอาจจะไม่เป็นเหมือนที่ผมคิดฝันเอาไว้ ผมต้องการเวลาหรือต้องยอมแพ้หรือต้องพยายามหาคำมาอธิบายสิ่งที่ผมต้องการ เหมือนการอยู่กับผู้หญิงสักคนแหละ บางทีก็อาจไม่ได้เจอรักแท้ บางทีอาจจะเจอแต่ก็ยังรู้สึกว่าไม่ใช่ ถึงอย่างนั้นก็ยังรู้สึกดีที่ได้มีความรัก แต่บางทีก็ยังรู้สึกว่าต้องการมากกว่านี้ คุณจะอยากให้ อยากรับ บางทีก็ไม่ได้เป็นแบบที่คุณคิดเอาไว้ ผมก็ไม่รู้นะว่าจะอยากอยู่กับผู้หญิงที่เหมือนกับประธานสโมสรบางคนที่ผมเคยเจอมา พวกเขาไม่น่าจะได้รับความรักเลยนะ