เรือล่มปากอ่าว : เมื่อ เอริคเซ่น ปั่นป่วนลูกทีม ‘เป๊ป’ จนหัวหมุน

Chris Flanagan คอลัมนิสต์ของเราอยู่ที่ ไวท์ ฮาร์ท เลน เพื่อชม สเปอร์ส พิชิต แมนฯ ซิตี้ 2-0 และจะมาวิเคราะห์เกมนี้ผ่าน Stats Zone… 

หัวใจสำคัญที่ทำให้ พลพรรค “ไก่เดือยทอง” มีชัยเหนือ แมนฯ ซิตี้ ก็คือ คริสเตียน เอริคเซ่น 

และเราสามารถบอกได้เต็มปากว่า นี่เป็นดีลสุดคุ้มที่ ทีมดังแห่งกรุงลอนดอน ทำได้ในรอบหลายปีเหมือนกัน เพราะเขาเพิ่งต่อสัญญาออกไปอีก 4 ปี โดยค่าเหนื่อยก่อนหน้านั้นแค่ 35,000 ปอนด์ ขยับมาเป็น 70,000 ปอนด์ ต่อสัปดาห์ 

โดยปีที่แล้ว เอริคเซ่น ไม่ค่อยได้รับการพูดถึงเหมือนกับ แฮรี่ เคน, เดเล่ อัลลี่ หรือ เอริค ไดเออร์ ทั้งๆที่ จอมทัพเลือดเดนช์ คือ หัวใจของทีมมาตลอด

Christian Eriksen

เอริคเซ่น ทำให้กองกลางซิตี้ปวดหัวทั้งเกม

ส่วนปีนี้ สปอตไลท์ จับมาที่ ซอง เฮือง มิน ที่กำลังร้อนแรงสุดๆ ขณะที่ เอริคเซ่น ก็ยังอยู่อยู่ที่เดิมและช่วยทีมได้เสมอ ทว่ากลับไม่ค่อยได้รับเครดิตและการพูดถึงจากแฟนๆมากเท่าไร…

จอมปั้นเกมแห่งเดอะเลน

ก่อนหน้านี้ เอริคเซ่น เคยถูกจับออกไปเล่นด้านข้างเป็นครั้งคราว ทว่าตำแหน่งที่ อดีตเด็กอาแจกซ์ฯ จะโชว์เทพได้มากที่สุดก็คือ จอมทัพตรงกลาง ซึ่งเกมกับ แมนฯ ซิตี้ นั้น เอริคเซ่น ทำให้เกมรุกของทีมไหลลื่น

โดยสถิติหลังจบเกมฟ้องว่า เอริคเซ่น คือคนที่จ่ายบอลดีมากที่สุดของเจ้าถิ่นที่จำนวน 39 ครั้ง พร้อมทั้งยังครองแชมป์เรื่องการสร้างโอกาสมากที่สุดอีกด้วย 

นอกจากนี้ ดาวเตะทีมชาติเดนมาร์ก ยังชอบแอบออกไปเล่นริมเส้น เพื่อหาที่ว่างรับบอลจากเพื่อนร่วมทีม โดยเกมนี้ บอลถูกถ่ายมาที่ เอริคเซ่น 38 ครั้ง และเขามีหน้าที่สร้างเกมรุกต่อไป

 
 

ยิงได้ จ่ายดี

นักฟุตบอลที่เชี่ยวชาญเรื่องการผ่านบอลหลายคนมักจะมีปัญหาในเรื่องของการจบสกอร์เสมอ เนื่องจากพวกเขามักจะอยู่ในตำแหน่งที่ไกลออกไปหรือมีหน้าที่จ่ายบอลเป็นหลัก

ทว่า นั่นไม่ใช่กับ เอริคเซ่น 

เพราะว่า เพลย์เมคเกอร์จากแดนโคนม นั้น ทำได้ดีทั้งเรื่องจ่ายบอลและทำประตูเอง โดยสถิติสามปีบนเกาะอังกฤษยืนยันทุกอย่างได้อย่างดี โดย เอริคเซ่น ยิงไป 8 ลูกและทำอีก 16 แอสซิสต์เมื่อปีที่แล้ว เช่นเดียวกับสถิติ 12 ประตู 5 แอสซิสต์ในซีซั่น 2014/15 และ 12 ประตู 16 แอสซิสต์ในซีซั่น 2013/14

อีกจุดเด่นของ ดาวเตะวัย 24 ปี คือ ลูกนิ่งที่พร้อมทั้งเปิดหรือยิงได้ตลอดเวลา

สำหรับสถิติส่วนตัวในเกมกับ ซิตี้ เมื่อวานนี้ เอริคเซ่น สร้างโอกาสได้ 1 ครั้ง และหาจังหวะยิงได้อีก 4 ครั้ง เข้ากรอบ 2 ลูก ซึ่งมีเพียง เซร์คิโอ อเกวโร่ เท่านั้น ที่มีโอกาสยิงมากกว่าเขาในสนาม

 

ครบเครื่องต้มยำ

นอกจากสถิติด้านเกมรุกที่ยอดเยี่ยมแล้ว เรื่องเกมรับก็ไว้ใจ เอริคเซ่น ได้เช่นกัน

โดย เจ้าของเสื้อหมายเลข 23 แย่งบอลคืนจากคู่แข่งได้ถึง 16 ครั้งในเกมนี้ ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนมหาศาล เพราะลองเปรียบเทียบกับคู่ระหว่าง แมนฯ ยูไนเต็ด กับ สโต๊ค ที่จบก่อนแมตช์นี้ไม่นาน จะพบว่า เกมที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด นั้น ไม่มีผู้เล่นคนใดที่ทำสถิติดังกล่าวได้มากกว่า 7 ครั้งเลย

นอกจากนี้ เอริคเซ่น ยังตัดบอลได้ 4 ครั้ง ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นตรงกลางสนาม และยังถือว่าเขาเป็นคนที่ทำได้มากที่สุดในทีมอีกด้วย

 

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ ตอนนี้ เอริคเซ่น อายุเพียง 24 ปีเท่านั้น ทั้งๆที่เรารู้สึกว่า เขาเล่นมานานแสนนานแล้ว(ดังแต่เด็ก) โดย เจ้าของหมวกทีมชาติ 63 ใบ ตกเป็นข่าวกับยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรปทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด, บาร์เซโลน่า, เรอัล มาดริด, เชลซี, เอซี มิลาน ฯลฯ ตั้งแต่อายุยังไม่ครบ 16 ปีด้วยซ้ำ

ซึ่งแน่นอนว่า ชีวิตหลังจากนี้ ยังมีอะไรให้ เอริคเซ่น ไขว่คว้าอีกเยอะ ไม่ว่าจะเป็นสถิติเจ้าของลงสนามให้ทีมชาติมากที่สุดตลอดกาล(ตอนนี้ ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล 129 เกม คือ แชมป์) หรือเกียรติยศระดับสโมสรอีกมากมาย โดยเฉพาะแชมป์ลีก ที่ซีซั่นที่แล้ว เขาพลาดไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น

และไม่แน่ว่า ชัยชนะสุดสำคัญในเกมนี้ อาจจะทำให้ฝันของ เอริคเซ่น และเหล่า “ยิดโด้” กลายเป็นจริงขึ้นมาในอีกหลายเดือนข้างหน้าก็เป็นได้

เพราะตราบใดที่พวกเขามี เอริคเซ่น พวกเขาก็ยังมีความหวังเสมอ...

STATS ZONE Free on iOS • Free on Android

New features every day on FourFourTwo.com • More analysis