เรือเล็ก (ไม่) ควรออกจากฝั่ง : 12 ดาวดังทีมเล็ก…แต่ฟอร์มไม่ เปรี้ยงกับทีมใหญ่

นักเตะดีๆหลายคนเกิดมาเพื่อเป็นสัญลักษณ์ และยิ่งใหญ่กับทีมกลางตาราง หรือทีมเล็กๆ ที่ไม่ได้เป็นทีมระดับลุ้นแชมป์… พวกเขาสร้างสรรค์ผลงานที่ยิ่งใหญ่ให้กับต้นสังกัดได้มากมาย แต่เมื่อต้องเดินออกจากสโมสรต้นสังกัดเดิมไปสู่ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม กลับไม่ได้มีฟอร์มการเล่นที่เปรี้ยงปร้างเหมือนอย่างหวัง…

เรื่องราวของพวกเขาเหล่านี้ ไม่ได้นำมาเล่าเพื่อซ้ำเติม…มันเป็นเพียงเรื่องของการตัดสินใจครั้งหนึ่งของวิถีชีวิตลูกหนังของเหล่าพ่อค้าแข้งอาชีพ

บ้างพอย้ายไปแล้วเจออาการบาดเจ็บเล่นงาน, บ้างไม่สามารถเล่นได้อิสระเหมือนกับสมัยอยู่ต้นสังกัดเก่า เพราะด้วยระบบของทีมใหญ่ที่มีรายละเอียดปลีกย่อยมากกว่า, แต่บางคนก็ภาคภูมิใจเพราะอย่างน้อย ได้ย้ายไปเล่นกับสโมสรที่ใฝ่ฝัน เรื่องราวของพวกเขาเป็นอย่างไรกันบ้าง ติดตามได้ที่นี่

สันติราษฎร์ เวียงอินทร์

(ศรีสะเกษ เอฟซี  - บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

ระหว่างที่ “โอเว่น” สันติราษฎร์ เวียงอินทร์ นอนเล่นอย่างสบายใจที่บ้านพัก เสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้น จึงกดรับทันทีแบบไม่ได้เอะใจอะไร

“ฮัลโหล” เขาทักทายกับคนอีกฟากหนึ่งของโทรศัพท์...พลันนั้นเอง สันติราษฎร์ ต้องตกใจสุดขีด เมื่อรับรู้ว่าเสียงที่ปลายสาย คือ นาย ทัดเทพ พิทักษ์พูลสิน ผู้จัดการทีมบุรีรัมย ยูไนเต็ด

เนื้อหาใจความสำคัญของบทสนทนา คือ การยื่นข้อเสนอให้ สันติราษฎร์ เวียงอินทร์ เด็กหนุ่มวัย 24 ปี (ขณะนั้น) ซึ่งทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับ ศรีสะเกษ เอฟซี เมื่อปี 2014 เขาลงเล่น 31 นัด ยิง 6 ประตู มันเป็นผลงานชั้นเลิศ สำหรับเด็กหนุ่มที่เพิ่งก้าวขึ้นมาเล่นไทยลีกปีแรก... ทันทีที่วางสายกับ นาย ทัดเทพ เขาทำอะไรไม่ถูก เนื้อตัวสั่นไปหมด ไม่รู้ว่าควรโทรไปหาใครก่อน เขาตื่นเต้น และดีใจสุดๆ เพราะ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คือ สโมสรที่เขาใฝ่ฝันว่าอยากจะร่วมทีมให้ได้สักครั้งในชีวิต

“ทางพี่ทัดเทพ บอกกับผมว่าให้ไปลองคิดตัดสินใจดู ไม่ได้เร่งรีบอะไร” สันติราษฎร์ เวียงอินทร์ เริ่มเล่าให้กับ FFT TH ฟัง “ผมตื่นเต้นมากจนทำอะไรไม่ถูก ผมเคยไปเล่นที่บุรีรัมย์ ตอนอยู่กับศรีสะเกษ บรรยากาศในสนาม และแฟนบอลที่นั่น มันเหมือนที่ต่างประเทศเลยแหละ ทำให้ผมอยากไปร่วมทีม พูดง่ายๆ คือ บุรีรัมย์ เป็นทีมที่ผมอยากไปเล่นให้อยู่แล้ว ผมรีบไปปรึกษาครอบครัว และตัดสินใจแบบไม่ยากภายใน 2-3 วัน”

