เสียใจแต่ไม่แคร์: 6 กุนซืออินดี้ส่งทีมอ่อนโม่แข้งบอลยุโรป

นาธาน วิคกิ้ง หนึ่งในทีมงานโฟร์โฟร์ทูจะมาลิสต์รายชื่อบรรดาผู้จัดการทีมที่ทิ้งโอกาสสร้างชื่อในเกมยุโรปแบบไม่ใยดีให้แฟนานุแฟนได้อ่านกัน...

แกรี่ เม็กสัน (โบลตัน)

เม็กสันได้ใช้ปฏิบัติการทาง ‘แทคติก’ กับโบลตันในรอบ 16 ทีมสุดท้ายกับสปอร์ติ้ง ลิสบอน ฤดูกาล 2007/08 โดยหลังจากที่เสมอ 1-1 ในบ้านตัวเอง และมีเกมชี้เป็นชี้ตายกับวีแกนรออยู่ในวันอาทิตย์ ทำให้เม็กสันตัดสินใจเปลี่ยนทีมหมดทั้ง 11 ตำแหน่งในทริปเยือนโปรตุเกส ซึ่งมันก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นการทำลายตัวเองอย่างแท้จริงและไม่ส่งผลอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ เมื่อโบลตันแพ้ 1-0 ที่ลิสบอนจากประตูชัยในนาทีที่ 85 และจากนั้นก็ปราชัยต่อวีแกนที่เหลือ 10 คนในสุดสัปดาห์นั้นเอง

โดย “เดอะ ทร็อตเตอร์ส” ต้องดิ้นรนหนีตกชั้นในช่วงที่เหลือของฤดูกาล และการเสี่ยงของเม็กสันคงได้รับการให้อภัยจากแฟนบอลในภายหลังเมื่อพวกเขาสามารถรักษาสถานะในพรีเมียร์ลีกต่อไปได้ และตอนนี้พวกเขาก็กำลังต่อสู้ไม่ให้หล่นชั้นจากเดอะ แชมเปี้ยนชิพ แม้การปรากฏตัวในบอลยุโรปครั้งสุดท้ายของโบลตันจะเป็นความทรงจำอันน่าผิดหวัง แต่เชื่อว่ามีคนที่อยากจดจำผลงานในลีกฤดูกาลนี้ของพวกเขาน้อยกว่านั้นอีก

การโลดแล่นในเกมยุโรปหนสุดท้ายของโบลตันจบลงแบบกร่อยๆ

มาร์ติน โอนีล (แอสตัน วิลล่า)

ปี 2009 แอสตัน วิลล่า พบว่าตัวเองเสมอกับซีเอสเคเอ มอสโก 1-1 ที่วิลล่า พาร์ค ในเลกแรก ทำให้โอกาสยังเปิดกว้างในนัด 2 แต่โอนีลตัดสินใจเปลี่ยนยกทีมในเกมที่มอสโกและก็ต้องจ่ายบทเรียนราคาแพง เมื่อวิลล่าถูกเขี่ยตกรอบและสร้างความไม่พอใจให้กับแฟนบอลที่ตามไปเชียร์ทีมรักอย่างมาก และการพ่าย 2-0 ด้วยการใช้ทีมชุดสำรอง ก็ทำให้แฟนๆเกิดความสงสัยว่าถ้า “สิงห์ผยอง” ใช้ชุดแกร่งของตัวเองอาจเข้ารอบไปแล้วก็ได้

ซึ่งการตัดสินใจหมุนเวียนทีมของโอนีลไม่ได้ส่งผลดีในลีกแม้แต่น้อย เมื่อฟอร์มของวิลล่าเกิดสะดุดทำให้อันดับ 4 ที่พวกเขาครองมานานมีอันต้องหลุดลอยไปอย่างรวดเร็ว ด้วยผลงานไม่ชนะใคร 8 เกมนับตั้งแต่ตกรอบจนต้องจบฤดูกาลด้วยอันดับ 6

