เสียหายรุนแรง : 5 เหตุผลที่ ‘หงส์แดง’ ห้ามพลาดโควต้ายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกเด็ดขาด

ทัพหงส์แดงกำลังพยายามทำผลงานให้ดีที่สุดเพื่อที่จะจับจองตั๋วไปแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาลหน้า และนี่คือเหตุผลว่าทำไมพวกเขาตั๋วใบนี้ถึงสำคัญกับพวกเขาเหลือเกิน  

ย้อนกลับไป 7 นัดหลังสุดของลิเวอร์พูล จะเห็นว่า พวกเขาสามารถเก็บ 3 แต้มเต็มจากการเล่นเป็นทีมเยือนทั้งหมด แต่กลับกัน การเล่นเป็นเจ้าบ้านนั้น พวกเขากลับทำได้แค่เพียง 2 คะแนนจาก 3 นัดเท่านั้น (เสมอบอร์นมัธ, เซาธ์แฮมป์ตัน และ แพ้คริสตัล พาเลซ) ซึ่งความจริงแล้วต้องยอมรับว่า ฟอร์มแบบนี้สามารถทำให้พวกเขาหลุดวงโคจรลุ้นพื้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้ง่ายๆ เลย

อย่างไรก็ตาม ลูกทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ยังคงเกาะอันดับท็อป 4 อยู่ได้จนถึงปัจจุบัน โดยตอนนี้ หน้าที่ของพวกเขาก็คือการเก็บ 3 แต้มให้ได้จากเกมนัดปิดฤดูกาล ซึ่งแน่นอนเป้าหมายหนึ่งเดียวของพวกเขาในตอนนี้คือการกลับไปโลดแล่นในเวทียุโรปให้ได้

เมื่อปีก่อน จริงๆ แล้ว ลิเวอร์พูลเองก็เกือบจะได้ผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลถ้วยใหญ่สุดของยุโรปนี้แล้ว หลังจากที่ทะลุเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลยูโรป้า ลีก แถมยังออกนำเซบีญาไปก่อนอีกด้วย อย่างไรก็ตาม สุดท้ายพวกเขาก็เป็นฝ่ายแพ้ไปอย่างเจ็บปวด ทัพหงส์แดงเคยผ่านเข้าไปเล่นนัดสำคัญๆ อยู่บ่อยๆ ทั้งการทะลุเข้าชิงลีกคัพ ที่พวกเขาก้แพ้ให้กับ แมนฯ ซิตี้ ส่วนปีก่อนหน้านั้นอีกที ก็แพ้ให้กับแอสตัน วิลล่า ในรองรองชนะเลิศ ฟุตบอลเอฟเอ คัพ เรียกได้ว่า พวกเขามักจะทำผลงานได้ดีก่อนทีจะมาตกม้าตายเสมอ

ดังนั้น ในเกมสุดท้ายกับมิดเดิ้ดสโบรห์ของทัพหงส์แดงจึงน่าเป็นห่วงพอสมควร ไม่มีใครปฏิเสธว่า คล็อปป์ได้สร้างลิเวอร์พูลยุคใหม่ขึ้นมาแล้ว พวกเขากลายเป็นทีมที่มีเกมรุกดุดัน ไหลลื่น และดูน่าตื่นเต้น ทว่าหากพวกเขาพลาดตั๋วไปเล่นฟุตบอลยุโรปในปีหน้า บางทีสไตล์เหล่านี้ อาจจะหมดไปก็เป็นได้ และนี่คือเหตุผล…

1. ดึงดูดสตาร์ไม่ได้

หากพวกเขาพลาดท็อปโฟร์ ก็เปรียบเสมือนสัญญาณบ่งบอกว่า คล็อปป์ ไม่สามารถ ยกระดับทีมไปอีกขั้น และกุนซือชาวเยอรมันผู้นี้จะไม่สามารถซื้อนักเตะคุณภาพสูงมาเสริมทีมได้

