เสี่ยบนซุ้มม้านั่ง : ย้อนเส้นทาง 87 ประตูนอกบ้านของ ‘รูนีย์’

FFT พาแฟนๆชาวไทยเล่าย้อนถึงประตูแรกในความทรงจำของเด็กหนุ่มวัยเพียงวัยแค่ 16 ปีเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว จนถึงประตูล่าสุดของเขาผู้นั้นที่กลายสภาพเป็น ‘ตัวตลก’ ของแฟนบอลคู่แข่ง…

หาก เวย์น รูนีย์ ยิงประตูนัดเยือนในวันใดวันหนึ่งนี้ได้ จะทำให้เขากลายเป็นตำนานคนใหม่ของพรีเมียร์ลีกทันที โดยตอนนี้ รูนีย์ ยิงไปแล้ว 87 ประตูในการไปเล่นทีมเยือนเทียบเท่ากับ อลัน เชียร์เรอร์ 

ซึ่งแม้สถิติรวมทั้งหมด กัปตันทีมชาติอังกฤษคนปัจจุบัน จะเป็นรอง อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษ อยู่ถึง 66 ลูก แต่ประตูเยือนนัดต่อไปของ รูนีย์ จะทำให้เขาก้าวผ่าน เชียร์เรอร์ ไปได้เรื่องหนึ่ง

และวันนี้ FFT จะพาทุกคนย้อนกลับไปดูประตูสำคัญและน่าจดจำของ อดีตเด็กฝึกเอฟเวอร์ตัน กันก่อน เพราะอีกไม่นาน(หรือว่าเกิดแล้ว?) เราอาจจะได้รู้จักเขาแค่ในฐานะของ อดีตยอดนักเตะผู้หนึ่งเท่านั้น

ก่อนอื่นเราไปดูสถิติ 194 ประตูในแต่ละซีซั่นของ รูนีย์ กันก่อน…

หลายคนจดจำประตูประเดิมสนามของ รูนีย์ ในวัยแค่ 16 ปีกับ อาร์เซนอล ได้อย่างดี ซึ่งนั่นเป็นประตูแรกในชีวิตค้าแข้งอาชีพของ เด็กหนุ่มสเกาเซอร์ ผู้นี้

สองเกมต่อมา รูนีย์ ยิงประตูแรกในการเล่นทีมเยือนในเกมพบ ลีดส์ ยูไนเต็ด โดยเกมนี้ เขาถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองก่อนที่ รูนีย์ จะลากผ่าน เอริค เบคเก้ จนหัวทิ่ม และดวลกับ ลูคัส ราเดเบ้ ก่อนที่จะยิงผ่านมือ พอล โรบินสัน เข้าเสาไกลไปอย่างสวยงาม

03.11.02 ประตูแรกเริ่มต้นในเกมกับ ยูงทอง

วันนั้นคือวันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน 2002 ในฤดูกาลเดียวกันนั้นเอง รูนีย์ ยิงอีกลูกที่ ไฮบิวรี่ บ้านหลังเก่าของอาร์เซนอล ซึ่งจะว่าไปสนามของ “ปืนใหญ่” คือ ของโปรดของ กัปตันทีมแมนฯ ยูไนเต็ด อย่างแท้จริง เพราะว่า รูนีย์ ยิงประตูที่นั่นได้อีกในซีซั่น 2005/06, 2007/08, 2010/11 และ 2013/14 ซึ่งบ่อยกว่าที่เขายิง อาร์เซนอล ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เสียอีก

ฤดูกาลต่อมา รูนีย์ ยิง 6 ประตูในการเล่นทีมเยือนกับ ชาล์นตัน, พอร์ทสมัธ, เลสเตอร์,เซาแธมป์ตัน และ ลีดส์ฯ โดยที่น่าเหลือเชื่อ คือ ประตูแรกและประตูสุดท้ายที่เขาทำให้เอฟเวอร์ตันในการลงเล่นทีมเยือนได้เกิดขึ้นกับ “ยูงทอง” เหมือนกัน เพราะหลังจากนั้น รูนีย์ ก็ย้ายไปอยู่กับ “ปีศาจแดง” หลังจบยูโร 2004

และประวัติศาสตร์ก็เริ่มขึ้น..

