เรื่องเล่น...ต้องจริงจัง : 'ถ้าแขวนสตั๊ดผมจะไปแข่ง E-Sports' - ปิยพล ผานิชกุล

“ถ้าผมไม่มีแรงเมื่อไหร่ อีสปอร์ตเจอกันแน่” แค่สองประโยคสั้นๆ ก็พอจะรู้ได้แล้วว่าเขาจริงจังกับเกมแค่ไหน

ย้อนไปตั้งแต่สมัยที่ยังเรียนอยู่ที่จังหวัดชลบุรี ปิยพล บรรเทา ก็เหมือนเด็กๆทั่วไปที่รักการเล่นเกม แต่ด้วยความที่เป็นนักกีฬาฟุตบอล เขาจึงมุ่งมั่นเล่นแต่เกมฟุตบอลอย่างเดียวเท่านั้น และฝีมือก็ไม่ใช่เล่นๆ

“ผมเล่นแต่เกมฟุตบอล” ปิยพล เริ่มเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการเล่นเกม “เท่าที่จำความได้คือเล่นตั้งแต่ประถมแล้ว ตอนแรกเล่นพวกเกมผู้จัดการทีมในคอมมาก่อน แล้วก็มาเล่นวินนิ่ง 3-4 มาเรื่อยๆ ทีนี้ก็ยาวมาเลย”

“วินนิ่งนี่ติดหนักเลย มีเล่นกินตังค์กับเพื่อนด้วย เราก็หารายได้จากตรงนี้ (หัวเราะ) เสาร์-อาทิตย์ ไม่เคยขาด หลังเลิกเรียนนี่ต้องไป แต่ก็มีโดดเรียนบ้างไรบ้าง สมมติว่าซ้อมเช้า เรียนเสร็จก็ไปแล้ว จับคู่กัน ใครเจอใคร แต่ไม่มีใครเล่นกับผมนะ เพราะสู้ไม่ได้ มีแค่คนเดียวที่เล่นด้วย เป็นรุ่นพี่มหาลัยนี่ฝีมือโอเคเหมือนกัน”

“เรื่องเกมนี่ค่อนข้างมั่นใจนะ (หัวเราะ) แต่กับพี่คนนี้นี่ผลัดกันกิน เล่นกันมันก็ต้องมีติดปลายนวมนิดหน่อย บางทีก็ไม่นิด เล่นไปเล่นมาก็ไม่มีใครได้ใครเสียหรอก พอเขาแพ้เราก็หัวร้อน เพิ่มเงินขึ้นเรื่อยๆ จนเอาชนะได้ มันก็เท่าทุนกันพอดี แล้วก็เลิก แต่ผมไม่แนะนำให้เล่นการพนันนะ (หัวเราะ)”

เวลาผ่านไปไม่นานนัก เขาก็ได้รู้จักเกมฟุตบอลที่มีชื่อว่า “ฟีฟ่า” จนถึงกับปันใจให้เกมนี้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

วินนิ่ง อีเลฟเว่น 4 ที่สุดของความคลาสสิต

ทำไมต้องฟีฟ่า?

“ตอนเราเล่นเอฟเอ็ม (ฟุตบอล เมเนเจอร์ - Football Manager) เราก็ลงลึกเหมือนกันนะ แต่พอเกมฟีฟ่า มีระบบออนไลน์เข้ามา เราก็ไปเล่นฟีฟ่าอย่างเดียวเลย ส่วนวินนิ่งก็เล่นคู่ๆกันมา จนตอนที่มันเปลี่ยนไปเป็น Pro Evolution Soccer นี่ไม่สนุกแล้ว ตัวไหนพลังเยอะ ก็วิ่งเบียดๆไปยิ่งสบายเลย ไม่ต้องจ่ายบอล ไม่ต้องทำเกม”

