เรื่องเล่าในอดีตที่แฟนผีต้องสุดเจ็บปวดเพราะลิเวอร์พูล

เมื่อ 30 ปีที่แล้ว ปีศาจแดงภายใต้การคุมทีมของ รอน แอตกินสัน ออกตัวเป็นม้าแรงต้น คว้าชัย 10 เกมรวด และครองสถิติไม่แพ้ใครใน 15 นัดแรก แต่ไม่น่าเชื่อเพราะในท้ายที่สุดกลับเป็น ลิเวอร์พูล คู่ปรับตลอดกาลที่ได้แชมป์ จอน สเปอร์ลิง จะปัดฝุ่นเรื่องนี้ กลับมาเล่าอีกครั้ง

ฤดูกาลปี 1985 วงการฟุตบอลอังกฤษเข้าสู่ยุคมืด สาเหตุมาจากฝ่ายปกครองและแฟนบอลของพวกเขาเอง โดยเฉพาะเหตุโศกนาฏกรรมที่สนามเฮย์เซล ทำให้ทีมจากอังกฤษถูกแบนจากการแข่งขันฟุตบอลถ้วยยุโรปถึง 5 ปี รวมถึงเหตุการณ์จลาจลที่สนามเซนต์ แอนดรูว์ และเคนิลเวิร์ธ โร้ด รัฐสภาอังกฤษเสนอญัตติห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ที่สนาม ซึ่งสร้างรายได้ให้สโมสรปีละเกือบ 4 ล้านปอนด์ ขณะที่ค่าตัวนักเตะแพงสุดในเวลานั้นอยู่ที่แค่ 1.5 ล้านปอนด์เท่านั้น

เดือนกรกฎาคม จัสทิซ พอพเพิลเวลล์ นำเสนอรายงานอย่างเป็นทางการ ถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยในวงการฟุตบอลอังกฤษ ด้วยการห้ามแฟนบอลเข้าชมเกมในสนาม รวมถึงงดการถ่ายทอดเกมในช่วงต้นซีซั่น เพื่อให้ทุกฝ่ายใช้เวลาและค้นหาสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้วงการลูกหนังอังกฤษเข้าสู่ยุคถดถอย ถึงขนาดที่ รอน แอตกินสัน ผู้จัดการทีมของแมนฯยู ยอมรับว่า ฟุตบอลอังกฤษกำลังอยู่บนทางแยก แต่สิ่งที่ไม่ควรลืมคือฟุตบอลเป็นกีฬาที่สร้างความสุข สำหรับแฟนแมนฯยู พวกเขาจะนำรอยยิ้มกลับคืนสู่แฟนบอลที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด อีกครั้ง

ก่อนหน้าฤดูกาลใหม่จะเริ่ม ช่วงปลายซีซั่นปี เดือนพฤษภาคมปี 1985 แมนฯยู หยุดความร้อนแรงของ เอฟเวอร์ตัน หลังเฉือนชนะ ทอฟฟีสีน้ำเงิน แชมป์ดิวิชั่น 1 ในรอบชิงเอฟเอ คัพ 1-0 จากประตูชัยของนอร์แมน ไวท์ไซท์ ส่งผลให้ทีมดังจากเมอร์ซีย์ไซด์พลาดโอกาสคว้าดับเบิลแชมป์ ก่อนที่ บิ๊กรอน จะให้สัมภาษณ์ว่า ปีศาจแดง จะเหนือกว่า ลิเวอร์พูล และเอฟเวอร์ตัน ได้ ก็ต่อเมื่อคว้าแชมป์ในฤดูกาลหน้าเท่านั้น