ในปีแรกนั้น รูนีย์ ประเดิมการซัลโวประตูคู่แข่งในบ้านของพวกเขาที่ นิวคาสเซิล(2 ลูก) ก่อนมายิงได้ในเกมดาร์บี้ฯกับ แมนฯ ซิตี้ เช่นเดียวกับ ประตูชัยในเกมกับ ลิเวอร์พูล

14.11.04 ยิงสองประตูใส่ “สาลิกาดง” ในเกมเยือน

ซีซั่นต่อมา (2005/06) รูนีย์ ยิงประตูใส่ทีมเก่าอย่าง เอฟเวอร์ตัน ที่ กูดิสัน พาร์ค ก่อนที่จะยิงอีก 8 ลูกในเกมเยือน ฟูแล่ม, ซันเดอร์แลนด์, เวสต์แฮม, แอสตัน วิลล่า, เบอร์มิ่งแฮม และ สเปอร์ส ที่น่าเสียดายคือ “ไก่เดือยทอง” เป็นทีมเดียวที่เขายิงได้หลังจากปีใหม่ เพราะช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง เขาฟอร์มตกลงมาและยังได้รับบาดเจ็บหนักอีกด้วย

13.08.05 ฉลองหลังยิงใส่ทีมเก่าได้

จากนั้น รูนีย์ ไปช่วยทีมชาติอังกฤษในฟุตบอลโลก 2006 ซึ่งหลังจากจบทัวร์นาเมนต์นั้น เขาโดนด่าเช็ด หลังจากน็อตหลุดไปเล่นนอกเกมในนัดพบ โปรตุเกส จนทำให้โดนใบแดงไป

ซึ่งแน่นอนว่าทุกสนามที่เขาไปเยือน รูนีย์ ต้องเจอกับเสียงด่าหรือเสียงโห่เสมอ ทว่า กองหน้าปีศาจแดง ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เมื่อเขายังยิงแฮตทริกใส่ โบลตัน ที่ รีบ็อค สเตเดี้ยม ได้เหมือนเดิม ก่อนจะมาซัดอีกสองในเกมกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น รูนีย์ ยิงได้อีกแค่สองลูกในเกมเยือน อาร์เซนอล และ เอฟเวอร์ตัน เท่านั้น

28.10.06 โห่มายิงไปที่ โบลตัน

ฤดูกาล 2007/08 รูนีย์ยิงรวมในลีกไป 12 ลูก แบ่งเป็นใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 4 ลูก และเกมเยือนอีก 8 ลูก โดยเหยื่อของ หัวหอกพ่อลูกสาม คือ เรดดิ้ง, มิดเดิ้ลสโบรห์ และ เชลซี ซึ่งเกมกับ “สิงโตน้ำเงินคราม” เป็นการตีเสมอในนัดลุ้นแชมป์อีกด้วย

ซีซั่นต่อมา(2008/09) ฟอร์มการยิงประตูของ “เสี่ยหมู” เริ่มหายอีกครั้ง โดย รูนีย์ ยิงได้แค่ 3 ประตูในการไปเยือน แบล็คเบิร์น, แมนฯ ซิตี้ และของโปรดอีกทีมอย่าง นิวคาสเซิล(ตอนนั้น รูนีย์ สร้างสถิติยิง 6 ลูกในการไปเยือน 5 เกมหลังสุดที่ เซนต์ เจมส์ พาร์ค)

จุดเปลี่ยนอีกครั้งมาเกิดในปีต่อมาที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ย้ายไปอยู่กับ เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวสถิติโลก จนทำให้ รูนีย์ ก้าวขึ้นมาเป็นตัวความหวังของทีมอย่างเต็มตัว โดยปีนั้น “รูน” เป็นดาวซัลโวสูงสุดของทีมด้วยการยิงไป 26 ประตู ซึ่ง 9 ในนั้นเป็นการยิงประตูนอกบ้าน 

30.11.08 ยิงประตูชัยที่บ้านของเพื่อนบ้านผู้น่ารำคาญ

28.11.09 ซัดคนเดียวสามลูกในเกมเยือนพอร์ทสมัธ

หลังจากนั้น รูนีย์ ไปทำผลงานน่าผิดหวังอีกครั้งในฟุตบอลโลก 2010 ก่อนมาได้สัญญาใหม่ห้าปีเป็นรางวัลตอบแทนกับต้นสังกัด อดีตกองหน้าเอฟเวอร์ตัน ฟอร์มตกอีกครั้ง โดยเขายิงประตูในบ้านได้แค่ 4 ลูก เช่นเดียวกับยิงนอกบ้านอีก 7 ลูก ทำให้ยอดรวมจากปีที่แล้วที่ 26 ประตู เหลือเพียงแค่ 11 เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม 7 ลูกในทีมเยือนนั้นก็มีเกมงดงามอย่างนัดที่ รูนีย์ ยิงแฮตทริกใส่ เวสต์แฮม เหมือนกัน พร้อมกับช่วยให้ “ปีศาจแดง” แย่งแชมป์กลับมาจาก เชลซี ได้

02.04.11 ยิงระเบิด แต่โดนแบนหลังจากนั้นเพราะไปสบถออกทีวี

ซีซั่น 2011/12 คือปีที่ดีที่สุดในชีวิตของ รูนีย์ อย่างแท้จริง โดย เจ้าของสถิติผู้เล่นเอ้าท์ฟิตส์ที่ติดทีมชาติมากที่สุดตลอดกาล ได้ตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดของทีม และยังยิงไป 10 ประตูในการเล่นนอกบ้าน อันเป็นสถิติสูงสุดในชีวิต