“แต่ในฟีฟ่านี่ต่างกันเลย มันจะมีชิงเหลี่ยมเข้าบอลกัน มีทริค มีสกิลอะไรต่างๆให้ได้เล่นเยอะกว่า รวมถึงพวกแท็คติก ระบบการเล่น ที่เหมือนบอลจริงมากกว่า แล้วทีนี้ฟีฟ่าพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ แต่โปรฯก็อยู่ที่เดิม ดีขึ้นแค่เรื่องกราฟิก แต่เกมเพลย์มันไม่ได้เลย ใครพลังเยอะก็ได้เปรียบ แต่ฟีฟ่าไม่ใช่แบบนั้น ถึงตัวดีกว่าเยอะ แต่ถ้าเราแท็คติกดีกว่า ก็สามารถเอาชนะได้”

“เคยลองเล่นตอนเปลี่ยนไปเป็นโปรฯครั้งแรก บางครั้งแบบกำลังจะได้บอลละ แต่ไอ้ตัวที่พลังเยอะกว่าเหมือนมันวาร์ปมาฉกบอลไปเฉยเลย ทั้งที่เหลี่ยมเราเหนือกว่า แต่ถ้าฟีฟ่าถ้าเหลี่ยมดีๆนี่ได้บอลเลย ไอ้พวกตัวเร็วๆบางครั้งก็ไม่ได้เปรียบเสมอไป เรากดบังบอลมันก็ปลิวแล้ว เหมือนบอลจริงเลย”

หลายคนอาจมองว่าเกมก็คือเกม แต่สำหรับ ปิยพล เขามองว่ามันไม่ต่างกับฟุตบอลจริงเลยแม้แต่น้อย จนเริ่มศึกษาลงลึกในทุกรายละเอียดของเกม

“พอมีออนไลน์มาปุ๊บ เราได้แข่งกับคนอื่น เล่นกับบอทจนรู้แล้วว่าบอทมันแพ้ทางอะไร ต้องทำยังไง จนเล่นยังไงก็ชนะ แต่กับคนมันหลากหลายกว่า เพราะแต่ละคนสไตล์ไม่เหมือนกัน”

“คือเอฟเอ็มมัน (Football Manager) จะเป็นภาพรวมมากกว่า มีการบริหารทั้งภายในทีม รวมถึงสภาพจิตใจนักเตะ และหลายๆอย่าง ติดเรื่องเดียวคือบังคับเองในสนามไม่ได้ แต่ฟีฟ่าเน้นแค่ในสนามอย่างเดียว เรื่องแท็คติก ระบบการเล่น ถ้าเป็นโหมดอัลติเมททีม ก่อนเล่นจะมีแผนของคู่ต่อสู้ให้ดูก่อน สมมติถ้าเขาเล่น 4-3-3 แล้วเราเคยเล่นมาก่อน ก็จะรู้ว่าแพ้ทางระบบไหน เราก็จะจัดแผนที่ได้เปรียบไปสู้”

“ถ้าเจอกองหลังรับต่ำ เราก็เล่น 3-4-2-1 ถ้าเจอพวกที่ดันไลน์สูง ก็ต้อง 5-2-1-2 หรือถ้าเขาให้แบ็คเติมเกมสองฝั่ง เราก็ปรับให้กองหน้าเราฉีกออกไปด้านนอกตรงที่ว่างของเขา แล้วก็โต้กลับในจุดนั้น ซึ่งมันก็เหมือนกับบอลจริงเป๊ะเลย อะไรประมาณนี้”

เวลาว่างนอกจากจะเล่นเกมแล้ว ปิยพล ยังฝึกซ้อมด้วยตัวเองกับเพื่อนร่วมทีมอยู่เสมอ

More than a “เกม”

“คนอื่นอาจจะมองเป็นแค่เกม แต่ผมมองเป็นบอลจริงเลย (หัวเราะ)” ปิยพล เริ่มบรรยายให้เห็นภาพความจริงจังกับการเล่นเกม