ตามฝันล่าแชมป์ลีก

แมนฯยู เริ่มฤดูกาลในฐานะแชมป์เอฟเอ คัพ วางเป้าหมายกับแชมป์ฟุตบอลลีกสูงสุดสมัยที่ 8 หลังว่างเว้นมานานถึง 18 ปี คู่แข่งสำคัญอย่าง ลิเวอร์พูล เจอผลพวงจากเหตุการณ์ที่เฮย์เซล ส่งผลให้ โจ ฟาแกน ก้าวลงจากตำแหน่งกุนซือ ก่อนที่สโมสรจะเซอไพรส์ด้วยการแต่งตั้ง เคนนี ดัลกลิช ควบ 2 หน้าที่ทั้งผู้เล่นและผู้จัดการทีม ด้านแชมป์เก่า เอฟเวอร์ตัน สร้างความตกตะลึงให้แฟนบอลเมื่อขาย แอนดี้ เกรย์ ศูนย์หน้าคนสำคัญให้แอสตัน วิลลา ขณะที่ แอตกินสัน ผสมผสานนักเตะจนทำให้ ยูไนเต็ด เป็นทีมที่น่าจับตามอง พอล แม็คกรัธ คือหัวใจสำคัญในแนวรับ เป็นกองหลังที่แข็งแกร่งและเปี่ยมไปด้วยทักษะ แดนกลางเป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างทักษะของ กอร์ดอน สตรัคคั่น กับพลังเกมรุกของ นอร์แมน ไวท์ไซด์ และจอมทัพของทีมอย่าง ไบรอั้น ร็อบสัน ส่วนแนวรุกพวกเขามี เจสเปอร์ โอลเซ่น เพลย์เมกเกอร์เดนมาร์กที่คอยสร้างสรรค์โอกาสให้ แฟรงค์ สเตเปิลตัน และมาร์ค ฮิวจ์ส คู่กองหน้าที่ฟอร์มกำลังร้อนแรง

McGrath helped make up a mercurial midfield

ประกาศศักดาเดือนสิงหาคม

August

Aug 17 Aston Villa (H) W 4–0
Whiteside, Hughes (2), Olsen
Aug 20 Ipswich (A) W 1-0
Robson
Aug 24 Arsenal (A) W 2-1
Hughes, McGrath
Aug 26 West Ham (H) W 2–0
Hughes, Strachan
Aug 31 Forest (A) W 3–1
Hughes, Barnes, Stapleton

ภายหลังเหตุการณ์ที่เฮย์เซล จนส่งผลให้ทีมจากอังกฤษถูกแบนจากฟุตบอลยุโรป จำนวนผู้ชมเฉลี่ยของลีกสูงสุดลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่สำหรับนัดแรกของฤดูกาล สาวกปีศาจแดง เข้าไปชมเกมที่ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด นัดที่แมนฯยู เปิดบ้านพบ แอสตัน วิลลา สูงถึง 49,743 คน ก่อนที่อสูรแดงจะถล่มไปแบบราบคาบ 4-0 ซึ่งมาร์ค ฮิวจ์ส บอกว่า แมนฯยู คือทีมที่ดีกว่าและไล่ต้อน วิลลา ตลอดทั้งเกม ขณะที่รอน แอตกินสัน กุนซือ บอกว่าเป็นการออกสตาร์ทฤดูกาลที่สุดยอด หลังจากนั้นอีก 3 วัน ไบรอัน ร็อบสัน ซัดประตูโทนให้ทีมชนะม้าขาว อิปสวิช ต่อด้วยเกมสุดสัปดาห์บุกไปชนะ อาร์เซนอล ที่ไฮก์บิวรี 2-1 จากผลงานของ ฮิวจ์ส และแม็คกรัธ ตามด้วยการคว้าชัยเหนือ เวสต์แฮม และนอตติงแฮม ฟอเรสต์ สิ้นสุดเดือนสิงหาคม แมนฯยู ออกสตาร์ทด้วยฟอร์มสุดยอดชนะ 5 นัดรวด ดาวยิงตัวเก่งอย่าง แฟรงค์ สเตเปิลตัน ถึงกับให้สัมภาษณ์สื่อว่า นี่เป็นสถานการณ์ที่น่าตื่นเต้น พวกเราค้นพบฟอร์มที่สุดยอดจนสามารถคว้าชัย 5 นัดติด และเชื่อว่าทุกคนจะรักษาฟอร์มอย่างนี้ต่อเนื่อง ตัวเขาย้ายจากอาร์เซนอลมาที่นี่เพื่อเป็นแชมป์ และโอกาสก็มาถึงแล้ว  