ต้องยอมรับว่า การผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นั้น สามารถใช้เป็นเครื่องมือโน้มน้าวนักเตะคุณภาพคับแก้วให้ย้ายมาร่วมทีมได้ ซึ่งแม้ว่าหลายๆ คนอาจจะมองว่าเหตุผลข้อนี้นั้น “ไม่จริง” เพราะทีมอย่างแมนฯ ยู ยังสามารถซื้อทั้ง พอล ป็อกบา และ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ได้เลย ทว่าอย่าลืมว่าในรายของกองกลางชาวฝรั่งเศสนั้น พวกเขาต้องทุ่งเงินสูงเป็นสถิติโลกเลยทีเดียว ซึ่งลิเวอร์พูลอาจจะไม่สามารถทำเช่นนั้นได้

สำหรับเป้าหมายเสริมของลิเวอร์พูลในปีนี้ คงมีทั้งชื่อของ นาบี เกอิต้า จาก อาร์เบ ไลป์ซิก, เวอร์จิล ฟาน ไดค์ จาก เซาธ์แฮมป์ตัน และ ยูเลี่ยน แบรนดท์ จาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น รวมอยู่ด้วย ซึ่งแน่นอนว่านักเตะเหล่านี้คือพวกที่โชว์ฟอร์มได้ดีจนถูกทีมยักษ์ใหญ่ๆ อื่นๆ ให้ความสนใจเช่นกัน หมายความว่า ถ้าหากลิเวอร์พูลไม่ได้ไปแชมเปี้ยนส์ลีก พวกเขาก็จะเสียเปรียบคู่แข่งรายอื่ยๆ ทันที แถมนักเตะอย่าง เกอิต้า เองก็จะได้ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกกับไลป์ซิกแน่นอนแล้วอีกด้วย ดังนั้น ตั๋วสู่ฟุตบอลรายการนี้ก็เหมือนเครื่องมือชี้วัดว่า ฤดูกาลหน้า ลิเวอร์พูลจะได้นักเตะแบบ ฟาน ไดค์ หรือ ไมเคิล คีน มาเสริมทีมนั่นเอง

Virgil van Dijk

น่าจะกล่อมฟานไดค์ง่ายขึ้นหากมีตั๋วแชมเปี้ยนส์ลีกในมือ

นอกจากนี้ หากพวกเขาพลาดท็อปโฟร์ ก็เปรียบเสมือนสัญญาณบ่งบอกว่า คล็อปป์ ไม่สามารถ ยกระดับทีมไปอีกขั้น และกุนซือชาวเยอรมันผู้นี้จะไม่สามารถซื้อนักเตะคุณภาพสูงมาเสริมทีมได้

2. เก็บคูตินโญไว้ยากแล้ว

ฟิลิปเป้ คูตินโญ กำลังถูกบาร์เซโลนาตามจีบ โดยในฤดูกาลนี้ เขาจะอายุครบ 25 ปีแล้ว ทว่ากลับเพิ่งเคยผ่านเวทีใหญ่สุดของยุโรปมาแค่ครั้งเดียว

นอกจากแชมเปี้ยนส์ลีกจะดึงดูดนักเตะหน้าใหม่แล้ว มันยังเป็นการรั้งตัวเหล่าสตาร์ไว้กับทีมด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฟิลิปเป้ คูตินโญ เพลย์เมคเกอร์คนสำคัญที่กำลังถูกบาร์เซโลนาตามจีบ โดยในฤดูกาลนี้ เขาจะอายุครบ 25 ปีแล้ว ทว่ากลับเพิ่งเคยผ่านเวทีใหญ่สุดของยุโรปมาแค่ครั้งเดียวคือสมัยเบรนแดน ร็อดเจอร์ส ซึ่งตอนนั้น เขาก็หยุดอยู่แค่รอบแบ่งกลุ่มเท่านั้นเอง

นอกจากนั้น เอ็มเร่ ชาน กองกลางอีกรายของทีมเองก็ยังมีอนาคตที่ไม่แน่นอน เมื่อทีมยังไม่สามารถตกลงสัญญาฉบับใหม่กับเขาได้ ซึ่งถ้าหาก ลิเวอร์พูล ทำได้เพียงไปยูโรป้า ลีก บางทีเขาอาจจะต้องพิจารณาอนาคตของตัวเองมากกว่าเดิม

Philippe Coutinho

บาร์ซ่าตามจีบจอมทัพชาวบราซิลรายนี้อย่างหนัก