นิคกี้ ชอรี่ย์ ได้ถูกโอนีลส่งลงสนามเกมนั้นด้วย

แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ (สเปอร์ส)

ช่วงที่เขากุมบังเหียนท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์นั้น เป็นที่รู้กันดีว่าเจ้าตัวไม่ค่อยใยดีกับถ้วยยูโรป้าลีกเท่าไรนัก โดยที่ชัดเจนสุดคือตอนฤดูกาล 2011/12 เมื่อ “ไก่เดือยทอง” ไม่ส่งชื่อ ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท สตาร์ประจำทีมลงทะเบียนในรอบแบ่งกลุ่ม ทำให้กองกลางดัตช์แมนที่ได้รับบาดเจ็บจากเกมพรีเมียร์ลีกหมดสิทธิ์ลงเคาะสนิมในเกมยุโรปไปโดยปริยาย จนเจ้าตัวถึงกับคร่ำครวญในภายหลังว่า “อย่างน้อยสเปอร์สก็น่าจะปรึกษาผมก่อนในเรื่องนี้”

แล้วสเปอร์สก็ตกรอบแบ่งกลุ่มในที่สุด ถึงแม้ว่าเร้ดแน็ปป์อาจไม่คิดอะไรมากนัก แต่มันก็น่าจะช่วยให้ฟาน เดอร์ ฟาร์ท ฟื้นตัวเร็วขึ้นหากได้ลงสนาม ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าวทำให้หลายคนตั้งคำถามเกี่ยวกับความกระตือรือร้นของเร้ดแน็ปป์ในบอลยุโรปถ้วยเล็กขึ้นมาทันที

‘เอ้อ ลืมบอกไปว่านายไม่ได้ลงเล่นในเกมวันพฤหัสนะ’

โทนี่ พูลิส (สโต๊ค)

สโต๊คในบอลยุโรป! และเข้าไปถึงรอบน็อคเอาท์ด้วย! เจอกับ… บาเลนเซีย?! ถ้า 3 ปีก่อนหน้านั้นคุณบอกกับแฟนบอล “ช่างปั้นหม้อ” ว่ามันจะเกิดขึ้นจริง คุณคงอาจโดนไล่ให้ไปเล่นที่อื่นก็ได้ แต่หลังจากผ่านทีมสุดหินอย่างเบซิคตัส, ดินาโม เคียฟ และมัคคาบี้ เทล อาวีฟ ในรอบแบ่งกลุ่มฤดูกาล 2011/12 ลูกทีมของ โทนี่ พูลิส ก็ถูกจับไปเจอกับอดีตแชมป์ลีกกระทิงในรอบ 32 ทีมสุดท้าย

โดยลูกยิงสุดสวยของ เมห์เม็ต โทปาล ทำให้บาเลนเซียมีความได้เปรียบเล็กน้อยก่อนกลับไปเล่นที่เมสตาย่า แต่ถึงอย่างนั้น “เดอะ พ็อตเตอร์ส” ก็ทำให้โอกาสที่จะพลิกสถานการณ์กลับมาเข้ารอบน้อยลงไปก่อนที่จะคิกออฟเสียอีก เมื่อพูลิสหั่นชื่อแกนหลักถึง 9 รายออกจากทีมชุดไปเยือนสเปน

แม้สโต๊คจะแพ้เพียงแค่ 1-0 ด้วยการเล่นที่สู้ยิบตา แต่พูลิสก็ยังออกมาปกป้องการจัดทีมของตัวเองอยู่ดี “จริงๆแล้วเรามีกัปตันทีมชาติอยู่ถึง 4 คน ทำให้ทีมชุดนี้มีประสบการณ์มากกว่าชุดที่เล่นในบริทานเนีย สเตเดี้ยม เสียอีก” เขาบ่น “และทีมชุดที่ผมส่งลงเล่นวันนี้ก็เป็นทีมที่ใช้ลงสนามเป็นส่วนใหญ่ในเกมยุโรป ผมเลยไม่รู้ว่าจะออกมากังวลกันทำไม” อืม… นะ…

