Analysis

เรื่องเบื้องหลัง : 25 หนทางสู่แชมป์ยุโรปจากปากตำนานที่บางข้อคุณต้องอึ้ง

We are part of The Trust Project What is it?

15. ไปพักร้อน

โทนี วู๊ดค็อก, น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 1979

“นัดชิงชนะเลิศกับมัลโมเมื่อปี 1979 คือวันพุธ เราเดินทางไปถึงที่มิวนิควันจันทร์ ส่วน ไบรอัน คลัฟ นั้นไม่ได้มาด้วยกัน เพราะเขายังอยู่ในช่วงพักร้อนที่มายอร์กา เขาเดินทางมาหาเราในวันแข่งเลย ส่วนพวกเราก็ออกไปกินข้าวกัน ดื่มเบียร์กันเล็กน้อยในคืนแรกที่เยอรมัน ตามด้วยฝึกซ้อมเบาๆ ในวันก่อนแข่ง จากนั้นคลัฟก็มาถึงที่โรงแรมและประกาศ 11 ตัวจริงที่จะได้ลงสนาม ซึ่งกลายเป็น อาร์ชี เกมมิล และ มาร์ติน โอนิล ที่ไม่ได้ลงสนาม”

“เขาขึ้นรถบัสมาที่สนามด้วยกันกับเรา และพยายามจะทำให้พวกเราผ่อนคลายเนื่องจากระหว่างทางมีแฟนๆ มัลโมที่วิ่งตามรถและตะโกนด่าทอพวกเรา อย่างไรก็ตาม  เราก็ไม่ได้สนใจเรามองเขาวิ่งตามจนเกือบจะสะดุดล้มด้วยซ้ำ มันเป็นเรื่องที่ตลกมากๆ จนพวกเราแทบจะหายเครียดเลยล่ะ หลังจากนั้นเราก็เอาชนะพวกเขาได้ 1-0 แน่นอนว่ามันอาจจะไม่ใช่เกมที่สนุกสุดมันอะไรแบบนั้น แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้เราได้แชมป์ และได้ฉลองแชมป์ในเมืองของเราเอง ซึ่งที่นั้น ไบรอัน ก็ไม่ได้ไปร่วมฉลองกับเราด้วย”

เนรีโอ ร็อคโค กุนซือในตอนนั้นก็เห็นความกลัวบนใบหน้าของพวกเขา เขาจึงยืนขึ้นแล้วตะโกนว่า ‘ถ้าใครกลัวก็ไม่ต้องลงจากรถบัสคันนี้’ จากนั้นเขาก็นั่งลงและไม่ยอมเดินลงจากรถเสมือนกับว่าเขาเองก็กลัวซึ่งนั่นทำให้เราหัวเราะลั่นเลย

- เซซาร์ มัลดินี่

14. เปลี่ยนคำวิจารณ์เป็นแรงผลักดัน

มาร์เซล เดไซญี, มิลาน 1994

“ตอนนั้นพวกเราเป็นรอง แต่เราก็มีแผนการที่เตรียมมาเป็นอย่างดี เราเล่นได้อย่างแข็งแกร่งในการต่อกรกับบาร์เซโลนา เราจัดการตอกหน้า โยฮัน ครัฟฟ์ รวมถึงสื่อต่างๆ ได้สำเร็จเพราะก่อนหน้านั้น พวกเขาดูถูกเราเป็นอย่าง หลายๆ คนบอกว่าเราไม่มีโอกาสและบาร์ซ่าคงถล่มเรายับ อย่างไรก็ตามเราก็แสดงให้เห็นแล้ว เราเป็นทีมที่มีสปิริต ฟาบิโอ คาเปลโล โกรธมากๆ กับสิ่งที่สื่อและแฟนๆ พูด และเขาถ่ายทอดแรงผลักดันนั้นสู่พวกเรา”

13. รับมือความตื่นเต้น

คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ, อาหยักซ์ 1995, เรอัล มาดริด 1998, มิลาน 2003 และ 2007

“คุณแค่พูดว่า มันเป็นเกมธรรมดาๆ อีกเกมหนึ่ง แต่ในคืนก่อนหน้า ในระหว่างกินข่าวเย็น คุณจะเห็นความแตกต่างได้ในแววตาของคนอื่นๆ ที่บ่งบอกว่ามันไช่แบบที่เขาพูดอีกแล้ว แต่สำหรับผม ความตื่นเต้นนี้จะเกิดขึ้นในตอนที่ผมก้าวขึ้นรถเพื่อเดินทางไปที่สนาม ผมบอกเลยว่า การที่ได้ลงเล่นในชิงแบบนี้หลายๆ ครั้งนั้นมันไม่ช่วยให้คุณหายตื่นเต้นเลย เพียงแต่ว่า ถ้าโชคดี คุณจะรู้วิธีรับมือกับมัน”

12. สนุกไปกับมัน

ซานโดร มัซโซลา, อินเตอร์ มิลาน 1964

“เกมที่น่าจดจำที่สุดสำหรับผมนั้นคือเกมนัดชิงปี 1964 ตอนที่อินเตอร์ มิลาน เอาชนะเรอัล มาดริดได้ 3-1 ที่เอเธ่น สมัยที่ผมเป็นเด็ก ผมมักจะไปนั่งดูนัดชิงแบบนี้ตามบาร์ต่างๆ แถวบ้าน เพราะที่บ้านของผมไม่มีทีวี พวกเขาต่างเชียร์เรอัล มาดริดกันทั้งนั้น อย่างไรก็ตามในตอนที่ผมได้ไปแข่งที่นั่น ผมได้ยินข้างๆ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน ผมแทบจะหยุดมองเขาไม่ได้เลยด้วยซ้ำ หลุยส์ ซัวเรสถึงกับต้องตะโกนเรียกผมให้เดินออกไปที่สนาม คืนนั้นผมทำประตูได้ ผมดีใจแทบบ้าเลยล่ะ ซึ่งปกติผมมักจะไม่ค่อยฉลองเท่าไหร่นัก ผมถึงกับขำตัวเองตอนที่ได้ดูวิดิโออีกรอบด้วย”

เราจัดการตอกหน้า โยฮัน ครัฟฟ์ รวมถึงสื่อต่างๆ ได้สำเร็จเพราะก่อนหน้านั้น พวกเขาดูถูกเราเป็นอย่าง หลายๆ คนบอกว่าเราไม่มีโอกาสและบาร์ซ่าคงถล่มเรายับ

- มาร์เซล เดไซญี

11. ทำให้แฟนบอลท้องถิ่นตกใจ

เบอร์นี บอย, แฟนบอลเซลติก 1967

 

“ส่วนใหญ่แฟนบอลของเซลติดนั้นเป็นคนแคธอลิค ทำให้บางครั้งโบสถ์ก็เต็มไปด้วยแฟนบอล เพราะในวันที่เราเจอกับอินเตอร์ มิลาน ปี 1967 นั้น มันเป็นวันสำคัญทางศาสนาพอดี ผมคิดว่าการมาร่วมตัวกันนี้มีส่วนช่วยให้เราเอาชนะได้ พวกคนท้องถิ่นคงคิดว่าเราจะมามาดนิ่งๆ แต่เปล่าเลย เรามาพร้อมกับเชียร์อย่างบ้าคลั่ง ทั้งร้องเพลง เต้นรำอย่างสนุกสนาน”