โดย รูนีย์ เริ่มต้นซีซั่นอย่างร้อนแรงด้วยการยิงประตูทุกนัดใน 5 เกมแรกของฤดูกาล ก่อนมาซัดแฮตทริกได้ถึง 2 ครั้งใส่ อาร์เซนอล และ โบลตัน อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น รูนีย์ ยิงไม่ได้ในลีก 3 เดือนติดต่อกัน ก่อนมายิงได้อีกครั้งที่ “โรงละครแห่งความฝัน” กับการไปเยือนทีมในลอนดอน(ควีนปาร์คฯ, ฟูแล่ม, เชลซี และ สเปอร์ส) เท่านั้น

ประตูสุดท้ายที่เขาทำได้ในปีนั้นคือเกมสุดท้ายของซีซั่นกับ ซันเดอร์แลนด์ ที่ รูนีย์ เป็นคนยิงประตูโทนของเกม ซึ่งที่จริงลูกนั้นเกือบเป็นลูกยิงประวัติศาสตร์ที่ส่งให้ “ปีศาจแดง” แซง “เรือใบสีฟ้า” เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกแล้ว

ทว่า เซร์คิโอ อเกวโร่ ก็ทำลายความฝันของแฟนผีทั่วโลก ด้วยการยิงสองประตูในช่วงทดเจ็บจนแซงเป็นแชมป์อย่างสุดดราม่า

ที่น่าสนใจคือ เมื่อปีใดก็ตามที่ รูนีย์ ครองตำแหน่งดาวยิงสูงสุดของทีม เมื่อนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่เคยได้แชมป์ลีกแม้แต่ครั้งเดียว 

ในปี 2011/12 รูนีย์ เกือบเป็นฮีโร่พาทีมคว้าแชมป์ลีก

ซีซั่นต่อมา เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นำเข้า โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ เข้ามา(ปีนี้ รูนีย์ เจ็บบ่อยครั้ง) จนทำให้บทบาทของ “เสี่ยหมู” น้อยลง และยิงได้เพียง 5 ลูกในการเล่นนอกบ้าน ทว่าอย่างน้อย 2 ประตูที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม ก็สร้างรอยยิ้มให้สาวก “เร้ด เดวิลล์” ได้ไม่น้อยเหมือนกัน(ก่อนถูกลูกยิงช่วงทดเจ็บของ อาร์วีพี แย่งซีนไป)

ในฤดูกาล 2013/14 ปีแรกที่ “เฟอร์กี้” ลาทีมไป “ปีศาจแดง” เผชิญปัญหาผลงานย่ำแย่ภายใต้ เดวิด มอยส์ ทว่า รูนีย์ ทำผลงานได้ดีภายใต้ของ อดีตเจ้านายผู้ให้โอกาสเขาที่เอฟเวอร์ตัน โดยเป็นอีกปีที่ อดีตโกลเด้น บอย ยิงประตูนอกบ้านได้แตะสองหลัก โดยมีเหยื่อรายใหม่คือ คาร์ดิฟฟ์ และ คริสตัล พาเลซ ทั้งยังฝากประตูกว่าครึ่งสนามในเกมกับ เวสต์แฮม

22.03.14 ณ อัพตัน พาร์ค

ปีต่อมา ภายใต้ หลุยส์ ฟาน กัล รูนีย์ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น กัปตันทีมคนใหม่ ทว่าผลงานการยิงประตูของเขากลับตกลง โดยยอดรวมในลีกของ “เสี่ยสามแสน” เหลือแค่ 

22.11.14 ลูกเดียวที่ทำได้นอกบ้านในปี 14-15

ส่วนซีซั่นล่าสุดที่ยอดรวมของทัพ “ปีศาจแดง” ทำประตูได้น้อยที่สุดนับตั้งแต่ปี 1990 โดยตลอดทั้งฤดูกาล “เสี่ยหมู” ยิงได้แค่ 8 ลูก โดยเป็น 4 ประตูในบ้านและ 4 ประตูนอกบ้านกับ เอฟเวอร์ตัน, ลิเวอร์พูล และ นิวคาสเซิล

ปิดท้ายที่ลูกสุดท้ายล่าสุดในซีซั่นนี้กับ บอร์นมัธ จนทำให้ รูนีย์ สร้างสถิติยิงประตูทีมที่ 29 ในพรีเมียร์ลีก พร้อมกับทำสถิติเทียบเท่าตำนานอย่าง อลัน เชียร์เรอร์ ไปแล้ว…

17.01.16 ประตูชัยในเกมที่ แอนฟิลด์ เมื่อช่วงต้นปี