Manchester United's Bryan Robson, Paul McGrath, Norman Whiteside and Mark Hughes celebrate after scoring against Arsenal at Highbury in 1985

Robson, McGrath, Whiteside and Hughes celebrate at Highbury

กันยายน ฟอร์มยิ่งพีค ยิง 15 เสีย 1

แมนฯยู ยังคงเดินหน้าเก็บชัยชนะอย่างต่อเนื่องในเดือนกันยายน พวกเขาชนะคู่แข่งด้วยสกอร์ 3-0 ถึง 3 นัดติด โดยทีมที่ตกเป็นเหยื่อคมสตั๊ดคือ นิวคาสเซิล,อ็อกซ์ฟอร์ด รวมทั้ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่โดนถลุงคาสนามเมน โร้ด ซึ่งเกมนั้น อาร์เธอร์ อัลบิสตัน ยิงไกลจากระยะ 25 หลาเข้าไปจมตาข่ายอย่างสุดสวย เป็นอีก 1 ประตูแห่งความทรงจำของศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้

September

Sep 4 Newcastle (H) W 3–0
Stapleton (2), Hughes
Sep 7 Oxford (H) W 3–0
Whiteside, Robson, Barnes
Sep 14 Man City (A) W 3–0
Robson (p), Albiston, Duxbury
Sep 21 West Brom (A) W 5–1
Brazil (2), Strachan, Blackmore, Stapleton
Sep 28 Southampton (H) W 1–0
Hughes

หลังจากนั้น ขุนพลปีศาจแดง บุกไปเยือนรังเดอะ ฮอว์ธอร์น ก่อนไล่ถลุงเจ้าบ้าน เวสต์บรอมวิช อัลเบียน แบบไม่ไว้หน้า 5-1 และปิดจ๊อบเดือนกันยายนด้วยการเฉือนชนะ นักบุญ เซาแธมป์ตัน 1-0 จากประตูชัยของ มาร์ค ฮิวจ์ส ต่อหน้าแฟนบอลกว่า 5 หมื่นคนที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด พร้อมกับสถิติสวยหรู คว้าชัย 10 นัดติดต่อกัน “มันเป็นเรื่องที่สุดยอด แต่การแข่งขันยังอีกยาวไกล แชมป์ไม่ใช่ตัดสินกันแค่ระยะเวลาสั้นๆ” ถือเป็นบทสัมภาษณ์ที่ดูคลาสสิคผิดกับวิสัยของกุนซือจอมดีเดือดอย่าง แอตกินสัน ก่อนที่จะให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า "เขารู้ดีว่าคงไม่สามารถชนะติดต่อกันไปได้ตลอด แต่กุญแจสำคัญคือต้องเรียนรู้ที่จะกลับมาสู่เส้นทาง หากพลาดท่าแพ้คู่แข่ง

Mike Duxbury scores for Manchester United against Manchester City in 1985 as Frank Stapleton watches on

In the 3-0 win at Man City even Mike Duxbury scored

สะกดคำว่า แพ้ ไม่เป็น

The end of the run

Oct 5 Luton (A) D 1-1
Hughes
Oct 12 QPR (H) W 2-0
Hughes, Olsen
Oct 19 Liverpool (H) D 1-1
McGrath
Oct 26 Chelsea (A) W 2-1
Olsen, Hughes
Nov 2 Coventry (H) 2-0
Olsen (2)

หลังคว้าชัยมา 10 นัดรวด สถิติต้องหยุดลงในนัดต่อมาเมื่อ แมนฯยู ทำได้แค่เสมอ ลูตัน ที่เคนิลเวิร์ธ โร้ด 1-1 พลาดโอกาสทาบสถิติชนะรวด 11 นัดนับตั้งแต่เปิดซีซั่นที่ สเปอร์ส ทำไว้ในปี 1960 แต่แมนฯยู ก็คืนฟอร์มได้อย่างรวดเร็ว นัดถัดมาเปิดบ้านชนะ คิวพีอาร์ 2-0 ก่อนจะเสมอกับ ลิเวอร์พูล คู่ปรับตลอดกาล 1-1 ตามด้วยการบุกไปเชือด เชลซี 2-1 และเปิดบ้านชนะ โคเวนทรี 2-0 ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ผ่านไป 15 เกมแรก ปีศาจแดง ไม่แพ้ใคร และยึดตำแหน่งจ่าฝูงโดยมีแต้มเหนือ ลิเวอร์พูล 10 คะแนน และมากกว่าแชมป์เก่า เอฟเวอร์ตันถึง 17 คะแนน

