เรื่องเล่าคนเก๋ายุค ‘90 : บำรุง บุญพรหม… ดาวยิงตาข่ายขาด - “บุ๊คตีนระเบิด”

“ลูกนั้นโจ (ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น) โยนข้ามหัวกองหลังมา ผมวิ่งเข้ามายิง ตู้ม! เห็นบอลมันทะลุตาข่ายไป... เราก็งง เฮ้ย! ตาข่ายมันขาดไปได้ยังไงวะ?”

คุณยังพอจำลูกยิงตาข่ายขาดของเด็กอายุ 17 ปี คนหนึ่งเมื่อ 20 ปีก่อนได้ไหม? บุ๊ค - บำรุง บุญพรม...คนนี้แหละ คือ ชายผู้เป็นตำนานซัดประตูดังกล่าว จนทำให้แฟนบอลไทยต้องฮือฮา  เขา คือ เจ้าของฉายา “บุ๊คตีนระเบิด”, กองหน้าอนาคตไกลทีมชาติไทย และ ผู้ที่สร้างแรงบันดาลให้เด็กหลายๆคนในยุคปี 90s แม้ถูกข้อครหาเรื่องอายุเกิน วันนี้ FFT TH มาเจาะลึกทุกเรื่องราว เกี่ยวกับเส้นทาง และจุดสูงสุดของชีวิตลูกหนังของเขา...

ย้อนไปกว่า 30 ปีก่อน บุ๊ค-บำรุง บุญพรม เกิดและเติบโตที่ตำบลสระกระโจม, อำเภอ ดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี และ “ฟุตบอล” ดูเหมือนจะเป็นสิ่งเดียวที่เติมเต็มความสนุกสนานของเขา ในวัยเด็ก...  

“พ่อผมเป็นคนชอบฟุตบอล… ตั้งแต่ 7 - 8 ขวบ ผมก็ตามเขาไปด้วย เราไปกันที่หมู่บ้านนั่นแหละ ไปเตะกับพวกผู้ใหญ่เขา” บำรุง เริ่มเท้าความความเป็นมาของตัวเอง

บำรุง เริ่มเล่นฟุตบอลแบบไร้จุดมุ่งหมาย… แต่หลังจากไปเตะเล่นกับคุณพ่อทุกๆวัน  ในเวลาต่อมา เขาก็เริ่มเล่นให้ทีมโรงเรียนบ้านหนองสานแตร แม้มันเป็นเพียงรายการที่แต่ละสถาบันการศึกษาในอำเภอดอนเจดีย์ จับมือกันช่วยจัดการแข่งขันขึ้นมาโดยปราศจากการส่งเสริมของหน่วยงานภาครัฐ แต่ก็เป็นเวทีที่เขาได้เริ่มแสดงฝีเท้า  

“เมื่อก่อนเขาเรียกว่าเป็นกลุ่ม โรงเรียนโน้นนี้ มารวมตัวกันแข่ง มีถ้วยรางวัลนะ แต่ไม่ใช่ถ้วยที่ถูกจัดจากรัฐบาล...รัฐบาลไม่ได้ส่งเสริมอะไร แชมป์บ้าง ไม่แชมป์บ้าง ซึ่งคนก็เริ่มบอกว่าเรามีแววตั้งแต่ตอนนั้น”

“...ตอนประมาณ 11 ปี ทางโรงเรียนเคยพาเราเข้ามาแข่งที่กรุงเทพฯ แพ้เละเลย พวกเขามีมีสตั๊ดใส่กัน ส่วนพวกเราเท้าเปล่าเลย (ฮา)”  

เส้นทางนักฟุตบอลของ บำรุง บุญพรม ยังดูไม่เป็นรูปเป็นร่างอะไร … ความอัจฉริยะที่เขามียังไม่ถูกค้นพบ แต่หลังจบประถมศึกษาปีที่ 6 เขาก็เข้าเรียนต่อที่โรงเรียนสระกระโจมโสภณพิทยา ใกล้ๆ บ้าน  เนื่องจากฐานะทางบ้านไม่เอื้ออำนวยพอจะเข้าโรงเรียนดังในจังหวัด ซึ่งที่นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของหนทางที่เขาได้เข้าไปอยู่เมืองกรุง

“ผอ. คนใหม่ของโรงเรียน แกมาจากกรุงเทพฯ และแกก็สนับสนุนกีฬา” บำรุง เล่าถึงที่มา และจุดเริ่มต้นของการได้เข้าเมืองกรุง “วันหนึ่ง ผอ. ก็เรียกเราเข้าพบ… ผมก็ตกใจซิ! นี่กูทำไรผิดวะ? พอเข้าไปถึง แกถามผมว่า ผมอยากจะเข้าไปคัดตัวกับทีมโรงเรียนสวนกุหลาบฯ ที่กรุงเทพฯไหม… ผมก็ตอบ ‘โอเคครับ’”  

“แกเห็นว่าผมมีแวว เพราะตอนนั้นเราก็ถือว่าโดดเด่นที่สุดในอำเภอดอนเจดีย์ จนโรงเรียนบรรหาร ติดต่อว่าจะเอาเราไปอยู่ด้วย”

เช้ามืดวันคัดตัว… บำรุง บุญพรม พร้อมคุณพ่อมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองกรุงฯ ด้วยรถทัวร์ เขามุ่งหน้าหาร้านขายชุดนักเรียน และอุปกรณ์เครื่องเขียนด้วยความตื่นเต้น ก่อนเข้าไปติดต่อหา อ.สุรินทร์ เข็มเงิน คุณครูพละที่ ผอ.โรงเรียนสระกระโจมโสภณพิทยาได้ฝากฝังมา

