เรื่องเล่าสั้นๆ ณ ฮาลิแฟกซ์ : จาก ลี ทัค ถึง เจมี่ วาร์ดี้

วินาทีที่ดาวยิงตัวเก่งทีมชาติอังกฤษของเลสเตอร์ ซิตี้ ซัดใส่ตาข่ายของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อคืนวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่ คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม... มันคงทำให้นักเตะจากแดนผู้ดีคนนี้ ที่ห่างร้างไกลบ้านคนหนึ่ง...คิดถึงชายโนเนมไร้ชื่อเสียงคนหนึ่งที่เคยพบเจอเมื่อ 5 ปีก่อนที่ ฮาลิแฟกซ์...

ฮาลิแฟกซ์ เมืองเล็กๆทางตะวันตกของยอร์คเชียร์ ดินแดนทางตอนเหนือของเกาะอังกฤษ ที่มีประชากรไม่ถึง 1 แสนคน  คือ บ้านเกิดของ ลี ทัค กองหน้าชาวผู้ดีของ “สวาทแคท” นครราชสีมา เอฟซี... เขาเริ่มต้นค้าแข้งอาชีพ เมื่อปี 2007 กับ ฮาลิแฟกซ์ ทาวน์ ทีมเล็กๆ จากศึกคอนเฟอเรนซ์ ลีก หรือ ดิวิชั่น 5 ที่บ้านเกิดของเขานั่นเอง ตอนนั้นเขาเพิ่งมีอายุได้ 18 ปี... ก่อนที่เวลาต่อมาจะตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางชีวิตกับเกมลูกหนังด้วยการมาลงหลักปักฐานที่เมืองไทย...ความจริงเส้นทางชีวิตของเขา มีความใกล้เคียงและละหม้ายคล้ายคลึงกับ เจมี่ วาร์ดี้ กองหน้าฟอร์มฮ็อตทีมชาติอังกฤษพอตัว และ เจมี่ ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับ ลี ในการเล่นฟุตบอลในปัจจุบัน

ช่างกระเบื้อง vs ช่างไฟ

เจมี่ วาร์ดี้ สมัยที่ยังเล่นอยู่ในลีกล่างของอังกฤษ เขาต้องทำงานโรงงานปากกัดตีนถีบ เป็นช่างไฟไป..เตะฟุตบอลไป และ ลี ทัค ก็เคยมีช่วงชีวิตคล้ายๆกันแบบนั้น...

ลี ทัค อยู่กับ ฮาลิแฟกซ์... ทีมบ้านเกิดที่ทำให้เขามีความสุขกับฟุตบอล... เขาได้เงินดีทีเดียว มันก็เพียงพอที่จะทำให้ประทังชีวิตในดินแดนทางตอนเหนือของอังกฤษ แต่เพราะปัญหาทางด้านการเงินของสโมสร ต้องตกชั้นไปเล่นในระดับดิวิชั่น 8 ของอังกฤษ... เขามีความทะเยอะทะยาน และเชื่อมั่นในตัวเองเสมอว่าสามารถเล่นในลีกที่แข็งแกร่งกว่านี้ได้ เขาจึงตัดสินใจไปร่วมทีม ฟาร์สลีย์ เซลติก ทีมในละแวกใกล้เคียงกับบ้านเกิดของเขา...

กับ ฟาร์สลีย์ นับเป็นทีมที่อยู่ดิวิชั่นต่ำกว่า ฮาลิแฟกซ์ ในสมัยที่เขาอยู่... มันเป็นเพียงทีมจากลีกฟุตบอลกึ่งอาชีพ แม้ได้รับเงินมากขึ้นกว่าสมัยอยู่ฮาลิแฟกซ์ แต่เพื่อความมั่นคงของชีวิต เขาจำเป็นต้องทำงานเสริมเป็นช่างปูกระเบื้องไปด้วยพร้อมๆกัน ในช่วงเวลาที่เป็นนักฟุตบอล

“ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าอนาคตในเวทีลูกหนังของผมจะเป็นอย่างไร... เพื่อความมั่นคง ผมจึงไปเรียนต่อ จบหลักสูตรการเป็นช่างกระเบื้อง ผมทำงานตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึง 4 โมงเย็นทุกวัน จากนั้นจึงค่อยเดินทางไปซ้อมฟุตบอลที่ช่วง 1 ทุ่ม ถึง 3 ทุ่ม และก็กลับมานอน... ชีวิตวนเวียนอยู่แบบนี้อยู่ตลอด 2 ปี ระหว่างที่ค้าแข้งกับ ฟาร์สลีย์” ลี ทัค เล่า ให้ FFT TH ฟัง

“ผมพูดกับตัวเองเสมอว่าอยากจะเล่นฟุตบอลในระดับที่สูงกว่านั้น และผมก็เชื่อว่าผมทำได้ แต่มันไม่ง่ายเลย.. แต่อังกฤษ การที่นักเตะจะกระโดดข้ามจากลีกล่างๆ ขึ้นยังลีกบน มันเป็นเรื่องที่ยากมากๆ จนผมได้คุยกับ ไมค์ (ไมเคิ่ล เบิร์นส์) ผมจึงลองมาที่เมืองไทย”

“ผมมาเมืองไทยแบบไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับที่นี่...แต่ตอนนั้นผมคิดว่ามันไม่มีอะไรเสียหาย เพราะถ้าผมรู้สึกว่าฟุตบอลที่เมืองไทยมันไม่เวิร์คนัก ผมก็กลับไปที่ฮาลิแฟกซ์ได้อยู่ดี แต่พอได้มาสัมผัส มันก็ไม่เลวเลย และพอผมก็อยู่มาจนถึงตอนนี้”

