เรื่องไม่เคยรู้ "เดอะ ซีรี่ย์": อินเดร่า เอสซี 'เรอัล มาดริด แห่งบรูไน'

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถือเป็นภูมิภาคที่ร่ำรวยด้วยประวัติศาสตร์ทางฟุตบอล และขณะที่มีสโมสรบิ๊กเนมสร้างชื่อขึ้นมา ก็มีสโมสรเล็กๆที่น่าค้นหาเช่นกัน และในตอนรองสุดท้ายของการทัวร์ทั่วภูมิภาคของทีมงานโฟร์โฟร์ทู พวกเราก็ได้มารู้จักกับอินเดร่า เอสซี ของบรูไน ซึ่งเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จท่ามกลางการถูกแบนจากฟีฟ่า, ผลงานทีมชาติอันเลวร้าย และความวุ่นวายไม่หยุดหย่อน  

ด้วยความที่เป็นแหล่งปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางมหาอำนาจทางเศรษฐกิจและกีฬาของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บวกกับความที่มีฟุตบอลอยู่ในสายเลือดของคนในประเทศ จึงน่าจะทำให้บรูไนประสบความสำเร็จในเกมลูกหนังได้ไม่ยาก

ข้อมูลจำเพาะ

ก่อตั้ง: 1970

สี: ดำและทอง

สนามเหย้า: เบราคาส สปอร์ต คอมเพล็กซ์ 

ความจุ: 500 คน

ความสำเร็จ: แชมป์บรูไน ซูเปอร์ ลีก 2 สมัย (2012/13 & 2013/14)

แต่กลายเป็นว่าไม่ใช่แค่เป็นสมันน้อยในภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังมีแนวโน้มว่าจะตกต่ำลงเรื่อยๆในระดับนานาชาติ เมื่อความสนใจในเกมการแข่งขัน รวมถึงการบริหารจัดการที่ไม่เป็นอาชีพทำให้เป็นตัวฉุดรั้งกีฬาประเภทนี้ไม่ให้เติบโตอย่างที่ควรจะเป็น

จากที่อยู่ในอันดับที่ 140 ของฟีฟ่า แรงกิ้ง ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 กลายเป็นรูดต่ำลงเรื่อยๆจนลงมาอยู่อันดับที่ 195 ซึ่งถือว่าอยู่สูงกว่ามองโกเลีย (อันดับที่ 203 ) ในบรรดาชาติสมาชิกสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียด้วยกัน

และถ้าคิดเฉพาะชาติที่ยังดำเนินการอยู่ทั่วโลก ก็มีเพียงแค่ 8 ชาติเท่านั้นที่อยู่ต่ำกว่า

นี่คือชาติที่ไม่ได้ลงเล่นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว และก็แพ้ถึง 17 จาก 23 แมตช์แข่งขันที่พวกเขาเข้าร่วมในทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งในช่วงนั้นบรูไนได้ถูกฟีฟ่าแบนระหว่างปี 2009 ถึง 2011 ด้วย

ซึ่งในระดับสโมสรก็เช่นกัน หลายๆสิ่งได้หยุดนิ่งมานานหลายปี แต่ท่ามกลางความยุ่งเหยิงนั้นยังมีทีมหนึ่งที่ยืนหยัดเหนือทุกปัญหาและตั้งตระหง่านอย่างโดดเด่นในเกมลูกหนังระดับประเทศ อย่างน้อยๆก็ในเรื่องของความสำเร็จในสนาม

ฮาจิ โอมาร์ ฮาจิ โอมาร์ เฮดโค้ชของอินเดร่า เอสซี

แม้จะเต็มไปด้วยความวุ่นวาย แต่พวกเขาก็ยังเปล่งประกาย ซึ่งในอนาคตหวังว่าจะสุกสว่างกว่านี้ได้อีก

พวกเขาก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1970 ในฐานะสโมสรฟุตบอลเพียวๆ แต่ตอนนี้อิเดร่า เอสซี ได้ขยายไปยังกีฬาประเภทอื่นๆ อย่างแบดมินตันและเน็ตบอลที่กำลังเป็นที่นิยมในบรูไน

ด้วยความที่มีคอนเนคชั่นกับราชวงศ์ ทำให้พวกเขาก้าวหน้าและเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในบรูไน ซูเปอร์ ลีก นับตั้งแต่กลับมามีการแข่งขันใหม่หลังจากที่ฟีฟ่ายกเลิกโทษแบนในปี 2011

บุคคลสำคัญ

พีจี อนัก ฮาจิ ยาสซิน บิน พีจี อนัค ซาฟิยุดดีน – ประธานสโมสรที่มีความสัมพันธ์กับราชวงศ์บรูไน และเป็นผู้ขับเคลื่อนสโมสรอยู่เบื้องหลัง