มีวันหนึ่ง ผมจำได้ว่า ผมกะยิงเต็มๆ แล้วเท้าขุดดิน โคตรเจ็บเลย พี่จ้อน (จีรพงษ์ เพชรโชติ) เลยเข้ามาสอนบอกวิธีการวางเท้า และให้ยิงเข้าตรงจุดไหนของลูกบอล…

“อ้าว… แล้วชุดบอลเอ็งล่ะ?” อ.สุรินทร์ ถาม บำรุงและคุณพ่อ สร้างความอึ้งมึนงงให้ทั้งคู่ชั่วขณะ ก่อนตระหนักได้ว่าการเข้ามาคัดตัวทีมโรงเรียนไม่จำเป็นต้องเข้าสอบด้านวิชาการเลย นั่นทำให้เขาต้องขอยืมเสื้อบอล และรองเท้าสตั๊ดจาก อ.สุรินทร์ ใช้คัดตัว “รองเท้าอาจารย์พอดีเป๊ะเลย” บำรุง เล่าต่อแบบพร้อมเสียงหัวเราะ…

การคัดเลือกตัวเกิดขึ้นท่ามกลางนักเรียนกว่า 100 คน และการประกาศตัวในเช้าวันรุ่งขึ้น ก็ทำให้ชีวิตของเด็กน้อยวัย 15 ปีจากจังหวัดสุพรรณบุรี เปลี่ยนไปตลอดกาล… เขาติด 1 ใน 8 คน กลายเป็นนักเรียนใหม่สวนกุหลาบวิทยาลัยในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และนั่น คือ จุดเริ่มต้นของ “ตำนาน”

“โอ้ย...จริงตอนเด็กๆ เราไม่มีเบสิคอะไรเลย มีแต่ความเร็ว เพราะตอนอยู่บ้าน (ที่อำเภอดอนเจดีย์) ลงสนามปุ๊บ ครูก็ให้เตะเลย ลงทีมเลย ไม่มีฝึกเบสิคอะไรหรอก อาจารย์ก็สั่ง เออ... มึงยืนตำแหน่งนี้ ไอ้นี่ยืนตำแหน่งนี้ จริงๆ ตอนเด็กๆ ผมไม่ได้เล่นศูนย์หน้าด้วยซ้ำ เราเล่นแบ็คซ้าย พอไม่มีตัวเล่น เขาจับมาเล่นเซนเตอร์ และพอไม่มีศูนย์หน้า ก็จับเราไปเล่นกองหน้าอีก (ฮา)” นั่น คือ ความรู้สึกของ บำรุง ในวันที่ก้าวเท้าเข้าสู่รั้วโรงเรียนดัง

“ตอนมาที่สวนกุหลาบฯ เราก็ไม่รู้เหมือนกันหรอกว่าเราคัดติดมาได้ยังไง คงจะมีความเร็วมั้ง… มีวันหนึ่ง ผมจำได้ว่า ผมกะยิงเต็มๆ แล้วเท้าขุดดิน โคตรเจ็บเลย พี่จ้อน (จีรพงษ์ เพชรโชติ) เลยเข้ามาสอนบอกวิธีการวางเท้า และให้ยิงเข้าตรงจุดไหนของลูกบอล… เราก็เชื่อฟังก็จำมาซ้อมเอง ยิงบอลเอง ตอนนั้นเราก็ยังเป็นเด็กใหม่ไง ยังเป็นเด็กดี” บำรุง พูดแบบมีนัยยะให้คิดต่อ...

พรสวรรค์ในฝีเท้า, ความเร็วที่จัดจ้าน และพละกำลังที่เหลือร้าย ทำให้เขากลายเป็นติดทีมโรงเรียนลงแข่งขันจตุรมิตรสามัคคี ตั้งแต่อยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และเป็นนักเรียนชั้น ม.4 เพียงคนเดียวที่ได้ติดทีม ร่วมกับรุ่นพี่อย่าง ธงชัย อัครพงษ์, ภาณุพงษ์ ฉิมผูก จีรพงษ์ เพชรโชติ พาสวนกุหลาบฯ คว้าแชมป์ร่วมกับอัสสัมชัญฯ เมื่อปี พ.ศ. 2538 นั่นทำให้เขา เริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังในกลุ่มแคบๆ ก่อนติดทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 15 ปี เจอกับทีมย่านอาเซียน พร้อมคว้าแชมป์ที่จังหวัดพิจิตร ซึ่งชื่อเสียงของเขาไม่หยุดแค่นั้น…

2 ปีต่อมา บำรุง บุญพรหม คัดตัวติดทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 16 ปี ชิงแชมป์เอเชีย 1996 ที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเจ้าภาพ เขาอยู่กินในแคมป์ทีมชาติที่สนามมีสุวรรณ โดยรู้ตัวดีว่า ตัวเองอยู่ในข่ายเด็กที่อายุเกิน

“ตอนนั้นเราก็รู้แหละ เพราะผู้ใหญ่ก็บอกจะใช้เด็กที่อายุเกินหน่อยสักปีสองปีมาเล่น” บำรุง ยอมรับแบบตรงไปตรงมา  

-ติดตามที่มาของฉายา "บุ๊คตีนระเบิด" เรื่องราวของ บำรุง บุญพรม ในฟุตบอลโลก ยู17 รอบสุดท้ายในหน้าถัดไป-