ลี ทัค เริ่มต้นค้าแข้งกับ นครปฐม ในปี 2010 ย้ายไปเล่นให้กับ สมุทรปราการ ศุลกากร, บางกอก เอฟซี, แอรฟอร์ซ และ นครราชสีมา เอฟซี ตั้งแต่ปี 2014 จนถึง ปัจจุบัน... ชีวิตของเขาในถิ่นไทยแลนด์แดนออฟสไมล์... ไปได้ดีทีเดียว

พบกับเด็กหนุ่มโนเนมครั้งแรก

ลี ทัค เลือกเดินเส้นทางอาชีพที่เมืองไทย...แต่ทุกๆ ครั้งที่เขากลับบ้านเกิดที่ฮาลิแฟกซ์ ในช่วงคริสต์มาส ถึง ปีใหม่.. เขามักจะหาโอกาสไปดู ฮาลิแฟกซ์ ทาวน์ ทีมเก่า และทีมบ้านเกิด ของเขาอยู่เสมอ และเมื่อปี 2010 เขาก็ซื้อตั๋วเข้าไปชมเกมกับพี่ชายเหมือนทุกครั้ง...

“ผมเห็นกองหน้าคนหนึ่ง หน่วยก้านดี มีความเร็ว เขาเล่นได้ดีมากๆ เหมือนกับตอนนี้นั่นแหละ” ลี ทัค เริ่มพูดถึง เจมี่ วาร์ดี้ สมัยค้าแข้งกับ ฮาลิแฟกซ์

“ถ้าจำไม่ผิดแมตช์นั้น เขายิงได้ 1 ประตู ผมจำไม่ได้ว่าเป็นการพบกับทีมอะไร... ผมพูดกับพี่ชายผมว่า ‘ไอ้หมอนี่ มันเก่งนะ’ และผมก็รู้ทันทีเลยว่า เขาควรที่จะเล่นกับทีมที่อยู่ในลีกสูงกว่านี้ แต่ผมก็ไม่ได้คิดถึงขนาดว่าจะขึ้นมาเล่นในลีกที่สูงอย่าง เดอะ แชมเปี้ยนชิพ หรือ พรีเมียร์ลีกอังกฤษ หรอก อย่างที่ผมบอกว่า ที่อังกฤษ หากคุณอยู่ลีกล่างๆ มันแทบจะไม่มีทางเป็นไปได้เลย ที่จะกระโดดก้าวข้ามขึ้นมา เล่นลีกระดับท็อป ยากกว่าที่ไทยอีกด้วยซ้ำ”

แข้ง 1 ในล้านที่กลายเป็นแรงบันดาลใจ

ชีวิตของ ลี ทัค โชคดีกว่า วาร์ดี้ ตรงที่เขามีทางเลือกเดินทางมายังประเทศไทย... แต่ วาร์ดี้ กลับต่อสู้ดิ้นรนจนก้าวกระโดดจากแข้งลีก 8 มากลายเป็นนักเตะระดับท็อปของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้...

“เขา (เจมี่ วารดี้) แสดงให้เห็นว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ในโลกของฟุตบอล” ลี ทัค เริ่ม กล่าว

“บางทีมันเป็น 1 ใน ล้าน นะที่จะทำได้แบบเขา...ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาพัฒนาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เรื่องของเขามันเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักฟุตบอลคนอื่นๆ  รวมถึงตัวผมเองด้วย”

“แน่นอนว่า สำหรับผมที่เคยเล่นอยู่ในทีมระดับเดียวกับเขา จะเห็นว่าเขา คือ แรงบันดาลใจที่ยอดเยี่ยม... อย่างที่ผมบอกว่าผมรู้ตั้งแต่แรกว่าเขามีพรสวรรค์ เพียงแต่สิ่งที่เขาทำได้ทุกวันนี้มันมากกว่าที่ผมคิด”

“วันนี้ผมมีความสุขกับชีวิตการเป็นนักฟุตบอลที่เมืองไทย และไม่มีแผนการย้ายกลับไปยังประเทศอังกฤษ ชีวิตที่นี่มันทำให้ผมเก็บเงินเก็บทองได้ เพราะค่าครองชีพต่ำกว่าที่อังกฤษมาๆ แต่ผมก็เชื่อว่า ถ้าผมกลับไป ผมคงจะได้เล่นในลีกที่สูงกว่าลีกที่ผมเคยเล่น... มีทีมใหญ่ในไทยพรีเมียร์ลีกหลายทีมสัก 7 – 8 ทีม ที่ผมคิดว่าพวกเขาเล่นอยู่ในระดับลีก 1 ได้สบายๆ”

ลี ทัค เล่าว่าผู้คนที่นั่น (ฮาลิแฟกซ์) มักจะตื่นเต้นที่เห็น เจมี่ วาร์ดี้ อยู่หน้าจอโทรทัศน์ และความที่เป็นคนเรียบง่าย อัธยาศัยดี เคารพผู้อื่น ก็ทำให้ผู้คนยอมรับ เขาเป็นแรงบันดาลใจชั้นยอดของกองหน้า “สวาทแคท” ในปัจจุบัน อย่างปฏิเสธไม่ลง...

แต่หากให้เขาบังคับใจและเชื่อว่า ไอ้เด็กหนุ่มที่เขาเห็นเมื่อ 4 – 5 ปีก่อน จะทำลายสถิติของ รุด ฟาน นิสเตลรอย กลายเป็นสุดยอดกองหน้าอังกฤษทุกวันนี้...ก็คงยากเกินไปที่จะทำได้เช่นกัน