แม้ความจริงในช่วงเวลานั้นมีทั้ง บีอีซี เทโรศาสน และ พีทีที ระยอง ที่ติดต่อเขามา แต่ไม่มีทีมไหนหยุดยั้งความใฝ่ฝันของเขาที่จะได้ร่วมทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ ยิ่งวันที่เปิดตัวเป็นนักเตะใหม่ระหว่างเกมอุ่นเครื่องที่ ไอโมบาย สเตเดี้ยม ยิ่งทำให้เขารู้สึกอยากลงสนามให้กับ “ปราสาทสายฟ้า” โดยไว

“คอยดูเด็กคนนี้ไว้ให้ดี” นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เคยกล่าวไว้กับ FFT TH เกี่ยวกับ สันติราษฎร์ เวียงอินทร์… เขามั่นใจว่า สันติราษฎร์ สามารถตอบโจทย์การสรรหาวิงแบ็คขวาตามอุดมคติของเขาได้

Credit: BURIRAM UNITED

แต่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งเน้นระบบการเล่น 3 - 5 - 2 มุ่งหวังใช้ “โอเว่นแห่งนครพนม” เป็นวิงด้านขวา แต่เจ้าตัวกลับปรับตัวให้เข้ากับวิธีการเล่นได้ไม่ดีเท่าไหร่นัก มันทำให้เขาได้รับโอกาสไม่มากนัก

“การเล่นตำแหน่งกึ่งปีก กึ่งแบ็คแบบนี้ มันต้องใช้พละกำลังเยอะ ต้องคอยวิ่งขึ้น-ลง ซึ่งผมยอมรับว่า ผมไม่ถนัดเท่าไหร่ และถ้าไปเบียดแย่งตำแหน่งกองหน้า คงเป็นไปได้ยากมาก เพราะบุรีรัมย์ ปีก่อนมีทั้ง ดิโอก (หลุยส์ ซานโต) กับ (กิลแบร์โต) มาเชน่า พวกเขา เป็นสุดท้ายกองหน้าที่ดีที่สุดเท่าที่ประเทศไทย เคยมีมาจริงๆ” สันติราษฎร์ เวียงอินทร์ เล่าให้ฟัง

เมื่อไม่เข้าระบบ สันติราษฎร์ จึงได้รับโอกาสลงเล่นเพียงน้อยนิด… 67 นาที คือ ตัวเลขที่เขาได้สัมผัสสนามในไทยลีกตลอดฤดูกาล 2015 อย่างไรก็ตาม ทุกนาทีที่สนามซ้อม เขากลับมีความสุข เพราะมัน คือ ครั้งหนึ่งที่เขาได้มาร่วมเล่นกับสโมสรที่เขาใฝ่ฝัน การได้ลงฝึกซ้อมเคียงข้างผู้เล่นอย่าง ดิโอโก และมาเชน่า ตลอดจนผู้เล่นชั้นนำอีกหลายคน

ปี 2016 สันติราษฎร์ เวียงอินทร์ ย้ายไป พีทีที ระยอง และในเลกที่ 2 ก็กำลังหาทีมลงหลักปีกฐานใหม่ อย่างไรก็ตาม เขามั่นใจว่า ด้วยประสบการณ์ที่เคยมีกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่แข็งแกร่งขึ้น แม้ไม่ได้ลงสนามมากมายก็ตาม

“ผมไม่เคยเสียดายเลยที่ไม่ค่อยได้ลงเล่นกับบุรีรัมย์” สันติราษฎร์ พูดถึงช่วงเวลา 1 ปี ในถิ่นไอโมบาย สเตเดี้ยม “ผมดีใจ และภูมิใจเสียมากกว่าที่ครั้งหนึ่งเคยได้อยู่กับทีมที่เราชื่นชอบ ผมได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์มากมาย และผมมั่นใจว่า หาผมได้กลับไปเล่นทีมใหญ่อีก ผมจะทำได้ดีกว่าเดิม” โอเว่นแห่งนครพนม กล่าวทิ้งท้าย

Pages