เรือใบขาดตูเร่ แต่อาจยังมีดีทุบปืนกระบอกแตก

แม้มิดฟิลด์ทีมชาติไอวอรี่ โคสต์จะต้องลาเรือใบไปช่วยทีมชาติ แต่นี่อาจจะกลายเป็นผลดีสำหรับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 

ในการพบกันครั้งล่าสุดระหว่างปืนใหญ่ อาร์เซนอล และเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เราได้เห็นการจ่ายบอลสำเร็จมากถึง 808 ครั้ง และการลากเลี้ยง 36 ครั้ง ดังนั้นจึงไม่น่าจะเป็นการเกินความจริงที่จะบอกว่าเราคงจะได้เห็นเกมสุดมันส์ระหว่างสองทีมที่ถนัดจ่ายบอลสั้นและเล่นเกมบุกกดดันรวดเร็ว

เพียงแต่ครั้งนี้เรือใบสีฟ้าจะขาดยาย่า ตูเร่ ดันเกมบุกเข้าหาประตู แต่แมนฯ ซิตี้ คงต้องปรับระบบการเล่นให้เปิดเกมออกปีกมากขึ้นและนั่นคือข่าวที่อาร์แซน เวงเกอร์ไม่อยากจะได้ยิน

ในขณะที่แมนฯ ซิตี้ ลุยเก็บแต้มตลอดครึ่งฤดูกาลแรกโดยมีเพลย์เมคเกอร์คนสำคัญคือ ยาย่า ตูเร่ เป็นผู้ผลักดันเกมบุกของเรือใบด้วยกันตะลุยฝ่าแนวรับดันขึ้นกลางสนามเหมือนกับทุกก้าวของตูเร่เป็นหัวใจเกมบุกของเรือใบสีฟ้า

แต่การมีตูเร่เป็นหัวใจเกมบุกก็มีจุดอ่อนเช่นเดียวกัน การพึ่งความสามารถของนักเตะอย่างตูเร่ กลายเป็นการอิงอาศัยจนเกินไป จากสถิติพบว่า 11 เดือนที่ผ่านมา แมนฯ ซิตี้ยังไม่เคยชนะเกมใดโดยไม่มียาย่า ตูเร่ ลงสนาม

ใน 2 เกมหลังสุดของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่ไม่มีตูเร่ลงสนาม เปเยกรินี่ยังไม่สามารถหาตัวแทนของตูเร่ได้ ทำให้ต้องจำใจใช้แฟร์นานโดลงเล่นมิดฟิลด์เกมรับแทน

และแน่นอนว่าความสามารถในการเสริมเกมบุกของแฟร์นานโดไม่ได้ใกล้เคียงกับตูเร่เลย ในขณะที่ตูเร่ทำสถิติจ่ายบอลเฉลี่ยต่อเกม 88.4 ครั้ง (เป็นสถิติสูงสุดของพรีเมียร์ลีก) แต่แฟร์นานโดทำได้เพียง 42.7 ครั้งเท่านั้น ส่วนการยิงประตู ตูเร่ยิงเฉลี่ย 3.3 ครั้งต่อเกม ในขณะที่แฟร์นานโดยิงเพียง 0.3 ครั้งเท่านั้น

สังเกตว่า ตูเร่ ขยับขึ้นไปเล่นสูง การจ่ายบอลไปมาของตูเร่แสดงให้เห็นว่าในเกมนี้ก็เหมือนกับเกมอื่นๆ คือตูเร่เป็นศูนย์กลางของเกม ในขณะที่แฟร์นานโดยังไม่สามารถทำผลงานได้ใกล้เคียงตูเร่ ทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ น่าจะยังต้องพยายามหานักเตะตัวหลักมาเล่นแทนตำแหน่งของตูเร่ให้ได้

เมื่อต้องขาดตูเร่ ซิตี้จึงจำเป็นต้องฉีกออกไปเล่นริมเส้นให้บ่อยขึ้นกว่านัดที่เจอกับเบิร์นลีย์และเอฟเวอร์ตันที่ผ่านมา และนั่นเป็นผลให้ เฮซุส นาบาส มีจังหวะเล่นบอลมากขึ้น

นาบาสจ่ายบอลเฉลี่ย 58 ครั้งใน 2 เกมนี้ เพิ่มจากสถิติเฉลี่ยตลอดฤดูกาลที่เคยทำไว้ 39 ครั้ง แสดงให้เห็นว่าเกมของซิตี้เริ่มเปิดออกมาเล่นที่ปีกสองข้างมากขึ้น

เฮซุส นาบาส เล่นได้ยอดเยี่ยมในเกมกับเบิร์นลีย์ การเล่นบอลที่มีความคิดสร้างสรรค์ของนาบาสได้รับโอกาสมากขึ้นเมื่อยาย่า ตูเร่ ไม่ได้ลงสนาม J

ไม่เพียงแต่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ดันบอลขึ้นไปเล่นเกมบุกในแดนคู่แข่งได้มากเมื่อไม่มีตูเร่ลงเล่นเท่านั้น แต่หากดูจากแผนภูมินี้ จะเห็นว่าเรือใบสีฟ้าเล่นบอลกลางสนามน้อยลงและออกปีกมากขึ้น

โชคร้ายจึงเป็นของเวงเกอร์ เพราะจุดอ่อนของอาร์เซนอลอยู่ที่ริมเส้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเกมบุกของอาร์เซนอลที่มักจะเปิดพื้นที่ริมเส้นให้ว่างและโดนเจาะได้ง่าย และอีกส่วนหนึ่งมาจากเกมรับของปืนใหญ่ที่วุ่นวายสับสนได้ใจ

เมื่อขาดผู้นำคอยสั่งการแนวรับ และเมื่อแพร์ เมอร์แตร์ซัคเกอร์ ฟอร์มห่วย จึงไม่น่าแปลกใจที่ฤดูกาลนี้อาร์เซนอลเสียประตูมากถึง 15 ลูกจากจังหวะโยนบอลครอสเข้าหาประตู คิดเป็น 60% ของประตูที่เสียทั้งหมด

หากเลือกได้ อาร์เซนอลคงอยากจะให้เกมวันอาทิตย์นี้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มียาย่า ตูเร่ลงสนาม เพราะการที่มีเฮซุส นาบาส วิ่งป่วนริมเส้นฝั่งหนึ่ง และซามีร์ นาสรี่ คอยวิ่งสกรีนบอลอีกฝั่งหนึ่ง (ด้วยการตัดเข้ากลางสนามเพื่อเปิดพื้นที่ กาแอล คลิชี่ ได้เล่นบอล) อาร์เซนองคงต้องออกแรกป้องกันประตูกันเป็นการใหญ่

สังเกตว่า ซามีร์ นาสรี่ เปิดบอลออกด้านซ้ายบ่อยมาก ซึ่งส่วนมากแล้วจะไปหาตำแหน่งที่คลิชี่ยืนรอรับบอลและลากเลี้ยงริมเส้น

ดังนั้น ถึงแม้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะขาดยาย่า ตูเร่ที่ต้องกลับไปรับใช้ชาติในการเล่นแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ และสำรหับเกมนี้แล้วอาจจะเป็นผลดีกับเรือใบก็ได้

Man City vs Arsenal LIVE ANALYSIS with Stats Zone