ฮาจิ โอมาร์ ฮาจิ จามิล – กุนซือคนปัจจุบันที่อยู่เบื้องหลังการคว้าแชมป์ลีก

โดยในซีซั่น 2012/13 อันเป็นซีซั่นแรกที่กลับมาเตะใหม่นั้น อินเดร่าแพ้เพียงแค่นัดเดียวจากเกมลีกทั้งหมด 9 เกม ก่อนจะชนะ 14 จาก 16 นัดในซีซั่นถัดมาพร้อมกับซิวแชมป์ซีซั่น 2013/14

อย่างไรก็ตามพวกเขาได้แพ้สองนัดในฤดูกาลที่ผ่านมาจนเสียแชมป์ให้กับเอ็มเอส เอบีดีบี ทีมของกองทัพ ซึ่งเป็นทีมเดียวกับที่พวกเขาพ่ายในนัดชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ ทำให้ทั้งคู่กลายทีมที่คานอำนาจกันในลีกบรูไนไปแล้ว

ซึ่งหนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังการเติบโตของอินเดร่าก็คือ ฮาจิ โอมาร์ ฮาจิ จามิล เฮดโค้ชของทีมที่ได้เผยกับโฟร์โฟร์ทูว่าความกดดันได้ถาโถมเข้ามาตลอดเวลาในฐานะที่เป็นหนึ่งในทีมที่แข็งแกร่งที่สุดของประเทศ

“สโมสรแห่งนี้มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและน่าทึ่ง เราได้สร้างนักเตะที่มีทักษะและพรสวรรค์ก้าวขึ้นไปติดทีมชาติบรูไนมากมายหลายคน และเราก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศ” เขากล่าว

“คนมักจะบอกว่าเราเป็นเรอัล มาดริด แห่งบรูไน เพราะเรามีคอนเนคชั่นกับราชวงศ์ผ่านทางประธานสโมสรของเรา แต่เป็นเพราะว่าเราเองก็สามารถดึงดูดนักเตะฝีเท้าดีเข้ามาสู่ทีมด้วย เราจึงได้รับผลการแข่งขันที่ดี”

และตอนนี้นักเตะหลายคนจากอินเดร่าก็ได้ไปค้าแข้งกับดีพีเอ็มเอ็ม เอฟซี ทีมบรูไนที่ลงเตะในเอสลีกของสิงคโปร์ จากการที่ สตีฟ คีน อดีตกุนซือทีมชาติบรูไนกุมบังเหียนอยู่นั่นเอง“เราหวังว่าจะประสบความสำเร็จในต่างประเทศอย่างดีพีเอ็มเอ็ม ทำให้เราได้ทำหลายๆอย่างเพื่อจะไปให้ถึงสิ่งนั้น” ฮาจิ โอมาร์ กล่าว

“ในตอนนี้เราไม่มีสปอนเซอร์หรือเงินทุนพอที่จะสามารถแข่งขันในระดับนานาชาติได้ แต่เราก็มีความตั้งใจที่จะเข้าร่วมบอลลีกหรือบอลถ้วยในมาเลเซียและสิงคโปร์ พร้อมกับดันดาวรุ่งที่เรามีในประเทศขึ้นมา”

เราอยากให้ฟีฟ่าเข้ามาช่วยเหลือฟุตบอลบรูไน เพราะเรามีศักยภาพมาก

ซึ่งบรรดาแข้งรุ่นกระทงเหล่านี้คือคนที่เขารู้จักดีในฐานะที่เจ้าตัวรับหน้าที่ในโปรเจค อิคาน ปูซุ (พีไอพี) อะคาเดมี่ที่สร้างนักเตะป้อนเข้าสู่ทีมชาติบรูไนหลายรายทั้งในระดับเยาวชนและทีมชาติชุดใหญ่

 “พีไอพีคือสิ่งสำคัญต่อการพัฒนาวงการฟุตบอลในบรูไน” เขากล่าวต่อ “มันได้ดำเนินการมากว่าทศวรรษแล้ว และเราก็มีเด็กหลายพันคนที่มาจากโครงการนี้ ซึ่งเราได้ตั้งใจไว้ว่าจะพัฒนาทักษะด้านเทคนิคและแทคติกให้กับพวกเขา”

“เด็กหลายร้อยคนจากโครงการนี้ได้เล่นให้กับทีมชาติบรูไน ดังนั้นเราจำเป็นต้องโฟกัสในระดับรากหญ้าต่อไป”

ขณะที่ ฮาจิ โอมาร์ ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในโค้ชที่ดีที่สุดของบรูไน แต่ก็แทบจะหาไม่เจอโค้ชระดับ เอ ไลเซนส์เลย ซึ่งเจ้าตัวชี้ว่ามันเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนาฟุตบอลในประเทศที่จะต้องมีโค้ชมีฝีมืออยู่ในประเทศ

“เรามีโค้ช 2 คนที่มาจากสิงคโปร์ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ ไมค์ หว่อง กุนซือทีมชาติ พวกเขาทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมในการช่วยพัฒนาหลายๆอย่าง” เขากล่าว “แต่เราก็ต้องการมากกว่านี้”