Stories

เรื่องเล่าของสโมสรที่หายไป : ‘ตลาดหลักทรัพย์’ ต้นตำรับเจ้าบุญทุ่มรายแรกของไทย

We are part of The Trust Project What is it?

องค์ที่ 5 : ฟองสบู่แตก ต้องแยกทาง

“เพราะเราก็มานั่งคิดวิเคราะห์กันว่า บริษัทบุญรอดฯ มีงบประมาณให้บริหารทีมเยอะก็จริงแต่เขาไม่มีสนามแข่งขัน” ชลิต เผยถึงเหตุผล
 
“ต่างจาก กทม.ที่มีสนามรองรับคือ ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง และ “บิ๊กแป๊ะ”เขาก็รับรองว่าจะดึงงบประมาณจากกทม. มาช่วยทีมจึงได้ข้อสรุปในการประชุมบอร์ดบริหารว่าจะปล่อยให้กรุงเทพมหานคร”

อย่างไรก็ตามการตกผลึกทางความคิดของบอร์ดบริหารตลาดหลักทรัพย์ในการปล่อยทีมให้ กรุงเทพมหานคร บริหารจัดการไปได้ไม่ดีอย่างที่คาดหวัง

“เอาเข้าจริงๆแล้ว กรุงเทพมหานคร เอาทีมไปบริหารไม่ได้ดีอย่างที่คิด เนื่องจากคุณถิรชัยของบประมาณส่วนใหญ่มาจากกลุ่มเพื่อนของเขาไม่ได้ดึงงบจากกทม. มาช่วยเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากนัก” ชลิตว่า

“ในส่วนของนักเตะเริ่มกระจัดกระจายกันไป อย่าง “ง้วน”สุรชัย เขาก็เข้ามาขอให้ผมคุยกับทาง คุณ ถิรชัย ให้หน่อยเพราะอยากจะไปค้าแข้งที่ สิงคโปร์ กับทีม โฮม ยูไนเต็ด

“จากนั้นกทม.เขาปล่อยไปสุดท้ายทีมไปรวมกับ ม.รัตนบัณฑิต จนกระทั่งทีมหายไปเลยผมไม่ได้ติดตามตั้งแต่เราเล่นไทยลีกครั้งแรก ก็ให้กลุ่ม กทม.เข้ามาบริหารต่อ”
 

กระนั้นก็ดียังมีคนอยากจะเอาทีม ตลาดหลักทรัพย์ มาปัดฝุ่นทำใหม่แต่ก็ยังทำไม่สำเร็จ “ช่วงระยะหลัง มี “บิ๊กโต้ง” กิตติรัตน์ ณ ระนอง ซึ่งตอนนั้นท่านมาเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ก็มาปรึกษาผมว่าอยากจะกอบกู้ชื่อเสียงของ ตลาดหลักทรัพย์ กลับคืนมาอีกครั้งเพราะเรานับว่าเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่ในอดีต”

“แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ยังง่อนแง่นประกอบกับ ทีมที่เล่นในลีกประเทศไทยจะเกิดได้จริงๆต้องเป็นทีมจากต่างจังหวัด ทำให้แผนการนี้ล้มเลิกไปโดยปริยาย” ชลิต กล่าวทิ้งท้าย  

ขณะที่ เทิดศักดิ์ ใจมั่น ดาวเตะกำลังสำคัญของตลาดหลักทรัพย์ ปัจจุบันเป็นโค้ชของทีม ชลบุรี เอฟซี กล่าวถึงความหลัง เมื่อครั้งยังวัยกระเตาะเริ่มต้นตะบันชีวิตหวดลูกหนังอาชีพครั้งแรกกับทีม ตลาดหลักทรัพย์

“ตอนนั้นผมเรียนอยู่ประมาณชั้น ปวช.พาณิชยการราชดำเนิน อายุประมาณ 16-17 ปี ได้ “อ.เหมา” อ.กมล สุวรรณเจริญ แกเป็นโค้ชของราชดำเนิน และเป็นลูกศิษย์ของ อ.อาจหาญ ทรงงามทรัพย์ ที่ มศว.ประสานมิตร ก็เลยดึงไปเล่น พร้อมๆกับ ธร สอระภูมิ , พงษ์เทพ แววชำนาญเชาว์, นิรุตน์ ศรีทอง คือผมเด็กมากแต่ก็เล่นตั้งแต่ ถ้วย ง.เลย” “น้าเทิด” ไล่ความหลังเมื่อยังอยู่กับทีมตลาดหลักทรัพย์

