เรื่องไม่เคยรู้ “เดอะ ซีรี่ส์” : ชิน ยูไนเต็ด - จากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าสู่ลีกสูงสุดพม่า

ในช่วงปลายเดือนนี้ สวน ลำ เมือง จะไปเยือนเบรุต และสวมใส่เสื้อสีแดงของทีมชาติเมียนมาร์เพื่อเจอกับเลบานอนในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก แต่บ่อยครั้ง ความคิดของเขาก็จะย้อนกลับไปหาบ้านเกิดและครอบครัวของเขาที่ห่างเหินกันไปกว่าทศวรรษอยู่เสมอ

สวน ลำ เมือง เป็นชาวเผ่าชินมาแต่กำเนิด ซึ่งถือเป็นหนึ่งในชนกลุ่มน้อยที่มีความแร้นแค้นที่สุด และเนื่องจากความยากจนทำให้เขาถูกส่งไปอยู่กับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าในย่างกุ้งตั้งแต่ยังเด็ก เพื่อจะได้มีชีวิตที่ดีขึ้น

“ครอบครัวของผมจนมาก เราอยู่กันอย่างปากกัดตีนถีบ ผมเลยถูกส่งให้ไปอยู่กับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เพื่อว่าจะได้มีอนาคตที่ดีขึ้น” เขากล่าวกับโฟร์โฟร์ทูถึงสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ซึ่งเป็นที่ๆเขายังคงอาศัยอยู่บริเวณชานเมืองของกรุงย่างกุ้ง

“ผมอายุได้ 10 ขวบตอนที่ผมมาที่นี่ และผมก็ยังจำวันเหล่านั้นได้จนถึงทุกวันนี้ ใจของผมอยากจะกลับไปหาพ่อแม่อยู่เสมอ”

ข้อมูลเกี่ยวกับชิน ยูไนเต็ด

ก่อตั้ง: ปี 2011

บุคคลสำคัญ:

เจมส์ เลียน ไส เจ้าของและผู้ก่อตั้งสโมสร เขาดำเนินการเกี่ยวกับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหลายแห่งทั่วย่างกุ้ง โดยใช้ฟุตบอลเป็นบทบาทสำคัญที่นำการศึกษามาสู่เด็กๆ

สวน ลำ เมือง ศูนย์หน้าตัวเก่งของสโมสรและยังเป็นนักเตะทีมชาติอีกด้วย เขามาที่ย่างกุ้งเมื่ออายุ 10 ขวบ และเติบโตขึ้นมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

อู เสว่ ฮแลง เหม อดีตผู้บริหารของอิรวดีที่ถูกสโมสรดึงตัวมาเป็นซีอีโอเมื่อปลายปีที่แล้ว โดยมีภารกิจในการรักษาสถานะในลีกสุงสุดของทีมให้ได้ต่อไป

สีเสื้อ: เขียว (เหย้า), แดง (เยือน)

กุนซือที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด: อู ส่อ เธียน แม้จะไม่มีแชมป์แต่ก็มีแววว่าปี 2016 จะเป็นปีที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของสโมสร เมื่อมีขุมกำลังฝีเท้าดีเข้ามาในปีนี้

สนามเหย้า: ธุวรรณา ยูธ เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ สเตเดี้ยม, ย่างกุ้ง (สนามกลาง)

ความจุ: 32,000 คน

จากชีวิตอันยากจนข้นแค้นในวัยเด็กสู่ทีมชาติ ถือเป็นการเดินทางอันน่าทึ่งสำหรับสวนรวมถึงเพื่อนร่วมทีมของเขาหลายๆ คนที่มีปูมหลังคล้ายคลึงกัน

นั่นเป็นเพราะพวกเขานั้นมีชายคนหนึ่งที่ได้ให้โอกาสเด็กกำพร้าเข้ามาเป็นแกนหลักของสโมสรฟุตบอลนั่นเอง

รัฐไกลปืนเที่ยง

รัฐชินที่อยู่ทางตะวันตกของเมียนมาร์ ถือเป็นภูมิภาคที่ยากจนที่สุดในประเทศที่มีความยากจนที่สุดแห่งหนึ่งในอาเซียน ด้วยความที่เป็นพื้นที่ๆยากจะเข้าถึงซึ่งมีผลผลิตการทางเกษตรที่ตกต่ำ ทำให้ถูกทางการละเลยจนเพิ่มความขาดแคลนและทุกข์ยากให้หนักเข้าไปอีก

โดยในปี 2009 ‘องค์กรสิทธิมนุษยชน’ รายงานว่าเผ่าชินคือ “ชนเผ่าที่ถูกลืมที่มีความยากจนอยู่เกือบ 70 เปอร์เซ็นต์ และมีการฆ่ากันอย่างผิดกฎหมาย, การกักขังหน่วงเหนี่ยว, แรงงานบังคับ รวมถึงข้อห้ามในการเคลื่อนไหว, แสดงออก และการมีอิสระในการเลือกศาสนา”

นอกจากนี้ยังมีความขัดแย้งและการสู้รบอย่างยาวนานระหว่างชาวเผ่าต่างๆในรัฐชินกับรัฐบาลกลางอีกด้วย  ขณะที่เรื่องราวการข่มเหงรังแกก็มักจะได้รับการบันทึกโดยบรรดาองค์กรระดับนานาชาติอยู่เป็นประจำ

แม้จะเป็นภูมิภาคที่ความอยู่รอดมาก่อนการสรรหาความบังเทิงเริงใจ แต่ถึงอย่างนั้นฟุตบอลก็เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้ชายและเด็กหนุ่มชาวชินหลายร้อยคน

เจ้าของผู้ใจบุญ

เจมส์ เลียน ไส  ผู้ดำเนินกิจการสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าในย่างกุ้ง ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศอยู่หลายแห่งมากว่าทศวรรษ ได้ค้นพบว่าพลังแห่งฟุตบอลคือหนทางที่จะช่วยให้ชีวิตของคนที่มาจากครอบครัวอันแร้นแค้นได้มีความเป็นอยู่เหมือนกับคนทั่วไป

หลังจากที่เข้าร่วมในลีกสมัครเล่นของท้องถิ่นที่จัดขึ้นระหว่างสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ต่างๆ หลายสิบแห่งทั่วย่างกุ้ง เขาก็ตัดสินใจก่อตั้งสโมสรขึ้นในปี 2011

(ซ้ายไปขวา) บาวี่ นวม ธาง, สวน ลำ เมือง, เจมส์ เลียน ไส เจ้าของสโมสร และ แรม ฮเล ซิว

โดยชิน ยูไนเต็ด ได้ถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นแสดงถึงความเป็นตัวแทนของภูมิภาค รวมถึงประชาชนที่ถูกละเลยตามที่เขาได้บอกกับโฟร์โฟร์ทู

“รัฐชินเป็นพื้นที่ๆไกลปืนเที่ยง แม้แต่ปัจจัยพื้นฐานอย่างการคมนาคมก็ยังเข้าไม่ถึง” ไสกล่าว

“เรามีถนนสายหลักเพียงเส้นเดียว ซึ่งแคบขนาดไม่สามารถจะขับรถสวนกันได้ ประชากรก็ได้รับความทุกข์ยากมาหลายปี พวกเขาจน… จนมากเลยทีเดียว”

“แม้ว่าคนชินหลายคนจะเริ่มเข้ารับการศึกษาในช่วงหลังๆ แต่รัฐบาลก็ไม่ยอมให้งานแก่พวกเขา เพราะมันมีการแบ่งแยกเชื้อชาติกันอยู่”

สตาร์เด็กกำพร้า

โดยฤดูกาลแรกที่อยู่ในลีกสูงสุดของพวกเขาคือปี 2012 ซึ่งจบลงด้วยการชนะเพียงแค่ครั้งเดียวจาก 26 แมตช์ แต่หลังจากที่ประสบความสำเร็จในดิวิชั่น 2 พวกเขาก็เลื่อนชั้นกลับมาพร้อมกับจบอันดับ 10 จากทั้งหมด 12 ทีมในเมียร์มาร์ เนชั่นแนล ลีก (เอ็มเอ็นแอล) เมื่อปี 2014 และมีอันดับที่สูงกว่าเดิม 1 อันดับในฤดูกาลที่แล้ว

ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่ามีนักเตะ 4 คนในสโมสรที่เติบโตมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจนมาเป็นสตาร์ในทีม อีกทั้งยังถูกเรียกไปติดทีมชาติทั้งในระดับเยาวชนและทีมชุดใหญ่อีกด้วย

โดย แรม ฮเล ซิว มิดฟิลด์พูดน้อยผู้มีภูมิหลังในวัยเด็กอันน่าเศร้าจนทำให้เขาเป็นคนเงียบๆ ก่อนจะกลายมาเป็นนักเตะที่ได้รับการยกย่องเป็นอย่างสูงในเอ็มเอ็นแอลคือหนึ่งในนั้น

“ผมมาอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเมื่อตอนอายุได้ 6 ขวบ หลังจากที่พ่อแม่ของผมเสียชีวิตทั้งคู่ เราอาศัยอยู่ในเขตห่างไกลความเจริญ ซึ่งไม่มีพยาบาลหรือหมอ และแม่ของผมก็เสียชีวิตระหว่างที่คลอดลูก” เขากล่าว

“ตอนนี้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและฟุตบอลเปรียบเสมือนกับครอบครัวของผม และผมก็ฝันว่าจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพให้ได้นับตั้งแต่ที่ผมมาที่นี่เป็นครั้งแรก”

ชิน ยูไนเต็ด ในชุดเขียว กำลังเล่นในบ้านเจอกับยาดานาร์บอน เอฟซี

ส่วนสตาร์ของทีมอีกคนหนึ่งก็คือ ‘บีบี้’ บาวี่ นวม ธาง ที่เข้ามายังย่างกุ้งตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่น

“ผมมาจากหมู่บ้านเล็กๆ ใกล้กับชายแดนประเทศอินเดีย และครอบครัวของผมก็ยากจนมาก เราอยู่กันแบบง่ายๆ แล้วผมก็มาที่นี่ตอนอายุ 15”

“ถึงแม้บางครั้งผมจะรู้สึกเหงาและคิดถึงพ่อแม่ แต่ผมก็รู้ว่าผมมีชีวิตที่ดีขึ้น และฟุตบอลก็ทำให้ผมคลายความคิดถึงไปได้”

ติดตามหน้าต่อไป