“ทุกวันนี้มันเหมือนจริงยิ่งกว่าจริงอีก ที่มันไม่เหมือนจริงก็คือมันแม่นแบบที่เรากำหนดได้ และในเรื่องของสภาพร่างกาย กับสภาพจิตใจแค่นั้นเอง บางมีเหนื่อยแล้ว เรายังบังคับให้มันวิ่งต่อได้ เล็งตรงไหนยิงตรงนั้นได้ แต่กับร่างกายของนักฟุตบอลจริงๆมันเป็นไปไม่ได้ที่จะทำแบบนั้น”

“ในเกมมันเป็นบอท แน่นอนว่าสภาพจิตใจมันดีทุกตัว เรารู้ว่ามันพร้อมเล่นอยู่แล้ว แต่กับคนจริงๆ มันมีอาการขาดความมั่นใจแสดงออกมาให้เห็น การตัดสินใจระหว่างเล่นด้วย ในเกมมันมีบอกว่าคนนี้ค่าพลังครอสบอล 90 เราก็จับมันครอสเข้าไป แต่ของจริงมันมีความลังเลเข้ามา สองจิตสองใจว่าจะเปิดหรือไม่เปิดดี”

อัลติเมท ทีม คือโหมดที่ผู้เล่นแต่ละคน จะสร้างทีมของตัวเองให้แข็งแกร่งและไปแข่งขันแบบออนไลน์กับผู้เล่นคนอื่นได้ โดยจะเริ่มที่ ดิวิชั่น 10 และสามารถไต่เต้าจนขึ้นไปถึงระดับสูงสุดคือ ดิวิชั่น 1 ได้ และนั่นคือโหมดที่ทีมของ ปิยพล เก่งกาจระดับเอเชียเลยทีเดียว

“ตอนฟีฟ่า 17 ผมอยู่อันดับท็อป 100 ของโซนเอเชีย ร้อยกว่าถ้วย นับจากดิวิชั่น 10 มาถึง 1 ก็ 10 ถ้วย แล้วก็เก็บถ้วยดิวิชั่น 1 มายาวเลย 100 กว่าถ้วย”

อันดับของ ปิยพล ใน ฟีฟ่า 17

“ในเกมผมใช้นามแฝงนะ แต่คิดว่าน่าจะมีคนรู้ว่าเป็นผม (หัวเราะ) ผมจริงจังถึงขนาดไปดูคลิปวิเคราะห์เกมแล้วเอามาใช้ตลอด อย่าง ฮอฟเนไฮม์ เล่น 5-3-2 ดูว่าเพรสตรงไหน จ่ายบอลยังไง ก็เอามาปรับในเกมให้เหมือนกันเลย แล้วมันก็ได้ผล”

“เพจฟีฟ่าท้าเกรียน ผมก็เคยเล่นกับเขามาแล้ว สุ่มไปเจอกันพอดี ก็เลยอัดคลิปไว้ เข้าใช้การ์ดอินฟอร์ม ผมนี่การ์ดเงินทั้งทีมเลย ตัวผู้เล่นเราเสียเปรียบ แต่ก็เอาชนะเขามาได้ด้วยแท็คติกและโชคช่วยด้วย เมื่อเดือนสองเดือนที่แล้วนี่เอง”

“แต่ถ้าในชีวิตจริงมันไม่ได้อยู่แล้ว เพราะต้องทำตามคำสั่งโค้ช แค่เรารู้ว่าต้องเล่นยังไงก็พอ บางทีก็มีบอกตำแหน่งใกล้เคียงว่ารับบอลตรงนี้ได้เปรียบนะ ลองมั้ย มาจูนๆกัน มันก็ได้ผล ก็คือเอาจากเกมมาใช้ได้จริงในบางสถานการณ์”

ดวลกับฟีฟ่าท้าเกรียนทั้งครึ่งแรกและครึ่งหลัง

ฟีฟ่า 18 เพิ่งวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในทุกแพลตฟอร์ม แต่ ปิยพล ยังไม่ได้เล่นบน เพลย์สเตชั่น 4 ที่คุ้นเคยมาตั้งแต่ภาค 17 เลยสักครั้ง ด้วยเหตุผลบางอย่าง ติดตามได้ในหน้าถัดไป