ยูไนเต็ด ฟอร์มเริ่มสะดุด

อาจจะมีเหตุผลหลายประการที่ทำให้ฟอร์มอันร้อนแรงของ แมนฯยู ต้องหยุดชะงัก แต่สาเหตุหลักน่าจะมาจากการที่ ร็อบสัน ได้รับบาดเจ็บช่วงกลางเดือนตุลาคม แม้เขาจะพยายามฟิตร่างกาย หวังกลับมาช่วยทีมให้ทันช่วงปีใหม่ แต่อาการเจ็บที่หัวไหล่ของเขาหนักกว่าที่คิด กว่าจะกลับมาลงสนามได้ก็เป็นช่วงปลายซีซั่น ความโชคร้ายไม่ได้มีแค่นั้นเมื่อ เรมี่ โมเซส คนที่ถูกคาดหมายว่าจะมาทำหน้าที่แทน ร็อบสัน ดันมาเจ็บไปอีกคน ทำให้แผงมิดฟิลด์ของแมนฯยู ลดประสิทธิภาพ ก่อนต้องเผชิญกับความพ่ายแพ้นัดแรกต่อ เชฟฟิลด์ เวย์นสเดย์ 0-1 ต่อด้วยเกมเสมอ สเปอร์ส แบบไร้สกอร์ และตามติดด้วยการปราชัย เลสเตอร์ ซิตี้ แบบล็อกถล่ม 0-3

เควิน โมราน แนวรับชาวไอริชยอมรับว่า เกมรุกที่สวยงามของยูไนเต็ดขาดหายไป ไม่เหมือนกับช่วงต้นฤดูกาล รวมทั้งการที่ เยสเปอร์ โอลเซ่น กับ ปีเตอร์ บาร์นส์ ฟอร์มแผ่วลงไปเนื่องจากเจออาการบาดเจ็บเล่นงาน อีกสิ่งหนึ่งที่ลดประสิทธิภาพลงไปคือฟอร์มการถล่มประตูของ “สปาร์คกี้” มาร์ค ฮิวจ์ส ที่ซัดไป 10 ประตูจาก 15 เกมแรก แต่หลังจากนั้น 7 เกม เขาทะลวงตาข่ายคู่แข่งได้แค่ลูกเดียว ขณะที่ แอตกินสัน ออกมาบอกว่า ปัญหาฟอร์มตกมักเกิดขึ้นกับพวกดาวรุ่ง หลังจากนั้นไม่นาน มาร์ค ฮิวจ์ส ตัดสินใจย้ายไปค้าแข้งกับ บาร์เซโลนา ก่อนที่ศูนย์หน้าทีมชาติเวลส์จะยอมรับในภายหลังว่าคำพูดของ แอตกินสัน ทำลายความมุ่งมั่นของเขากับยูไนเต็ด

Manchester United captain Bryan Robson in 1986

Captain Marvel Bryan Robson was all too breakable

มัวเมา และดำดิ่ง

Season of two 'halves'

Results up to November 2
Pl 151320356 GD 29 Pts 41
Results after November 2
Pl 2798103530 GD 5 Pts 35