“ผมจัดว่าเป็นนักเตะลูกหม้อของ ตลาดหลักทรัพย์ คนหนึ่งเลยนะ”  “เทิดศักดิ์” เล่าต่อ “เพราะเล่นทุกถ้วยตั้งแต่ถ้วย ง. กระทั่งขึ้นเล่นไทยลีก ตามนโยบายของเขาบันได 4 ขั้น จนทีมขายต่อให้กรุงเทพมหานคร ผมก็ยังอดทนเล่นอยู่ถึง 2 ปี ก่อนย้ายไปบีอีซี เทโรศาสน

อย่างไรก็ตาม “เทิดศักดิ์” ยังเผยถึงความรันทดเมื่อเงินเดือนไม่ออกหลังจาก ตลาดหลักทรัพย์ ปล่อยทีมให้ กรุงเทพมหานคร เอาไปทำ

“ผมว่าตอนนั้นมันถึงขั้นวิกฤตที่สุดในชีวิตนักเตะของผมแล้ว” กุนซือทีมชลบุรีเล่า

ตอนที่ ตลาดหลักทรัพย์ เขาขายทีมให้ กรุงเทพมหานคร เอาทีมไปทำคือ เริ่มมีปัญหา เงินเดือนนักเตะไม่ค่อยจะออก บางครั้ง 2 เดือนออกที แต่ตอนนั้นผมยังเด็กไม่รู้จะไปที่ไหน”

“ในขณะที่รุ่นพี่เขาออกจากทีมไปหมด พอดี “พี่เปี๊ยก” องอาจ ก่อสินค้า ซื้อผมไปอยู่กับ บีอีซีเทโรศาสน ก็เลยรอดตัวไป แต่ทีมก็อยู่ได้ไม่นานจบอันดับสุดท้ายตกชั้นไปอยู่ ดิวิชั่น 1 จึงหายไปเลย”

แต่กระนั้น เทิดศักดิ์  ก็ยังมิอาจจะลืมประวัติศาสตร์ที่ได้จารึกเอาไว้กับทีมเท่าถึงทุกวันนี้

“ผมไม่อาจจะลืมทีม ตลาดหลักทรัพย์ ได้เลยถือว่าเป็นทีมที่ให้โอกาสผมมาตั้งแต่เด็กวัยรุ่น ที่เล่นฟุตบอลโรงเรียน ก่อนที่จะมาเข้าสู่ทีมฟุตบอลถ้วยพระราชทานสมัยนั้น เด็กอายุ 16-17 ปี ไม่มีทางได้เล่นง่ายๆ แต่เขาก็เอาผมไปปั้นให้มีทักษะและชั้นเชิงฟุตบอลที่ดี”

“ในขณะเดียวกันถือว่าผมโชคดีด้วยที่ได้อยู่กับทีม ตลาดหลักทรัพย์ ที่แวดล้อมไปด้วยซุปเปอร์สตาร์ระดับทีมชาติไทย เอาแค่ ถ้วย ข. พวก “พี่แต๊ก” อรรถพล บุษปาคม กองกลางทีมชาติไทย ก็มาเล่นแล้ว”

“ยังมีพวกนักเตะต่างชาติที่เราไม่เคยเห็นเล่นในลีกบ้านเรามาก่อนก็ได้ลงเล่นร่วมกับเขา ได้ศึกษาวิธีการเล่นกับเขามันสนุก”

“ยิ่งขึ้นถ้วย ก. ตลาดหลักทรัพย์ เป็นทีมที่ทุ่มหนักเลยเงินเดือนนักเตะไทยสมัยนั้นอยู่ที่ 20,000-30,000 บาท ถือว่าเยอะมากแล้ว ก็เป็นทีม ตลาดหลักทรัพย์ นี่แหละที่กล้าทุ่มเงินจ้างก่อนใครเพื่อนในไทยลีก”

“ถือว่าเป็นทีมต้นแบบให้กับหลายๆทีมในไทยลีกที่กล้าลงทุ่นในการซื้อนักเตะดีๆมาเล่นชวนมีฟอร์มชวนให้น่าติดตามถ้าเป็นสมัยนี้ผมคิดว่าน่าจะได้ใจแฟนบอลบ้านเราเยอะเหมือนกัน”

“แต่มันก็เป็นสัจธรรมทุกสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ที่ว่า เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไปในที่สุดเช่นเดียวกับทีม “ตลาดหลักทรัพย์”

“ทว่าก็ภูมิใจนะที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่สร้างความยิ่งใหญ่ให้กับทีมนี้ในอดีตเพื่อเล่าให้กับคนรุ่นหลังได้ฟังเป็นตำนานของวงการฟุตบอลไทย” เทิดศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย