เรื่องเล่าของสโมสรที่หายไป : การไฟฟ้าฯ...ทีมที่ทำให้คนบ้าบอลได้ทั้งจังหวัด

นี่ คือ อีกหนึ่งสโมสรที่หายไปจากการถูกเทคโอเวอร์… แต่ครั้งในอดีต ทีมองค์กรรัฐวิสาหกิจทีมนี้นับเป็นหนึ่งในสโมสรฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด พวกเขาสร้างปรากฎการณ์ ทำให้คนคลั่งไคล้ หลงใหลในเกมลูกหนังได้ทั้งจังหวัด

องค์ที่ 1 : จุดเริ่มต้นของ “จอมช็อต”

“ทางผู้บริหารเรามีนโยบายดึง นักเตะฝีเท้าดีกรีทีมชาติไทย หรือพวกเล่นถ้วยก. มาบรรจุงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อเล่นฟุตบอลรัฐวิสาหกิจไปด้วย จึงเป็นที่มาของการเริ่มมีแนวคิดก่อตั้งสโมสรฟุตบอลการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคขึ้นมา”

ธนิศร์ อารีสง่ากุล อดีตกองหน้าทีมชาติไทยและมือขวาของ “น้าเหม่ง”ประพล พงษ์พานิช กุนซือผู้ยิ่งใหญ่ในยุคตั้งไข่ของสโมสร เริ่มเล่าท้าวความถึงที่มาก่อนกำเนิดสโมสรฟุตบอลอันเลื่องชื่อของไทย

นี่คือทีมที่ได้ชื่อว่าใช้เพียงแค่ชื่อเสียงขององค์กรรัฐวิสาหกิจลำดับต้นๆของประเทศไทยก็สามารถเรียกนักเตะฝีเท้าขั้นเทพทั่วฟ้าเมืองไทยเข้ามาร่วมทัพได้แบบไม่ต้องคุยกันนาน สมฉายาทีม “จอมช็อต”การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ทีมที่ว่ากันว่ามีเกียรติประวัติที่ไม่น้อยหน้าทีมไหนในบ้านเรา เคยหักปากกาเซียนขึ้นบัลลังก์แชมป์ไทยลีก ครั้งที่ 12  รวมถึงถ้วยเอเชีย ใบใหญ่ อย่างเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก และใบรอง เอเอฟซี คัพ พลพรรคจอมช็อต ก็เคยไปเล่นมาแล้ว

โดยบุรุษเป็นผู้ที่เข้ามาปลุกวิญญาณการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคให้โชติช่วงชัลวาลในยุคที่ลีกประเทศไทยมีแฟนคลับเป็นของตัวเอง ก็คงจะต้องโฟกัสไปที่ “น้าเหม่ง”ประพล พงษ์พานิช กุนซือยอดฝีมือที่มีทั้งพระเดชและพระคุณในคราวเดียวกันแก่นักเตะอย่างไรข้อกังขา

ทว่าเมื่อสิ่นบุญ “น้าเหม่ง” คนที่คลุกคลีตีโมงอยู่กับทีมมาตั้งแต่ต้นจนจบ ก็คงจะเป็นมือขวาอย่าง “โค้ชดำ” ธนิศร์ อารีสง่ากุล อดีตกองหน้าทีมชาติไทย ที่เสมือนเป็นเงาตามตัว กุนซือหนวดหินมาโดยตลอด

“จริงๆแล้วการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เป็นองค์กรรัฐวิสาหกิจ ที่ให้การสนับสนุนกีฬาของชาติเกือบทุกประเภทมาโดยตลอดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น ฟุตบอล,วอลเลย์บอล,ตระกร้อ,เทเบิลเทนนิส,แบดมินตัน ฯลฯ จะมีทีมสโมสรส่งแข่งขันหมด ขณะเดียวกันองค์กรเราโชคดีด้วยที่ผู้ว่าการไฟฟ้า คนไหนที่ขึ้นตำแหน่งนี้ก็จะชอบกีฬาไม่แตกต่างกัน โดยเริ่มตั้งแต่ ท่าน ดร.วีระชาติ ปิตรชาติ ผู้ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคคนที่ 3 โน่นเลยทีเดียว” ธนิศร์ เริ่มเล่าท้าวความถึงที่มาก่อนกำเนิดสโมสรฟุตบอลอันเลื่องชื่อของไทย

“ในส่วนของฟุตบอลนั้นมันเป็นกีฬายอดฮิตอยู่แล้ว แต่ละปีก็จะมีการแข่งขันกีฬาภายในองค์กรการไฟฟ้าฯพนักงานแต่ละแผนกก็จะส่งเข้าร่วมทำการแข่งขัน ก่อนจะคัดเอาตัวเป้งๆไปรวมเป็นทีม การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เล่นฟุตบอลรัฐวิสาหกิจ ที่จัดแข่งขันระหว่างองค์กรทุกปี สมัยนั้นพวก การประปานครหลวง, การเคหะ, องค์การโทรศัพท์ (ทีโอที) จะโดดเด่นมากเพราะเขาใช้วิธีการดึงนักเตะฝีเท้าดีมาเล่นจึงทำให้ทีมแข่งแกร่ง เช่นเดียวกับเรา”