ในที่สุด 2 ทีมจากลุ่มแม่น้ำเมอร์ซีย์ ก็ทำอันดับแซง แมนฯยู ขึ้นไปอยู่หัวตารางหลังผ่านพ้นปีใหม่ คำถามที่ตามมาก็คือ ทำไมไม่มีใครจัดการกับไลฟ์สไตล์ของนักเตะแมนฯยูบางคนได้ ซึ่งแอตกินสัน ต้องรับชอบจุดนี้ไปเต็มๆ หลังจากไม่สามารถควบคุมลูกทีมหลายคนที่มักจะออกไปท่องราตรี และดื่มเหล้าตามผับตามบาร์ได้ จาก 15 เกมแรกในลีก พวกเขาคว้าชัยได้ถึง 13 เกม แต่หลังจากวันที่ 2 พฤศจิกายน อีก27 เกมที่เหลือของฤดูกาล ชนะได้แค่ 9 เสมอ 8 และแพ้ไปถึง 10 เกม ถึงขนาดนี้ สแตน บอร์ดแมน นักแสดงตลกชื่อดังในยุคนั้นล้อเลียนว่า “การที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้อันดับ 4 เพราะใช้ม้าแข่ง 2 ตัว (เพราะถ้าใช้ตัวแรกที่ชนะ 13 จาก 15 เกม คงได้แชมป์ไปแล้ว)

บทสรุปปีนั้น แมนฯยู ได้แค่อันดับ 4 แพ้ ลิเวอร์พูล ซึ่งได้แชมป์ลีกห่างถึง12 แต้ม ก่อนที่ หงส์แดง จะเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน ในรอบชิง คว้าแชมป์เอฟเอ คัพได้อีกใบ ถือเป็นทีมแรกที่คว้าดับเบิลแชมป์ในรอบ 15 ปีหลังของฟุตบอลอังกฤษ แม้ว่าทีมจากเมืองผู้ดีจะถูกแบนจากฟุตบอลถ้วยยุโรป อาจลดแรงจูงใจเป้าหมายในการคว้าแชมป์ลงไปบ้าง แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้างต่อผลงานของ ยูไนเต็ด ที่ตกลงอย่างน่าใจหาย ได้แค่อันดับ 4 แพ้ เวสต์แฮม อันดับ 3 ห่างถึง 8 แต้ม ถึงขนาดที่ กอร์ดอน สตรัคคั่น ตำหนิว่า รอน แอตกินสัน แสดงให้เห็นแล้วว่าล้มเหลว ที่ไม่สามารถนำ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ลีกได้ คงต้องมีการเปลี่ยนแปลงในครั้งใหญ่ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด

Manchester United's Mark Hughes outjumps Arsenal's Gus Caesar in 1985

Hughes outjumps Gus Caesar - but it finished 1-0 to the Arsenal

ถึงเวลา(ไป)ของ “บิ๊กรอน”

ฤดูกาลถัดมา 1986-87 แอตกินสัน พาทีมเปิดหัวฤดูกาลแพ้ 3 นัดรวด ก่อนจะคืนฟอร์มชนะ เซาแธมป์ตัน 5-1 ทว่าผลงานหลังจากนั้นยังกระท่อนกระแท่น กระทั่งฟางเส้นสุดท้ายขาดสะบั้น เมื่อ แมนฯยู ถูกทีมนักบุญถอนแค้นชนะคืน 4-1 ในฟุตบอลถ้วยลิตเติลวูด คัพ ก่อนถูกปลดจากตำแหน่งกุนซือ และแทนที่โดยกุนซือหนุ่มชาวสกอตต์ที่ชื่อ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

เฟอร์กี้ ใช้เวลากว่า 7 ปีในการสร้างทีม เพื่อนำโทรฟี่แชมป์มาสู่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เขาตัดสินใจโละนักเตะแกนหลักอย่าง ไวท์ไซด์ และ แม็คกรัธ ออกจากทีม และดึง มาร์ค ฮิวจ์ส กลับสู่ทีมอีกครั้ง จนถึงวันที่ ไบรอั้น ร็อบสัน และสตีฟ บรูซ กัปตันเบอร์ 1 และเบอร์ 2 ได้ชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อเดือนพฤษภาคมปี 1993 ประสบการณ์ที่ไม่น่าจดจำของ แมนฯยู เมื่อ 30 ปีก่อน ก็ไม่ค่อยมีใครได้พูดถึงมากนัก จนแฟนบอลหลายคนอาจหลงลืมไปแล้วว่า ครั้งหนึ่ง ปีศาจแดง เคยเปิดหัวชนะ 10 เกมติด แต่สุดท้ายไม่ได้แชมป์ลีก