พูลิสถูกวิพากษ์วิจารณ์จากการจัดตัวแบบน่าเกลียดในบ้านของบาเลนเซีย

อลัน พาร์ดิว (นิวคาสเซิล)

นิวคาสเซิลต้องเผชิญหน้ากับเบนฟิก้าที่เซนต์ เจมส์ พาร์ค ในยูโรป้าลีกรอบ 8 ทีมสุดท้ายเลก 2 เมื่อฤดูกาล 2012/13 โดยหลังจากที่แพ้มา 3-1 ที่ลิสบอน ขุนพล “สาลิกาดง” ก็รู้ว่าพวกเขาต้องเล่นแบบท็อปฟอร์มหากต้องการผ่านยอดทีมจากโปรตุเกสไปได้ แต่ อลัน พาร์ดิว กลับคิดไปอีกแง่หนึ่ง ด้วยความที่ดาร์บี้แมตช์ภาคอีสานกำลังงวดเข้ามา เลยเกิดความรู้สึกว่าจำเป็นจะต้องพักนักเตะตัวหลัก ทำให้ผู้เล่นอย่าง กาแอล บิจิริมาน่า, โฮนาส กูเตียร์เรซ และ มาสซาดิโอ ไฮดาร่า ได้ลงเล่นแทน

แม้ว่า ปาปิสส์ ซิสเซ่ จะทำให้สกอร์ขยับเข้าใกล้มาเป็น 3-2 ในช่วง 20 นาทีสุดท้าย แต่ในที่สุดแล้วนิวคาสเซิลก็พ่ายไปด้วยประตูรวม 4-2 และความปราชัยต่อซันเดอร์แลนด์ 3-0 ในเกมดาร์บี้ก็ตามมาหลังจากนั้น ซึ่งไม่ใช่สัปดาห์ที่สวยหรูสำหรับพาร์ดส์แม้แต่น้อย

ถึงซิสเซ่จะทำประตูได้ แต่ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับ “สาลิกาดง”

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส (ลิเวอร์พูล)

อดีตกุนซือลิเวอร์พูลได้พา “หงส์แดง” กลับไปเล่นบอลยุโรปถ้วยใหญ่อีกครั้งหลังจากเกือบคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ในปี 2014 แต่ด้วยผลงานขึ้นๆลงๆในรอบแบ่งกลุ่ม (เปิดบ้านชนะลูโดโกเร็ตส์ ก่อนจะแพ้บาเซิ่ล ตามมาด้วยพ่ายเรอัล มาดริด ที่แอนฟิลด์) ร็อดเจอร์สก็ทำให้โอกาสในการเข้ารอบมีน้อยลงไปอีกเมื่อส่งนักเตะอย่าง โคโล่ ตูเร่, โจ อัลเลน และ ฟาบิโอ บอรินี่ ลงสนามในเกมที่เบร์นาเบว

ขณะที่ สตีเว่น เจอร์ราร์ด, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, ฟิลิปป์ คูตินโญ่ และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน อยู่บนม้านั่งสำรองทั้งหมด และกว่า 3 คนแรกจะได้ลงสนามก็ต้องรอจนถึง 20 นาทีสุดท้าย ซึ่งมันดูสายเกินไปที่ทีมจากเมอร์ซี่ย์ไซด์จะได้อะไรจากเกมดังกล่าวต่อให้ไม่พูดถึงเรื่องการเข้ารอบก็ตามที โดยพวกเขาแพ้ไปตามคาดจากประตูของ คาริม เบนเซม่า ก่อนจะเสมอรวดใน 2 เกมที่เหลือทำให้ต้องหล่นไปเล่นยูโรป้าลีก พร้อมกับโอกาสคว้าแชมป์ยุโรปสมัย 6 มีอันต้องหลุดลอยไป