“โค้ชดำ”ยืนยันถึงการเกิดทีมใหม่ในถ้วย ง. แต่ก็ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างดีพอที่จะส่งเข้าร่วมแข่งขันชิงถ้วยพระราชทานใบเล็กสุดของประเทศไทย

โดยในปี พ.ศ. 2525 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ยังไม่ได้เป็นสมาชิกของ สมาคมฟุตบอลฯเลยใช้วิธีการให้ทีมตัวเองได้อยู่ในสารบบฟุตบอลไทยด้วยการส่งเข้าร่วมทำการแข่งขันในฟุตบอลถ้วย เอฟเอคัพ แต่ก็ทำได้เพียงแค่ตกรอบสองเท่านั้น จัดได้ว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีของขุนพล “จอมช็อต”ในยุคตั้งไข่

กระทั่งในปี พ.ศ.2534 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เริ่มกลับมาสยายปีกในวงการฟุตบอลไทยอีกคำรบ ด้วยการเป็นสมาชิกของ สมาคมฟุตบอลฯ พร้อมกับเริ่มส่งทีมเข้าร่วมทำการแข่งขันฟุตบอล ชิงถ้วยพระราชทานประเภท ง. ภายใต้การนำทัพของ สมศักดิ์  ยุทธศิลป์เสวี ที่เป็นทั้งโค้ชแอนด์เพลเยอร์ ซึ่งก็ยังใช้ชื่อเข้าร่วมทำการแข่งขันว่า “สหภาพแรงงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค”

ในยุคของ “สมศักดิ์” เฮดโค้ชคนแรกของการไฟฟ้าฯทำทีมได้ 3 ปีกระทั่งฟันฝ่าไปถึง ถ้วย ค ทีมมีการเปลี่ยนแปลงโค้ชโดยดึงเอา “ไอ้รถถัง” บรรหาร สมประสงค์ อดีตนักเตะทีมชาติไทยลูกหม้อของการไฟฟ้าโดยตรง ผนึกกำลังร่วมกับ สุวิทย์ นิ่มอ่อนน้อม เริ่มเข้ามาทำทีม

“ทีมการไฟฟ้าฯเริ่มที่จะมีแนวโน้มการทำทีมที่มีอนาคต ทางผู้บริหารก็เลยดึงเอา “พี่หาร” “บรรหาร สมประสงค์” ที่มีดีกรีอดีตนักเตะทีมชาติไทย เข้ามาทำทีมถือว่าเป็นโค้ชคนที่สอง ส่วนนักเตะก็จะเป็นพวกดาวรุ่งผสมเก๋าอย่างพวก มนตรี มาตรง, อดินันท์ พึ่งพินิจ, ทรงกลด ทิพย์เนตร ฯลฯ” “โค้ชดำ”ย้อนถึง การไฟฟ้าเจเนอเรชั่นสอง ที่มีกุนซือเจ้าของฉายา “ไอ้รถถัง” มาคุมทัพช่วงระหว่างปี 2537- 2539 ขยับจากถ้วย ค. สู่ถ้วยข. ภายใต้ชื่อทีม “สหภาพแรงงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

ปี 2538  แม้ว่าจะยังเล่นอยู่ในถ้วยค. แต่ก็ถือว่าเป็นจุดพีคของทีมการไฟฟ้าฯภายใต้การนำทัพของ “โค้ชหาร”  บรรหาร สมประสงค์ อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทยมาทำทีมก็สร้างผลงานอันลือลั่นด้วยการเอาชนะสโมสรใหญ่อย่างสโมสรทหารอากาศไปได้ 2 - 0 ในรอบก่อนรองชนะเลิศ แต่พอผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศ     ทีมสโมสร สหภาพแรงงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กลับต้องพลาดท่าปราชัยให้กับสโมสรทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ไป 0 - 1 ซึ่งในปีนี้สโมสรทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ก็คว้าแชมป์ไปครอง

ว่ากันว่า เส้นทางการเดินทางของทีมสโมสรสหภาพแรงงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน ประเภท ค. ค่อนข้างจะสะดวกอยู่มิใช่น้อย เนื่องจากการทำงานที่เป็นระบบ มีนักเตะฝีเท้าดีเข้ามาร่วมทีมอย่างคับคั่ง  ผ่านคู่แข่งรอบแล้วรอบเล่า  มีมาสะดุดในรอบรองชนะเลิศเพียงเกมเดียวเท่านั้น

ถึงกระนั้นก็ยังได้เลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นในฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน ประเภท ข เป็นทีมที่ 3 “ แม้ว่าจะเล่นในถ้วย ค. แต่ นโยบายของผู้บริหารการไฟฟ้า ฯ สมัยนั้นก็ชัดเจนอยู่พอตัวคือทีม จะต้องเลื่อนชั้นให้ได้ ซึ่งการทำงานของ “พี่หาร” ห้วงเวลานั้นก็คือต้องทุ่มแบบสุดตัวคุมนักเตะซ้อมบ้านช่องไม่ค่อยได้กลับ เรียกได้ว่ากินอยู่หลับนอนอยู่กับเด็กในทีมเลยทีเดียว

Pages

Topics